
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเล่าเรื่องราวของตนเองให้ คุณครูไม่ใหญ่ฟัง โดยเริ่มต้นจากวัยเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ได้มีโอกาสมาวัดเกือบทุกสัปดาห์ แม้จะไม่ระบุชื่อวัด แต่เข้าใจว่าเป็นวัดพระธรรมกาย ในตอนนั้นผู้ส่งเคสเคยพูดกับคุณพ่อว่าไม่ต้องแต่งงานก็ได้ เป็นเพียงแค่การรำพึง หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสก็ไม่ได้มาวัดอีกเลย จนกระทั่งโตขึ้นก็ได้แต่งงานกับคนที่ถูกใจ ซึ่งสามีมีคุณแม่เป็นชาวพุทธแต่คุณพ่อไม่ใช่ ผู้ส่งเคสพบสามีสมัยเรียนมหาวิทยาลัยและไม่เคยรู้เรื่องศาสนาของครอบครัวเขามาก่อน เพราะช่วงที่คบกันทั้งสองคนก็มักจะเข้าวัดทำบุญด้วยกันบ่อยๆ ผู้ส่งเคสคิดในใจว่า ท่าท่านว่าไงก็ว่าตามกัน คือตามใจเธอก่อน อีกหน่อยเธอจะได้ตามใจเรา เมื่อรู้ภายหลังว่าสามีเป็นชาวไม่พุทธก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ทั้งคู่ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ ชีวิตเป็นปกติดี ได้มีโอกาสไปวัดไทยบ่อยๆ แต่พอกลับมาเมืองไทย สามีก็เริ่มเปลี่ยนไป มีวิถีชีวิตที่เคร่งขรึมขึ้นและต้องทำตัวเป็นชาวไม่พุทธในสังคมเพื่อความสบายใจของคุณพ่อ
เนื้อเรื่อง
หลังจากกลับมาเมืองไทย ผู้ส่งเคสรู้สึกว่าสามีเปลี่ยนไปมาก แม้จะเป็นผู้ดำเนินกิจการตัวจริงของครอบครัว แต่ก็เป็นเพียงอันดับ 2 ต้องคอยตัดสินใจร่วมกับพี่ชาย สามีเป็นคนรักใครยาก การที่เขาเลือกรักผู้ส่งเคสได้ถือว่าคัดมาแล้ว เขาเป็นสามีและพ่อที่ดี แต่ข้อเสียคือยิ้มยาก ประหยัดรอยยิ้ม แต่หงุดหงิดเปลือง ผู้ส่งเคสอยากให้เขายิ้มมากขึ้น คุณครูไม่ใหญ่แนะนำให้ผู้ส่งเคสยิ้มให้เขาก่อน สามีเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน แต่ไม่ค่อยทำบุญ เกิดในตระกูลร่ำรวยแต่การเงินแค่พอใช้ ไม่มีเงินเก็บ
ผู้ส่งเคสและสามีเคยเลี้ยงสุนัขตอนเรียนที่อเมริกา เลี้ยงแบบลูก แต่พอมีลูกจริงๆ สุนัขตัวนั้นก็ตกอับกลายเป็นสุนัขยาจก ทำให้ผู้ส่งเคสกลัวบาป อีกเรื่องที่กังวลคือเคยมีพระต่างชาติเข้ามาในบ้านแล้วผู้ส่งเคสไม่ได้ต้อนรับหรือใส่บาตร ซ้ำยังตกใจและเรียกสามีมาไล่ท่านออกไป เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ส่งเคสกลัวบาปมากและไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร คุณครูไม่ใหญ่แนะนำให้เลี้ยงพระเยอะๆ เพื่อแก้ไข
ผู้ส่งเคสมีโอกาสกลับมาวัดพระธรรมกายอีกครั้งกลางปี 2547 เพื่อทำบุญวันเกิดคุณแม่และให้สัญญาจะมาทุกต้นเดือน แต่เมื่อต้นเดือนมกราคม 2549 ก็มีเหตุให้ไม่ได้มาเพียงครั้งเดียว การกลับมาวัดครั้งนี้เจออุปสรรคมากจากสามีที่ไม่เห็นด้วย ต้องหากุศโลบายต่างๆ นานาในการมาวัด ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2548 ผู้ส่งเคสเริ่มถืออุโบสถศีลทุกวันพระโดยไม่ได้ตกลงกับสามีก่อน ใช้แต่วิธีมัดมือชก โมเม จำยอม ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่เรียกว่าเป็นการดื้อที่ดี จนสามีถามว่าทำไมต้องถือศีล 8 ผู้ส่งเคสตอบตรงๆ ว่าอธิษฐานอยากเกิดเป็นผู้ชายเพื่อจะได้บวช คุณครูไม่ใหญ่แนะนำว่าควรตอบอ้อมๆ ว่าถือศีลให้สามีอายุยืน ประสบความสำเร็จ เหมือนการให้พร การตอบแบบตรงไปตรงมาทำให้สามีงอน สามีคิดว่าผู้ส่งเคสไม่มีความสุขกับชีวิตคู่และจำใจอยู่เพราะมีลูก 2 คน ไม่อย่างนั้นคงทิ้งเขาไปเข้าวัดแล้ว ผู้ส่งเคสไม่ได้อธิบายอะไรเพราะคิดว่าเกินความสามารถที่จะเปลี่ยนความเข้าใจเขาได้ แต่ถึงสามีจะงอน ผู้ส่งเคสก็ไม่ถือสาเพราะรักเขาและรู้สึกว่าตอนงอนก็น่ารักดี
ผู้ส่งเคสเล่าว่าชีวิตไม่ได้ทุกข์อะไร แต่รู้สึกมานานแล้วว่าชีวิตอยู่เพื่ออะไร เคยบอกตัวเองว่าอยู่เพื่อลูก แต่คำถามเดิมก็กลับมา จนได้พบ คุณครูไม่ใหญ่ จึงได้รู้ว่าชีวิตมนุษย์อยู่เพื่อศึกษาเรื่องนิพพาน ภพ 3 และความจริงของชีวิต เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จึงตั้งใจสร้างบุญและบำเพ็ญเพียรเพื่อติดตาม คุณครูไม่ใหญ่ คุณปู่ และคุณยายอาจารย์ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม ผู้ส่งเคสได้ตั้งใจถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน 7 วันเนื่องในวันเกิดคุณยายอาจารย์ (12-18 ม.ค. 2549) แต่ต้องจำใจไปกับครอบครัวในวันที่ 15 ม.ค. เพื่อรักษาครอบครัวไว้
คำถาม
- ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
- เหตุใดผู้ส่งเคสจึงเกิดในครอบครัวธรรมกายแต่ต้องมีสามีที่มีครอบครัวต่างศาสนา? วิบากกรรมใดที่ทำให้สามีต้องเป็นชาวพุทธแบบครึ่งๆ กลางๆ? เหตุใดผู้ส่งเคสจึงต้องทำบุญแบบแอบซ่อนและมีอุปสรรคจากสามีในการมาสร้างบุญกับหมู่คณะ? ต้องทำอย่างไรและแก้ไขอย่างไรดี? จะทำอย่างไรให้สามีมีโอกาสมาสร้างบุญกับหมู่คณะ?
- บุญใดที่ทำให้สามีเกิดในตระกูลร่ำรวยแต่การเงินแค่พอใช้ ไม่มีเงินเหลือเก็บ และต้องเป็นอันดับ 2 ในครอบครัว?
- วิบากกรรมใดทำให้ปีสุดท้ายที่เรียนต่างประเทศผู้ส่งเคสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อย่างหนัก หายใจทางจมูกไม่ได้? หายไปเองด้วยบุญใด?
- สุนัขที่เลี้ยงไว้ถูกละเลยจนตกอับ วิบากกรรมนี้จะส่งผลอย่างไรกับผู้ส่งเคส? ควรทำอย่างไร?
- เหตุการณ์พระต่างชาติที่ผู้ส่งเคสไม่ได้ต้อนรับและสามีขับไล่ จะส่งผลอย่างไรกับชีวิตผู้ส่งเคสและสามี? จะเป็นอุปสรรคในการบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างไร? ต้องแก้ไขอย่างไรวิบากกรรมจึงจะตามไม่ทัน?
- ทำไมบริษัทที่ผู้ส่งเคสทำงานจึงโดนพนักงานขโมยของบ่อยและครั้งละมากๆ?
- ทำไมบริษัทจึงโดนแขกโกงเงินถึง 5 ล้านบาท? เป็นวิบากกรรมของผู้ส่งเคสหรือไม่? จะแก้ไขอย่างไร?
- ผู้ส่งเคสและสามีมีกรรมใดในอดีตชาติที่ทำให้: 1) สามีมีก้อนเนื้อหลังหูสองข้างที่หมอบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไรและปวดหลังเป็นประจำ? 2) ผู้ส่งเคสมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะวันละเป็นพันครั้ง ซึ่งดีขึ้นชั่วคราวเมื่อทานยาแต่ก็กลับมาเป็นอีก?
- ลูกชาย 6 ขวบ ลูกสาว 4 ขวบ มาวัดทีไรไม่สบายทุกครั้ง ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่สามีไม่ยอมให้ลูกมาวัด เป็นเพราะวิบากกรรมใดของพวกเขา? จะแก้ไขอย่างไร?
- ลูกชายเห็นองค์พระที่เขาบอก เห็นจริงหรือไม่?
- การที่ผู้ส่งเคสถืออุโบสถศีลทุกวันพระและถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน 7 วัน (ขาด 1 วัน) เพราะอยากเกิดเป็นผู้ชายเพื่อบวชในชาติหน้า คำอธิษฐานนี้จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่?
- ในอดีตชาติ คุณแม่ ผู้ส่งเคส สามี และลูกทั้งสอง สร้างบารมีมากับหมู่คณะอย่างไร?
- ตัวผู้ส่งเคสเคยเกิดเป็นผู้ชายและเคยบวชไหม? มีผลการปฏิบัติธรรมอย่างไร? เคยเข้าถึงพระธรรมกายไหม?
- เหตุใดผู้ส่งเคสจึงมีจิตใจเบื่อหน่ายการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
จากเรื่องราวที่ผู้ส่งเคสเล่ามา มีคำถามที่ค้างคาใจหลายประการ:
คุณพ่อมีวิบากกรรมใด ชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์จึงอับเฉา ทั้งตำแหน่งหน้าที่และทรัพย์สมบัติ และวิบากกรรมใดเป็นเหตุให้ที่ดินบนเกาะศรีชังที่เคยครอบครองถูกยึดไป ทั้งยังถูกฟ้องร้องจะเอาเงินคืนจากค่าหินที่ระเบิดออกไปจากเกาะเป็นเงินถึง 600 กว่าล้านบาทด้วย
สามีของผู้ส่งเคสตายแล้วไปอยู่ที่ไหน? บุญที่ผู้ส่งเคสและลูกชายทำอุทิศให้ ท่านได้รับหรือเปล่า? ท่านอยากจะบอกอะไรผู้ส่งเคสบ้าง? ผู้ส่งเคสอยากฝากคุณครูไม่ใหญ่บอกท่านด้วยว่าผู้ส่งเคสและลูกชายคิดถึง คิดถึงมาก?
น้องชายคนที่ ๖ มีกรรมใดจึงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด และน้องชายคนที่ ๗ มีกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต มีสาเหตุจากการเป็นลูกที่ขอจากศาลเจ้าพ่อตากสินหรือไม่ครับ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภพภูมิใด
จากเรื่องราวทั้งหมด ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้:






