คุณจะเลือกใครก็แล้วแต่ใจของคุณ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.701 คุณจะเลือกใครก็แล้วแต่ใจของคุณ

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549

ถูกพ่อเกลียดเพราะคิดว่าเป็นสาเหตุให้แม่ตายเพราะบุพกรรมใด

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี. ผู้ส่งเคส ได้เข้าวัดเมื่อเดือนมิถุนายน ปีพุทธศักราช 2548 โดยบังเอิญจูนพบสัญญาณดาวธรรม (ช่อง DMC). ด้วยความบังเอิญนี้เอง จึงทำให้ผู้ส่งเคสได้มาสร้างบารมีกับหมู่คณะจวบจนปัจจุบันนี้. ผู้ส่งเคสมีความตั้งใจที่จะขอร่วมสร้างบารมีไปกับ คุณครูไม่ใหญ่ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ และได้ส่งเรื่องราวเคสนี้มาจากแดนไกลคือประเทศเยอรมนี เจ้าค่ะ.

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวนี้เริ่มต้นจาก คุณพ่อของผู้ส่งเคส ซึ่งเป็นชาวบางแค มีรูปร่างหน้าตาดีและมีสาวๆ ติดพันมากมาย. แต่ท่านก็ได้มาพบรักและแต่งงานกับ คุณแม่ของผู้ส่งเคส ที่เป็นชาวบางมด. หลังจากแต่งงาน ทั้งคู่ก็ได้ย้ายครอบครัวไปอาศัยอยู่ในสลัมคลองเตย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชุมชนอบอุ่น.

ชีวิตส่วนใหญ่ของคุณพ่อหมดไปกับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หาเรื่องชกต่อยตบตีผู้คนไปวันๆ. ท่านยังตั้งตนเป็นนักเลงหัวไม้ประจำสลัมอีกด้วย. คุณพ่อมักจะพาพวกมาตั้งวงดื่มเหล้าคุมซอยในสลัมแถบนั้น. เมื่อเมา ท่านก็จะอาละวาดชกต่อยกัน เห็นแล้วน่ากังวลใจจริงๆ. เหล่าผู้ผลิตผู้จำหน่ายน้ำเมานี่ไม่รับผิดชอบเลยจริงๆ. คุณพ่อมักจะหาเรื่องเดือดร้อนและทำให้ครอบครัวต้องเสียเงินอยู่เสมอ. ครอบครัวจึงไม่ค่อยมีเงิน. นอกจากนี้ คุณพ่อยังมีสาวๆ สวยๆ มาควงให้คุณแม่เห็นเป็นประจำอีกด้วย. คุณแม่ไม่ได้หึงหวง แต่ขออย่างเดียวคืออย่าควงมาให้เห็น. บั้นปลายชีวิตของคุณพ่ออาศัยอยู่กับภรรยาน้อย และปัจจุบันท่านอายุ 78 ปีแล้ว.

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนดี มีอาชีพค้าขาย. ท่านมีลูกกับคุณพ่อถึง 7 คน แม้จะถูกชกถูกตี ก็ยังมีลูกด้วยกัน 7 คน เป็นหญิง 5 คน ชาย 2 คน. ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนที่ 4. ตลอดชีวิตของคุณแม่พบแต่ความลำบาก ต้องหาบเร่ค้าขายผักผลไม้เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว. คุณพ่อไม่เคยช่วยเลย. ซ้ำยังต้องเจ็บช้ำน้ำใจจากการเห็นภาพคุณพ่อควงสาวมาเย้ยอยู่เป็นประจำ. คุณแม่มักจะนั่งร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มให้ลูกๆ เห็นอยู่เสมอ น้ำตาที่เรียกว่าน้ำตาเมียหลวง. แต่ท่านก็ทนอยู่กับคุณพ่อเพื่อลูกๆ เพราะอยากให้ลูกทุกคนอยู่สบาย แม้ท่านต้องทำงานเหนื่อยล้าเพียงใดก็ไม่เคยบ่น. คุณแม่ต้องตื่นไปขายของตั้งแต่ตี 3 และกลับบ้านอีกทีก็หลัง 2 ทุ่ม. ถ้าวันไหนไม่กลับดึก ท่านก็จะคอยสอนลูกๆ ว่าทำงานมาเหนื่อยมาก ต้องกินดีอยู่ดี เพราะไม่รู้พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น วันนี้ต้องกินให้อิ่ม. ท่านจะเสียสละให้ทุกคนในบ้านกินข้าวจนอิ่มก่อนทุกมื้อ แล้วท่านถึงจะกินเป็นคนสุดท้าย โดยเฉพาะมื้อเย็นหลังกลับจากค้าขาย. ด้วยความขยัน ท่านมักจะหลับฟุบคาชามข้าวอยู่เป็นประจำ.

ด้วยความขยันขันแข็งในการทำงานของคุณแม่ ทำให้หัวหน้าจับกังท่าเรือคลองเตยคนหนึ่งมาชวนคุณแม่ไปทำงานด้วย. ท่านได้เป็นหัวหน้าจับกังคุมคนงานนับพันคน แบกหามสินค้าส่งออกที่ท่าเรือ. แม้แต่คุณแม่เองก็ต้องแบกหามเหมือนคนงานเหล่านั้นด้วย. คุณแม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แทบไม่มีเวลาพัก. ท่านจึงล้มป่วยด้วยโรคความดันสูงและโรคเบาหวาน. ต่อมาในปี 2543 คุณแม่ป่วยเป็นโรคตาต้อทั้งสองข้าง จึงไปหาหมอเพื่อรักษาด้วยการลอกต้อ. แต่รักษาอยู่ได้เพียง 3 วัน ตาของท่านทั้งสองข้างก็บอดสนิท ทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย. ซ้ำร้าย คุณแม่ลื่นล้มก้นกระแทกพื้น เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านเฉยๆ. ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมาทราบข่าวร้ายว่าลูกชายเสียชีวิตด้วยโรคอาหารเป็นพิษ. ทำให้คุณแม่ตรอมใจ โรคความดันสูงและเบาหวานกำเริบ จึงเสียชีวิตในที่สุดเมื่ออายุ 66 ปี.

ส่วนตัวผู้ส่งเคส ตั้งแต่เกิดก็อาศัยอยู่ในสลัมคลองเตย โตขึ้นมาก็ไม่ได้เรียนหนังสือ. อายุ 11 ขวบ ถูกเกณฑ์เข้าโรงเรียนเทศบาล แต่เรียนจบแค่ ป.1 ก็ต้องออกมาค้าขายช่วยคุณแม่ทำงาน. พออายุ 12 ปี ก็ไปรับจ้างก่อสร้าง แบกอิฐหินปูนทราย ได้เงินเท่าไหร่ก็ให้คุณแม่หมด. อายุ 17 ปี ไปเป็นลูกจ้างจับกังเรือคลองเตยช่วยคุณแม่ที่เป็นหัวหน้าจับกัง. ตอนนั้นคุณแม่ทาบทามหนุ่มๆ มาให้แต่งงานด้วย แต่ผู้ส่งเคสไม่ชอบ ไม่ได้รักเลย. ยิ่งใกล้วันแต่งงานก็ยิ่งรู้สึกแย่มาก. ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจให้ผู้ชายจับกังเรือคนหนึ่งที่นับถือเป็นพี่ชายพาหนีไป. แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เขาพาหนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ของเขาที่นครปฐม แล้วก็ขืนใจผู้ส่งเคส. พอตั้งท้องได้ 6 เดือน ผู้ส่งเคสก็รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว. แม่ของเขาก็ด่าว่าด้วยคำหยาบคายทุกวัน. ผู้ส่งเคสทนไม่ไหวจึงซมซานกลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่จนคลอดลูกสาว. ชายคนนั้นตามมาอยู่ด้วยพักหนึ่ง แต่ก็หนีไปอีก.

จนผู้ส่งเคสอายุ 18 ปี ก็มีหนุ่มๆ มาจีบมากมาย แต่ก็ไม่ชอบใครเลย. แล้ววันหนึ่งก็พลาด ถูกคนงานที่ท่าเรืออีกคนข่มขืน. แต่ผู้ส่งเคสไม่เอาเรื่อง และไม่ยุ่งเกี่ยวอีก เพราะเขามีภรรยาอยู่แล้ว. จากนั้นอายุ 20 ปี ผู้ส่งเคสยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ลูกสาวก็โตขึ้นเรื่อยๆ. คุณแม่ตกงานเพราะไปทะเลาะกับผู้คุมหัวหน้าจับกัง. ช่วงนั้นไปหางานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ อดข้าวกันทั้งบ้านเป็นเวลา 2 อาทิตย์. กินแต่หน่อไม้ประทังชีวิตทุกวัน. คุณแม่เที่ยวถามเพื่อนบ้านว่ามีงานให้ผู้ส่งเคสทำบ้างไหม จะเป็นคนทำความสะอาดหรือรับใช้ก็ได้. แต่เวรกรรมซ้ำซัด เพื่อนบ้านกลับพาผู้ส่งเคสไปขายบริการ. ต้องทำงานอยู่ประมาณ 2 ปี ก็พลาดพลั้งตั้งท้องได้ 4 เดือน. ไม่รู้พ่อเด็กเป็นใคร ในที่สุดก็ทำแท้ง. คืนหนึ่งดึกๆ ฝันว่ามีเด็กผู้ชายนั่งอยู่บนท้องพูดว่า แม่ใจร้าย แม่ฆ่าหนูทำไม. ผู้ส่งเคสตอบไปในฝันว่าจำเป็นเพราะไม่มีเงิน กลัวลูกจะอด. เด็กนั้นพูดว่า หนูจะเกิดเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ให้ได้. ผู้ส่งเคสผวาตื่นขึ้นมาด้วยความกลัวมาก.

พออายุ 22 ปีบริบูรณ์ คืนหนึ่งขณะทำงานในสถานบริการ ก็มีหนุ่มชาวเยอรมันคนหนึ่งมาเที่ยว. ผู้ส่งเคสดูแลเขาในวันนั้น. ครั้งแรกที่เขาเจอ ผู้ส่งเคส เขาบอกว่าชอบมาก และให้เงินจำนวนหนึ่งช่วยเหลือทางบ้าน. เขาอยู่กับผู้ส่งเคส 3 วัน แล้วก็บินกลับเยอรมัน. จากนั้นเขียนจดหมายมาบอกว่า ผมรักคุณ รักมาก อยากแต่งงานกับคุณ. เขียนบรรยายความรักหลายบรรทัด และถามความรู้สึกของผู้ส่งเคสในใจลึกๆ. ตอนนั้นผู้ส่งเคสยังไม่มีใคร จึงตอบจดหมายกลับไปว่า ฉันก็ชอบคุณ มีใจให้คุณ จะแต่งงานกับคุณ. แล้วเขาก็บินมาแต่งงานและพาไปอยู่เยอรมัน ตอนนั้นผู้ส่งเคสอายุ 25 ปี (ปี 2535).

อายุ 30 ปี ผู้ส่งเคสตั้งครรภ์กับสามีและคลอดลูกชาย. พออายุ 7 ขวบ ก็เจอวิกฤตชีวิต. ทราบข่าวสามีแอบมีภรรยาน้อย. แรกๆ ทำใจไม่ได้ ประชดสามีทุกอย่าง แม้กระทั่งหันกลับไปขายบริการอีกครั้ง. แต่สามีไม่แคร์และไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัวอีก ยิ่งทำให้เจ็บช้ำใจ. วันหนึ่งยื่นคำขาด ระหว่างฉันกับเธอคนนั้น คุณจะเลือกใคร. สามีอึกอัก ผู้ส่งเคสพูดทั้งน้ำตาว่า ที่เงียบคือเลือกเขา ถ้าอย่างนั้นฉันจะไป ขอเอาลูกชายไปด้วย. สามีเดินมาหาแล้วพูดว่า ฉันเลือกเธอและลูก ฉันรักลูกและเธอ ฉันไม่เลือกผู้หญิงคนนั้นหรอก. ผู้ส่งเคสก็ชื่นใจ. แต่ไม่นานหัวใจแทบสลาย ลูกชายประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพุ่งชน ศีรษะกระแทกขอบฟุตปาท. ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง. หัวใจหยุดเต้น 5 ครั้ง หมอช่วยไว้ได้. รักษาใน รพ. 8 เดือน. ทุกวันนี้ร่างกายซีกขวาใช้การไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นมา 5 ปีแล้ว. ต้องพึ่งพาตนเองไม่ได้ ผู้ส่งเคสและสามีต้องดูแลตลอด. สามีพูดว่าถ้าวันใดเราสองคนตายก่อน ลูกจะอยู่ได้อย่างไร. ตอนนี้สามีคิดได้แล้ว. จากนั้นเขาชวนผู้ส่งเคสฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว. แต่ผู้ส่งเคสไม่เห็นด้วย ใครตายก็ตายไปเถอะ.

จนมิถุนายน 2548 ผู้ส่งเคสให้ช่างมาติดดาวเทียมดูละครไทย แต่ช่างจูนเจอช่อง DMC โดยบังเอิญ. ติดตั้งเสร็จ ก็เลยทำให้ทุกวันนี้ผู้ส่งเคสเป็นแฟน DMC และเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝัน. ชวนสามีและลูกชายดูด้วยไม่เคยขาด. ไม่รู้ทั้งสองคนเข้าใจแค่ไหน แต่สามีพอรู้เรื่องทำบุญบ้าง เพราะตอนอยู่ไทยผู้ส่งเคสพาไปเที่ยววัดและทำบุญประจำ. ผู้ส่งเคสจะอธิบายเรื่องทำบุญในพุทธศาสนาให้ฟัง. อย่างนี้ถึงเรียกว่าคู่บุญกัน. เขาก็ชอบและเข้าใจ ทั้งยังตั้งใจอยากบวชในร่มเงาพุทธศาสนา. พอมีลูกชายที่บวชได้ เขาก็รอให้ลูกโต. พออายุ 7 ขวบ เขาก็ตกลงกับลูกชายว่าจะไปบวชพร้อมกันที่วัดในไทย. ผู้ส่งเคสก็จะถือศีล 8 บวชชีด้วย. แต่ลูกชายมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน. ทุกวันนี้สามีเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก เอาแต่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่เชื่อการทำความดีเหมือนก่อน. เขาบอกว่าทำความดีมาตลอด แต่เรื่องร้ายยังเกิดกับครอบครัว. ไม่สนใจทำบุญแล้ว.

นอกจากนี้ คุณพ่อสามีเกลียดชังสามีของผู้ส่งเคสมาก เพราะฝังใจว่าสามีเป็นเหตุทำให้แม่ (ภรรยาพ่อสามี) ตาย. เนื่องจากแม่ของสามีป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่เริ่มตั้งท้องสามี. พอคลอดสามีออกมา แม่ก็เริ่มป่วยหนัก. รักษาที่ไหนก็ไม่หาย มะเร็งลุกลามจนเสียชีวิต. เหตุนี้ทำให้พ่อสามีเกลียดสามีมาก ทุกครั้งที่เจอต้องหงุดหงิด ดุด่า ตะคอก โมโหร้าย. จนปี 2547 จู่ๆ พ่อสามีก็เป็นโรคความจำเสื่อมโดยไม่มีสาเหตุ. จำใครไม่ได้เลย. ปัสสาวะอุจจาระเรี่ยราดในบ้าน. ผู้ส่งเคสต้องคอยเช็ดถู อาบน้ำให้. ทุกครั้งที่ทำความสะอาด พ่อสามีจะถามว่าเป็นใครมาทำอะไร. ผู้ส่งเคสตอบว่าเป็นสะใภ้ของพ่อ จำไม่ได้หรือ. ท่านอาละวาดด่าว่าทุกคนในบ้าน. สามีทนไม่ไหวจึงพาไปรักษาที่สถานบำบัดบ้านพักคนชรา. ยิ่งทำให้อาการทรุดหนัก นอนกรอกตาไปมาคล้ายเป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้. ขณะนี้อายุ 78 ปี.

คำถาม

  1. คุณพ่อมีบุพกรรมใดจึงเป็นนักเลงหัวไม้ ชอบชกต่อย และเจ้าชู้มาก ควรแก้ไขอย่างไร.
  2. คุณแม่มีบุพกรรมใดจึงมีสามีเจ้าชู้และชีวิตลำบากมาก. ทำไมจึงป่วยโรคความดันสูง เบาหวาน ตาต้อ ตาบอด และลื่นล้มเป็นอัมพฤกษ์จนเสียชีวิต ตายแล้วไปไหน รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่.
  3. พ่อสามีมีบุพกรรมใดจึงเกลียดสามีมาก เป็นเพราะสามีทำให้แม่ตายใช่หรือไม่. ทำไมท่านจึงเป็นโรคความจำเสื่อมและอัมพาตทั้งตัว มีทางแก้ไขไหม.
  4. ก่อนมาเกิด ผู้ส่งเคสมาจากไหน.
  5. บุพกรรมใดผู้ส่งเคสจึงเกิดในสลัมและไม่ได้เรียนหนังสือ.
  6. กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสถูกข่มขืนจากผู้ชายมีภรรยาแล้วถึง 2 คน และสามีไม่รับผิดชอบหนีไป ควรแก้ไขวิบากกรรมนี้อย่างไร.
  7. กรรมใดผู้ส่งเคสจึงต้องมีอาชีพขายบริการ และจะส่งผลในโลกหน้าอย่างไร.
  8. ผู้ส่งเคสจะได้รับกรรมจากการทำแท้งอย่างไร และควรแก้ไขอย่างไร.
  9. สิ่งที่คุณส่งเคสฝันว่าลูกชายที่ถูกทำแท้งมาขอเกิดด้วยนั้นจริงหรือไม่ ใช่ลูกชายคนปัจจุบันหรือไม่.
  10. บุพกรรมใดลูกชายจึงประสบอุบัติเหตุรถชนพิการต้องนั่งรถเข็น จะหายไหม ควรแก้ไขอย่างไร.
  11. บุพกรรมใดผู้ส่งเคสจึงต้องคอยเช็ดปัสสาวะอุจจาระให้ทั้งพ่อสามีและลูกชาย ผู้ส่งเคสมีกรรมร่วมกับคนทั้งสองมาอย่างไร.
  12. ทำไมผู้ส่งเคสถึงได้สามีชาวเยอรมันที่เป็นคนดี มีบุพกรรมร่วมกันอย่างไร และจะประคองกันไปให้ตลอดได้อย่างไร.
  13. เพราะเหตุใดสามีและลูกชายที่ตั้งใจจะบวช แต่พอเกิดอุบัติเหตุ สามีกลับเปลี่ยนใจเลิกศรัทธาในพุทธศาสนา ควรแนะนำสามีอย่างไร.
  14. กรรมใดบีบคั้นทำให้สามีคิดชวนฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว.
  15. ครอบครัวผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาหรือไม่ จะสามารถติดตามสร้างบารมีไปดุสิบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ได้หรือไม่.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เจ็บกะด้อกะเดี้ย

คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรจึงเป็นโรคเบาหวานและอัมพฤกษ์ เสียชีวิตแล้วเป็นอย่างไร ความเป็นอยู่อย่างไร มีข้อความอะไรฝากมาหรือไม่

ได้ดีเพราะ dmc

บุพกรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสต้องทำบาปด้วยการฆ่าสัตว์และประกอบอาชีพผิดศีลธรรม และต้องทำอย่างไรจึงจะเลิกได้เด็ดขาดจนถึงที่สุดแห่งธรรม

รถของเราคือเทวรถ

1. คุณพ่อคุณแม่เสียทรัพย์จนหมดตัวเพราะเหตุใด และบ้านเช่าถูกไฟไหม้เพราะเหตุใด? คุณพ่อคุณแม่ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิใด มีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร? บุญจากองค์พระ การบวช และบุญอื่นๆ ที่อุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ และปัจจุบันมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร?

เขาให้ผมเป็นมือปืนทวงหนี้

โยมพ่อที่ดื่มสุราจนเป็นโรคตับแข็งเสียชีวิต ท่านตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสบวชอุทิศให้หรือไม่

ผีฟ้า

ผู้ส่งเคสมีคำถามที่ต้องการเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ เจ้าค่ะ

เขาตายด้วยน้ำมันเดือด ๆ

คุณแม่ ซึ่งมีนิสัยชอบช่วยเหลือญาติพี่น้อง เลี้ยงดูครอบครัว แต่ชอบในกามคุณ ชอบสนุก ไม่ค่อยทำบุญ ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา