
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.807 เข้าห้องดับจิตยังมีสิทธิ์ฟื้น
ออกอากาศ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
ลูกยากเพราะบุพกรรมใด
ประวัติผู้ส่ง
กราบเท้า คุณครูไม่ใหญ่ ที่เคารพอย่างสูง เจ้าค่ะ ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะอยู่ไกลวัด ไกลประเทศไทย แต่หัวใจใกล้ชิดสนิทธรรมะ เพราะเปิดดูรายการของคุณครูไม่ใหญ่ ดูทีไรใจใสและอบอุ่นเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ผู้ส่งเคสเป็นคนไทยที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาหลายสิบปีแล้ว บ้านเกิดอยู่ที่ถนนตก เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ไม่ห่างจากวัดปากน้ำภาษีเจริญนัก จึงได้ไปเลี้ยงพระที่วัดปากน้ำเป็นประจำ คุณยายของผู้ส่งเคสมีลูก 5 คน หลังคุณลุงกับคุณน้าแยกครอบครัวไป ก็เหลือคุณแม่และพี่สาวแม่อีก 2 คน คือคุณป้าทั้งสอง ซึ่งครองตนเป็นโสดตลอดชีวิต คุณแม่ได้แต่งงานกับคุณพ่อ มีลูกด้วยกัน 6 คน โดยผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนที่ 4
เนื้อเรื่อง
ชีวิตของผู้ส่งเคสอาจมีเพียงแค่ 13 เดือน หากไม่มีเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้น เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2494 ขณะที่ผู้ส่งเคสอายุ 13 เดือน คุณป้าทั้งสองซึ่งเป็นโสดมีความสุขกับการเลี้ยงหลานมาก ผลัดกันดูแลไกเปลกล่อมอย่างอารมณ์ดี เย็นวันหนึ่ง หลังจากป้ารองกล่อมหลานเสร็จ ก็ชะโงกหน้าไปดูว่าหลานหลับหรือยัง เห็นว่าผู้ส่งเคสกำลังหายใจสะดุด อึกอัก คุณป้ารีบอุ้มออกจากเปล เรียกป้าใหญ่และคุณยายมาดู จังหวะที่คุณพ่อคุณแม่กลับเข้าบ้านพอดี จึงรีบพากันนำผู้ส่งเคสส่งโรงพยาบาลศิริราช ตอนนั้นผู้ส่งเคสหมดสติไปแล้ว หมอตรวจดูอาการก็ทราบทันทีว่าเป็นโรคคอตีบ พร้อมกับส่ายหน้าบอกว่าโรงพยาบาลศิริราชคงไม่สามารถรับไว้ได้ เพราะเครื่องมือไม่พร้อม จึงแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลมิชชั่น
เมื่อถึงโรงพยาบาลมิชชั่น บรรดาหมอได้ระดมพลกันผ่าตัดเพื่อใส่ท่อออกซิเจนในคอช่วยในการหายใจ คุณป้าเล่าว่าขณะนั้นดวงตาของผู้ส่งเคสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำแล้ว ดึกมากแล้วหมอบอกให้ทุกคนกลับบ้านเพราะไม่มีระเบียบให้ญาติพักค้างได้ ป้าใหญ่บอกให้ทุกคนกลับ แต่ตัวเองแอบหมอย่องไปนอนซุกอยู่ใต้เตียง เผื่อหลานเป็นอะไรจะได้เรียกหมอทัน ในใจคุณป้าอยากให้หลานรีบหาย เพื่อรุ่งเช้าจะได้ตื่นขึ้นมาดูดวงอาทิตย์ยิ้มแฉ่งด้วยกันเหมือนที่เคยดูด้วยกันทุกวัน
รุ่งเช้าอาการผู้ส่งเคสก็ยังไม่ดีขึ้น ตกดึกอาการเข้าขั้นโคม่า ไม่รู้สึกตัวเลย คุณแม่พยายามโบกมือไปมาที่ใบหน้าพร้อมเรียกชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่รู้สึกตัว หมอพยายามผายปอดยื้อชีวิตอย่างสุดฤทธิ์ แต่ก็ไร้ผล เพราะทุกคนแน่ใจว่าผู้ส่งเคส "ตายแน่แล้ว" หมอเข็นร่างที่ไร้วิญญาณของผู้ส่งเคสไปฝากไว้ในห้องดับจิต ในขณะที่พ่อแม่และคุณป้าน้ำตาไหลพราก ป้ารองของผู้ส่งเคสได้สติบอกทุกคนว่า "พวกเรานึกถึงหลวงปู่ วัดปากน้ำกันเถอะ เร็วเข้า" ทุกคนพร้อมใจกันพนมมืออธิษฐานจิตถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ป้ารองรีบขึ้นรถตรงไปที่วัดปากน้ำ ขอพบหลวงพ่อ ทั้งๆ ที่เป็นยามวิกาล แต่ท่านก็เมตตาให้เข้าพบ คุณป้าเล่าอาการของผู้ส่งเคสให้ท่านฟังด้วยเสียงสะอื้นและร้อนรน ท่านบอกอย่างเรียบง่ายว่า "ไม่ตกใจแล้ว ข้าจะช่วย" ท่านพูดง่ายๆ สั้นๆ แค่นี้ แล้วก็ไล่คุณป้าให้รีบกลับไปโรงพยาบาล ป้ายังอุตส่าห์บอกอีกว่า ถ้าหลานหายจะยกให้เป็นลูกสาวหลวงพ่อ ท่านก็บอกว่า "เอ็งรีบกลับไปโรงพยาบาลเร็วๆ เถอะ"
พอถึงโรงพยาบาล ป้าก็รายงานให้ทุกคนฟังว่าได้พบหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ท่านบอกว่า "เอ็งไม่ต้องตกใจแล้ว ข้าจะช่วย" แต่ญาติๆ บอกว่า "จะช่วยได้ยังไง ในเมื่อเขาเอาหลานเข้าไปห้องดับจิตแล้ว" ป้าทำตาละห้อยเดินไปหาพยาบาลแล้วบอกว่า "ฉันขอดูหน้าหลานสาวเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม" อ้อนพยาบาลแม้จะหมดลมหายใจไปแล้วก็ตาม พยาบาลสงสารจึงพาเข้าไปในห้องดับจิตอีกครั้งหนึ่ง
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ทุกคนเกิดอาการขนลุกซู่ชูชัน พยาบาลทั้งสองที่นำเข้าไปดูก็ขยี้ตาตัวเอง ก่อนจะถามว่า "นี่ๆ ทุกๆ คนเห็นไหม นั่นน่ะ ตรงหัวเตียงของเด็ก มีพระภิกษุห่มจีวรสีเหลืองส้มยืนอยู่ตรงนั้น เห็นไหม" ทุกคนมองไป และทุกคนเห็นว่ามีพระเดินอยู่รอบเตียงของผู้ส่งเคสหลายรอบ ผู้ส่งเคสนอนอยู่บนเตียงดับจิต ทุกคนเห็นพระภิกษุห่มจีวรสีเหลืองส้มเดินอยู่รอบเตียงหลายรอบ ก่อนจะหยุดยืนนิ่งๆ ที่หัวเตียง พยาบาลหายตะลึงแล้วพากันเดินเข้าไปเปิดผ้าคลุมหน้าของผู้ส่งเคส แล้วพยาบาลก็ลองผายปอดผู้ส่งเคสดู ผายปอดครั้งแรกผู้ส่งเคสยังนอนนิ่งเฉย ครั้งที่สองก็ยังนิ่งอยู่ พอครั้งที่สาม ผู้ส่งเคสก็หายใจเฮือกหนึ่งขึ้นมา ทุกคนหัวใจพองโตด้วยความดีใจ
พยาบาลรีบโทรศัพท์เรียกหมอใหญ่กันอย่างโกลาหล ผู้ส่งเคสถูกเข็นออกจากห้องดับจิตไปสู่ห้องพักฟื้น พยาบาลทั้งสองผู้เห็นเหตุอัศจรรย์กับตา ก็ผลัดกันเล่าเรื่องพระภิกษุจีวรสีเหลืองส้มที่ห้องดับจิตให้หมอและทุกคนในโรงพยาบาลมิชชั่นฟังด้วยความตื่นเต้น ทั้งๆ ที่เขานับถือศาสนาคริสต์ คำถามต่างๆ พรั่งพรูออกมาว่าพระภิกษุรูปนั้นเป็นใคร มาจากไหน และมาช่วยเด็กคนนี้ใช่ไหม พวกญาติของผู้ส่งเคสตอบอย่างไม่ลังเลว่า ใช่ พวกเราไปขอให้ท่านมาช่วย และพระองค์นั้นปัจจุบันท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ ท่านอยู่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เมื่อผู้ส่งเคสหายดีแล้ว คุณป้าและคุณแม่ก็พาหมอและพยาบาลของโรงพยาบาลมิชชั่นไปกราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทันทีที่เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ เขาก็บอกพร้อมกันเลยว่า "นี่แหละ ใช่เลย องค์นี้แหละ ที่มาในห้องดับจิต แล้วมาช่วยเด็กคนนั้นให้มีลมหายใจอีกครั้งหนึ่ง" พวกเขากราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ และหลังจากนั้นก็หันกลับมานับถือศาสนาพุทธ แล้วก็มาทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นประจำ
ผู้ส่งเคสได้ทราบจากท่านผู้ใหญ่ที่วัดปากน้ำว่า เป็นลูกยกคนสุดท้ายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงเป็นพ่ออัศจรรย์ที่อยู่ในใจผู้ส่งเคสตลอดมา เมื่อโตขึ้น ผู้ส่งเคสมาศึกษาต่อและทำงานที่สหรัฐอเมริกา แล้วมาพบรักและมีคู่ชีวิตที่นี่ สามีเป็นคนไทย ใจเย็นมาก รู้สึกโชคดีที่ได้คู่ชีวิตอย่างเขา ไปวัดด้วยกัน ว่าไงก็ว่าตามกัน สามีทำกับข้าวอร่อย แต่ผู้ส่งเคสทำกับข้าวไม่เป็น แต่กินเป็น เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารวันศุกร์ที่วัดภาวนานิวเจอร์ซีย์ ผู้ส่งเคสจัดเตรียม สามีปรุง ชีวิตคู่ลงตัวมาก
ผู้ส่งเคสมีลูกยากมาก แต่งงานอายุ 33 ปี ตั้งท้องครั้งแรกอายุ 39 ปี แล้วแท้งลูกถึง 2 คน จนกระทั่งอายุ 42 ปีจึงคลอดลูกคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียว ปัจจุบันอายุ 11 ขวบ หลังคลอดก็พาเข้าวัดกันเลย ครอบครัวชอบนั่งสมาธิกันมาก
คุณยายเป็นลูกสาวชาวอิสลาม ต่อมาป้ารองได้พามากราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทันทีที่เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยายก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ต่อมาคุณยายเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ ยายใจดี มีเมตตาต่อลูกหลาน แม้อายุมากสุขภาพก็แข็งแรง ความจำแจ่มใส ไม่เลอะเลือน เสียชีวิตอายุ 96 ปี ด้วยโรคชรา
คุณแม่ศรัทธาหลวงพ่อวัดปากน้ำมาก ชอบทำบุญ ชอบชวนลูกน้องไปทำบุญด้วย บุญทุกที่ ทั้งทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นนักบุญสัญจรไปตามวัดต่างๆ เสมอ คุณแม่เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานตอนอายุ 76 กว่าๆ
คุณพ่อเป็นคนเรียนเก่งมาก ในบ้านมีเหรียญรางวัลเต็มไปหมด เป็นคนใจดี ใจเย็น แต่ไม่นับถือพระและไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย ท่านเชื่อมั่นด้วยตัวเอง เชื่อว่าทุกคนจะดีได้ด้วยตัวเอง หนึ่งสมอง สองมือ ภายหลังเสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก อายุ 70 กว่าๆ
คำถาม
- วิบากกรรมใดที่ส่งผลให้ผู้ส่งเคสเป็นโรคคอตีบจนหมดลมหายใจ? และเหตุใดจึงฟื้นขึ้นมาได้? พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำท่านไปช่วยผู้ส่งเคสได้อย่างไร? ขณะที่ผู้ส่งเคสสลบไปแล้วนั้น วิญญาณไปอยู่ที่ไหน?
- ทำไมพยาบาลและญาติๆ ถึงเห็นหลวงปู่? เขาเห็นได้อย่างไร? เห็นเป็นกายชนิดใด? เกิดขึ้นได้ด้วยสายตาชนิดใด เป็นแบบเดียวกับพระจุลปันถกทำกายมีหลายๆ กายหรือไม่?
- การที่ใครจะได้เป็นลูกยกของหลวงปู่วัดปากน้ำนั้น ต้องสร้างบุญมาอย่างไร? และเหตุที่ผู้ส่งเคสได้เป็นลูกยกคนสุดท้ายของพระเดชพระคุณหลวงปู่นั้น เป็นเพราะบุญใดในอดีตส่งผล หรือว่าเป็นบุญญาภิสังขารในปัจจุบัน?
- คุณยายผู้ส่งเคสมีสายบุญกับหลวงปู่มาในอดีตหรือไม่? และเหตุใดทำให้ท่านไปเกิดในครอบครัวศาสนานอกบุญเขต? ก่อนที่จะมาพบและศรัทธาหลวงปู่วัดปากน้ำ? บุญอะไรที่ทำให้คุณยายอายุยืนและความจำแจ่มใสไม่เลอะเลือน? ปัจจุบันท่านมีชีวิตในปรโลกอย่างไร?
- ทำไมคุณพ่อของผู้ส่งเคสไม่เชื่อในศาสนาใดๆ และไม่เชื่อพระ แต่เชื่อว่าคนจะดีเพราะความสามารถส่วนตัว? ความเชื่อเช่นนี้เกิดจากกรรมอะไร? รวมถึงจะเป็นวิบากกรรมติดตัวไปในภพเบื้องหน้าหรือไม่? คุณพ่อมีชีวิตในปรโลกอย่างไร?
- คุณแม่ผู้ส่งเคสละโลกแล้วไปไหน? มีชีวิตในปรโลกอย่างไร?
- ผู้ส่งเคสและสามีทำบุญใดร่วมกันมา ชาตินี้จึงได้มาเจอและเป็นคู่บุญกัน?
- ทำไมผู้ส่งเคสจึงมีลูกยากมากและแท้งถึง 2 ครั้ง? รวมถึงทำไมลูกสาวคนปัจจุบันจึงรอดมาได้? พอคลอดก็ได้เข้าวัด ทำบุญ และนั่งสมาธิเสมอ เขาบุญบารมีมาดีหรือเปล่า?
- ในพุทธันดรที่ผ่านมา ผู้ส่งเคส สามี และลูกสาว รวมถึงคุณแม่ คุณยาย ได้เคยเกิดมาสร้างบารมีกับหมู่คณะหรือเปล่า? เรามีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรม?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสและสามีประสบอุบัติเหตุจนผู้ส่งเคสขาหักและสามีซี่โครงหัก?
อัศจรรย์ตะวันแก้วเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยใด และเหตุใดจึงเห็นถึงรัฐฟลอริด้า มีนิมิตหมายที่ดีอะไรบอกลูกๆ ที่นั่นหรือไม่
บิดาเสียชีวิตแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ มีข้อความอะไรฝากถึงลูกบ้าง
วิบากกรรมใดทำให้แม่บุญธรรมต้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง และเป็นมะเร็งปอดจนเสียชีวิต ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร เสียชีวิตแล้วไปภพภูมิไหน มีความอยู่เป็นอย่างไร มีอะไรฝากบอกลูกบ้างไหม
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ครับ
บุพกรรมใดคุณพ่อจึงล้มป่วยด้วยโรคลมในตัวตีขึ้น เสมหะติดคอ เสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญอุทิศไปให้หรือไม่?






