กอดเลยไม่ต้องอาย ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.756 กอดเลยไม่ต้องอาย ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

ออกอากาศ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2549

ต้องทะเลาะลูกตัวเอง เพราะบุพกรรมใด | ด่าว่าบิดามารดาตัวเอง จะต้องรับวิบากกรรมใดบ้าง | เส้นเลือดหัวใจตีบ แต่หายได้เพราะบุพกรรมใดและบุญใด

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ด้วยความรู้สึกสงสาร คุณอาคนที่ 2 ของตัวเองอย่างที่สุด และทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคุณอาตกอยู่ในความขมขื่น หาทางออกไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจส่งเรื่องราวนี้มาเป็นเคสสตั้ดดี้ เพื่อค้นหาคำตอบในเชิงกฎแห่งกรรม ซึ่งผู้ส่งเคสเชื่อมั่นว่าคำตอบนี้จะเป็นแสงสว่างที่จะช่วยให้คุณอาพบทางออกที่ดีที่สุด

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นที่คุณอาคนที่ 2 ของผู้ส่งเคส ท่านเกิดในครอบครัวที่ยากจน ทำให้มีโอกาสทางการศึกษาน้อย จบเพียงชั้น ป.4 คุณอาเป็นผู้หญิงซื่อ ๆ ไม่มีลักษณะผู้นำ หลังจากแต่งงานมีลูกสามคน เป็นชายสอง คนเล็กเป็นหญิง คุณอาได้ทุ่มเทเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงใด ก็ทั้งรักและทะนุถนอม ส่งเสริมลูก ๆ ให้เรียนจบปริญญาตรีได้ทั้งสามคน

ทว่า ในช่วง 6 ปีให้หลัง ไม่ทราบว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไร คุณอาต้องมีปากเสียงทะเลาะกับลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็กอย่างรุนแรงเกือบทุกวัน บางทีก็วันละหลาย ๆ ครั้ง ลูกคนโตและคนเล็กถึงกับเกลียดคุณอา ซึ่งเป็นแม่ผู้มีพระคุณอย่างที่สุด แถมยังต่อว่าพ่อของตัวเองที่ไปเลือกผู้หญิงแบบนี้มาเป็นภรรยา และว่าแม่ไม่น่าเกิดมาเป็นแม่แบบนี้เลย คำพูดเหล่านี้สร้างความปวดร้าวให้ผู้เป็นแม่ที่รักลูกมากอย่างแสนสาหัส ลูก ๆ ด่าว่า ถากถาง ตวาด ตะคอกแม่ต่อหน้าลูกจ้างในบ้านอยู่สารพัด ทำให้ลูกจ้าง 5-6 คนไม่เกรงใจคุณอา ถ้าแม่ใช้ลูกจ้างทำอะไร ลูกจ้างก็ไม่ยอมทำ หากแม่แสดงความคิดเห็น ลูกสองคนก็จะตะคอกเสียงดังว่า ใครใช้ ออกความเห็น ไม่รู้เรื่องแล้วอย่าพูด เรียกได้ว่าแม่พูดอะไรก็ผิดไปหมด และจะถูกดูถูกว่าโง่ เรียนน้อย บางครั้งขณะมีปากเสียง ลูกถึงกับพูดข่มขู่ว่าจะเอาน้ำแกงเดือด ๆ ราด และด่าแม่ด้วยคำหยาบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากลูก เช่น ไอ้เข้ การกระทำทั้งหมดนี้เกิดจากวิบากกรรมเก่าของแม่ กรรมใหม่ของลูก และกิเลส

ที่น่าเศร้าคือ แม้จะมีการทะเลาะรุนแรงเพียงใด สามีของคุณอาก็ไม่เคยห้ามปรามลูก ๆ แถมยังให้ท้ายลูกเสียอีก บางครั้งคุณอาทนไม่ไหว พยายามพูดให้ลูกหยุด บอกให้ระวังจะตกนรก ลูกกลับสวนกลับทันควันว่า แล้วตัวเองจะได้ขึ้นสวรรค์หรือไง การโต้เถียงยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากลูกไม่พอใจ ก็จะอาละวาดเตะทำลายข้าวของที่เป็นของแม่ เช่น พัดลมที่แม่ใช้ประจำจนคอหัก แล้วก็ปล่อยให้แม่นั่งทำงานทนร้อนอยู่คนเดียว สมาชิกในครอบครัวไม่มีใครห่วงใยคุณอาเลย เวลาออกไปทานข้าวนอกบ้าน คุณอาก็ถูกทิ้งไว้คนเดียว พอกลับมาก็ไม่เคยซื้ออาหารมาให้ แต่กลับซื้อมาฝากลูกจ้างแทน คุณอาต้องร้องไห้บ่อยครั้ง บางทีร้องจนไม่มีน้ำตา ยิ่งเจ็บปวดเมื่อคนที่ทำคือลูกแท้ ๆ ที่รักมากกว่าชีวิต คุณอาจึงต้องทนทุกข์จมน้ำตาเรื่อยไป

เมื่อคุณอาคนที่ 2 ทุกข์หนักขนาดนี้ จึงโทรไประบายกับคุณอาคนที่ 3 ของผู้ส่งเคส คุณอาคนที่ 3 จึงแนะนำให้เอาธรรมะเป็นที่พึ่ง และแอบติดจานดาวธรรมให้ แต่ลูก ๆ และสามีคุณอาคนที่ 2 ไปเปิดเจอโดยบังเอิญ ก็อาละวาดด่าคุณอาคนที่ 2 ครั้งใหญ่ และห้ามไม่ให้ดูอีก คุณอาคนที่ 2 จึงต้องแอบดู หาโอกาสดูได้น้อยมาก

คุณอาคนที่ 3 เป็นน้องสาวที่สนิทที่สุดของคุณอาคนที่ 2 เป็นที่ระบายความทุกข์ที่ไว้ใจที่สุด ท่านไม่ค่อยรวย และมักเครียดแทนพี่สาว แต่โชคดีที่คุณอาคนที่ 3 เป็นคนมีธรรมะ เข้าใจเรื่องบุญ เพราะศึกษาธรรมะมากกว่าคนอื่น และยังไม่แต่งงาน ทำให้ไม่มีภาระครอบครัว ช่วงแรกที่คุณอาคนที่ 3 มาวัดพระธรรมกายใหม่ ๆ มักป่วย อาเจียน เวียนหัว ไม่สบายทุกครั้ง จนคนรอบข้างบอกว่า ถ้ามาแล้วต้องป่วยก็ไม่ต้องมาดีกว่า คุณอาคนที่ 3 จึงอธิษฐานขอต่อคุณยายอาจารย์ให้หาย อัศจรรย์มาก ท่านหายจริง ๆ และไม่เป็นอีกเลย ทำให้มาวัดได้อย่างต่อเนื่อง

คุณปู่ของผู้ส่งเคสเป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญตามที่ลูกชวน เคยป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบ หลังทำบายพาสอยู่ต่อได้ 10 ปี จากนั้นหกล้ม ศีรษะกระแทก เลือดออกในสมอง อาการทรุดหนักเข้า ICU ช่วงนี้ผู้ส่งเคสชวนสร้างพระธรรมกายประจำตัว นิมนต์พระอาจารย์ไปรับปัจจัยถึงโรงพยาบาล หลังถวายเพียง 2 คืน คุณปู่มีอาการเพ้อ เห็นองค์พระสีทอง จากนั้นอาการดีขึ้นมากอย่างน่าประหลาดเหมือนเปลวเทียนวูบสุดท้าย อยู่ต่อมาได้อีก 6 วัน ให้เวลาทำภาวนา ก่อนเสียชีวิต คุณอาคนที่ 3 ไปขอขมาลาโทษ คุณปู่หลั่งน้ำตาและจากไปอย่างสงบด้วยวัย 82 ปี

คุณย่าของผู้ส่งเคสขยันทำบุญตามประเพณี ชอบไหว้เจ้ามาก ช่วงสุดท้ายป่วยเป็นอัมพฤกษ์ 6 ปี คุณอาคนที่ 3 ดูแลอย่างใกล้ชิด คุณย่าจากไปด้วยวัย 60 ปี

ตัวผู้ส่งเคสเองเป็นพี่สาวคนโต มีน้องชายหนึ่งคน ทั้งสองเกิดมาในครอบครัวที่เพอร์เฟกต์ เพียบพร้อม สุขสบาย เพราะพ่อแม่สร้างทุกอย่างไว้ให้แล้ว มีหน้าที่เดียวคือเรียนหนังสือ จนกระทั่ง ม.3 เริ่มมีอาการเบื่ออาหาร ทานข้าวไม่ได้ อาเจียน ทรมาน จนหมดแรงต้องเข้าโรงพยาบาล หมอหาสาเหตุไม่พบ จึงสรุปว่าเป็นโรคเครียด แต่ผู้ส่งเคสบอกว่าเดิมไม่ได้เครียด แค่อาเจียนกับเบื่ออาหาร พอหมอบอกว่าเป็นเครียดก็เลยเครียดตาม จนเข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 ได้ทำกิจกรรมชมรมพุทธ อาการเครียดก็หายเป็นปลิดทิ้ง ทานข้าวได้ดี แม้การเรียนหนักและเครียดกว่าเดิมมาก แถมยังเป็นประธานชมรมพุทธในปี 4 ก็ไม่เครียดเลย หลังเรียนจบก็มาเป็นอุบาสิกาที่วัด ได้รับบุญดูแลเรื่องคนมาตลอด ดูแลน้อง ๆ ชมรมพุทธกว่า 50 สถาบัน เป็นพี่เลี้ยงบัณฑิตแก้ว มีน้องในความดูแลหลักร้อย

ผู้ส่งเคสได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ครอบครัว จนทุกคนเข้าใจวัด ทำบุญทุกบุญที่ชวน และดู DMC แต่ช่วงหลังคุณแม่ไม่ค่อยยอมนั่งสมาธิ บ่นปวดขา นอนไม่หลับ ผู้ส่งเคสอธิบายว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เมื่อชวนทำบุญ แม่ก็ทำทุกบุญ ผู้ส่งเคสรู้ว่าแม่รักมาก ตัวเองก็รักแม่มากเช่นกัน ต่างกันจากกรณีของคุณอาคนที่ 2 ยังจำช่วงที่ประทับใจระหว่างแม่กับลูกได้ดี อ้อมกอดแม่...อากาศไม่อาจผ่าน

คำถาม

  1. บุพกรรมใดทำให้คุณอาคนที่ 2 ต้องมีปากเสียงกับลูกคนโตและคนเล็ก คุณอาและลูกสองคนนี้ผูกเวรกันมาหรือไม่ อย่างไร คุณอาต้องแก้ไขบุพกรรมนี้อย่างไร และควรแก้ไขเหตุการณ์ในปัจจุบันอย่างไร
  2. บุพกรรมใดทำให้คุณอาคนที่ 2 ถึงถูกกีดกันไม่ให้ดูดาวธรรม ต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้คุณอาคนนี้สามารถมาวัดและมีธรรมะเป็นที่พึ่งได้มากกว่านี้
  3. เหตุใดสามีคุณอาคนที่ 2 จึงให้ท้ายลูกทั้งสอง ลูกคุณอาทั้งสองจะต้องไปรับวิบากกรรมนี้อย่างไร การทำกับแม่แบบนี้บาปหนักเท่ากับหรือต่างจากทำกับพระอรหันต์หรือไม่ อย่างไร
  4. บุพกรรมใดทำให้คุณอาคนที่ 3 เป็นโสดและไม่รวย
  5. บุพกรรมใดทำให้ช่วงแรกที่มาวัดพระธรรมกาย คุณอาคนที่ 3 ต้องป่วย แล้วทำไมจึงหายป่วยได้
  6. บุพกรรมใดที่คุณปู่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และสามารถอยู่ต่อได้หลังทำบายพาสถึง 10 ปี
  7. ทำไมคุณปู่ถึงเพ้อเห็นองค์พระสีทอง แล้วทำไมคุณปู่ถึงมีอาการดีขึ้นทันทีหลังได้สร้างพระและอยู่ต่อมาได้อีก 6 วัน
  8. ตอนคุณปู่ใกล้เสียชีวิต คุณอาคนที่ 3 ได้ขอขมา คุณปู่รับรู้ไหม ถ้ารับรู้ คิดอย่างไร
  9. ในกรณีคนใกล้ตาย ควรจะขอขมาดี หรือพูดให้ท่านนึกถึงบุญดี ตามหลักวิชชา ควรขอขมาตอนไหนถึงจะเหมาะสม
  10. ก่อนตาย คุณปู่มีคตินิมิตอย่างไร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศหรือไม่ มีอะไรอยากฝากบอกไหม
  11. บุพกรรมใดคุณย่าเป็นอัมพฤกษ์ ทำให้คุณอาคนที่ 3 ต้องมีหน้าที่ดูแลคุณย่า
  12. คุณย่าตายแล้วไปไหน ตอนนี้เป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไหม
  13. คุณย่าชอบไหว้เจ้ามาก ตอนนี้ตายแล้วท่านคิดอย่างไรกับบุญสร้างองค์พระ อยากให้ทำบุญสร้างองค์พระไปให้อีกไหม
  14. บุญใดทำให้ผู้ส่งเคสและน้องชายเกิดมาในครอบครัวที่เพอร์เฟกต์ เพียบพร้อมทุกอย่าง
  15. บุพกรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสทานข้าวไม่ได้และอาเจียนหนัก เป็นโรคเครียดจริงหรือไม่ จะกลับมาเครียดอีกไหม ต้องทำบุญประเภทใดถึงจะแก้กรรมความเครียดได้
  16. เหตุใดผู้ส่งเคสต้องมารับบุญเกี่ยวกับการดูแลคนมาตลอด
  17. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะรูปแบบใด มีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรม เคยเข้าถึงพระธรรมกายบ้างไหม ได้ลงมาสร้างบารมีกับหมู่คณะกี่รอบ
  18. บุพกรรมใดคุณแม่จึงเป็นโรคปวดขา นอนไม่หลับ ต้องแก้ไขอย่างไร
  19. ผู้ส่งเคสต้องทำอย่างไรเพื่อให้คุณแม่และคุณพ่อมาวัดทุกอาทิตย์ แล้วทำอย่างไรคุณแม่ถึงจะยอมนั่งสมาธิ
  20. คุณแม่ คุณพ่อ น้องชาย และคุณอาคนที่ 2, 3 เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมามากน้อยต่างกันแค่ไหน
  21. น้องชายมีบุญบวชตลอดชีวิตไหม ถ้าจะบวชตลอดชีวิตต้องทำอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ใครๆก็ไม่แน่ใจผม

บุพกรรมใดทำให้คุณพ่อถูกส่งไปอยู่เมืองจีน ต้องเจอภัยสงคราม กลับมาเมืองไทยแล้วคุณแม่และน้องๆ ไม่ยอมรับ ต้องอยู่ด้วยความอึดอัดจนต้องแยกออกมาสร้างครอบครัวเองด้วยความยากลำบาก

สู้สิลูก

พระพุทธันดรที่แล้วของลูกเป็นอย่างไร ก่อนเกิดลูกมาจากไหน เกี่ยวข้องกับวัวแดงตัวใหญ่ที่แม่ฝันหรือไม่

ถามฟ้าหารัก

คุณแม่มีอาการทางประสาทเป็นบางครั้งจากวิบากกรรมใด และเป็นวิบากชาติสุดท้ายหรือไม่? ทำไมตอนตั้งท้องผู้ส่งเคส คุณแม่จึงมีสติสัมปชัญญะดี ไม่มีอาการทางประสาทเลย?

หว่อ อ้าน หนี่ กฐินนี้เพื่อคุณ

บุพกรรมใดที่ทำให้สามีต้องพลัดพรากจากพ่อและไม่ค่อยได้อยู่กับแม่ตั้งแต่เด็ก ต้องลี้ภัยสงคราม และมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก

ไม่ได้อยากออก

บุพกรรมใดที่ทำให้คุณพ่อมีตำแหน่งสูงได้เร็วแต่เงินเดือนไม่มาก?

รักบังตา

1. การนำเงินที่ได้จากการขายปลาหางนกยูง (แก้ไขจากกัดปลาตาม source) ไปซื้อยารักษาชาวบ้านได้บุญบาปอย่างไร?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา