ชีวิตลำบากของคุณแม่ วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 487 เดือนกรกฎาคม หน้า 113
หน้าที่ 113 / 184

สรุปเนื้อหา

ช่องนี้มีคำตอบ D M C อย่างที่คิด ตรงกันข้ามคุณแม่ถูกคุณยายทวด ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ของพ่อใหญ่ใช้ให้ทำงานหนัก อยู่ตลอดเวลา ทั้งช่วยทำนา เลี้ยงหมู เลี้ยง ควาย ตักน้ำวันละ ๓ หาบ ผ่าฟืน ทำงาน จิปาถะสารพัดอย่าง แต่คุณแม่ไม่เคยได้รับ ความรักความเอาใจใส่จากคุณยายทวดเลย กลับถูกลูกของคุณยายทวดเอารัดเอาเปรียบ อยู่เสมอ วันใดคุณแม่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะ ถูกคุณยายทวดเฆี่ยนตีอยู่บ่อย ๆ แม้แต่เสื้อผ้า ก็ไม่เคยซื้อให้ใหม่ ปล่อยให้ใส่ชุดเก่า ๆ ขาด ๆ จนโตเป็นสาว คุณแม่อายเพื่อน ๆ จนแทบ ไม่กล้าออกจากบ้านเลยครับ ๆ พ่อใหญ่ส่งให้คุณแม่เรียนหนังสือแค่ ป.๔ จากนั้นก็ให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยท่านา พ่อใหญ่เป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย ถ้าวันไหนไม่ กินเหล้าก็จะพูดดีกับคุณแม่ แต่ถ้าวันไหนไป เมามาก็จะเกรี้ยวกราดอาละวาดไล่ยิงคุณแม่ เหม

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตลำบากของคุณแม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ช่องนี้มีคำตอบ D M C อย่างที่คิด ตรงกันข้ามคุณแม่ถูกคุณยายทวด ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ของพ่อใหญ่ใช้ให้ทำงานหนัก อยู่ตลอดเวลา ทั้งช่วยทำนา เลี้ยงหมู เลี้ยง ควาย ตักน้ำวันละ ๓ หาบ ผ่าฟืน ทำงาน จิปาถะสารพัดอย่าง แต่คุณแม่ไม่เคยได้รับ ความรักความเอาใจใส่จากคุณยายทวดเลย กลับถูกลูกของคุณยายทวดเอารัดเอาเปรียบ อยู่เสมอ วันใดคุณแม่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะ ถูกคุณยายทวดเฆี่ยนตีอยู่บ่อย ๆ แม้แต่เสื้อผ้า ก็ไม่เคยซื้อให้ใหม่ ปล่อยให้ใส่ชุดเก่า ๆ ขาด ๆ จนโตเป็นสาว คุณแม่อายเพื่อน ๆ จนแทบ ไม่กล้าออกจากบ้านเลยครับ ๆ พ่อใหญ่ส่งให้คุณแม่เรียนหนังสือแค่ ป.๔ จากนั้นก็ให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยท่านา พ่อใหญ่เป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย ถ้าวันไหนไม่ กินเหล้าก็จะพูดดีกับคุณแม่ แต่ถ้าวันไหนไป เมามาก็จะเกรี้ยวกราดอาละวาดไล่ยิงคุณแม่ เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ตกเย็นถ้ารู้ว่า พ่อใหญ่กินเหล้ามา คุณแม่จะวิ่งหลบไปอยู่ ใต้ถุนบ้าน เพราะหากอยู่ใกล้ ๆ ก็จะถูก พ่อใหญ่คว้าแขน รวบผม แล้วลากไปเฆี่ยนตี ถ้าวันไหนน้ำเมาออกฤทธิ์เต็มที่ คุณแม่ไหวตัว ทันก็จะรีบวิ่งขึ้นต้นไม้เพื่อหลบลูกกระสุน บุกป่าไผ่หนีหัวซุกหัวซุน บางครั้งก็วิ่งหนีไปหลบ ที่กองฟอนซึ่งเป็นทีเผาศพ รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ กลัวผีก็กลัว แต่กลัวลูกกระสุนของพ่อใหญ่ มากกว่า คุณแม่จึงต้องทนรอจนกระทั่งแน่ใจว่า พ่อใหญ่สร่างเมาจึงจะย่องกลับบ้าน คุณแม่ทนทุกข์อยู่ในสภาพนี้เรื่อยมา ได้แต่คิดในใจว่าจะต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ แล้ววันหนึ่งขณะที่คุณแม่อายุได้ ๑๕ ปี ท่าน | ก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยได้รับการ ช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งที่คุ้นเคยกัน ในช่วงที่คุณแม่ออกไปเลี้ยงควายในนา คุณลุง เห็นคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงน้ำใจมานานก็นึก สงสารขึ้นมาจับใจ จึงออกอุบายช่วยแนะวิธีหนี ออกมา โดยให้คุณแม่เอาเสื้อผ้าและข้าวของ ที่จําเป็นหอบใส่ถังไว้ แล้วทำทีว่าจะไปตักนา พอสบโอกาสก็ให้วิ่งหนีไปตามทุ่งนา แต่ปรากฏว่าวันนั้นแผนแตก เพราะ คุณแม่เผลอไปเล่าเรื่องที่จะหนีให้เพื่อนสนิทฟัง พ่อใหญ่กับพวกญาติ ๆ รู้เข้า จึงวิ่งตามคุณแม่ มาอย่างกระชั้นชิด วิ่งไล่กวดมาจนเห็นหลัง กันไว ๆ คุณแม่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ในที่สุด ก็หนีพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด คุณลุงท่านนั้นมา รอรับคุณแม่ในตัวเมือง แล้วพาคุณแม่ไปสมัคร ทํางานเป็นคนรับใช้ในบ้านคหบดีท่านหนึ่ง คุณแม่อดทนทำงานอยู่ที่นั่นไม่กี่ปีก็สามารถ เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงตัดสินใจไปหาลู่ทาง ทำมาหากินที่กรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นด้วย การเรียนตัดเสื้อ หลังจากเข้ากรุงได้แค่ไม่กี่วัน คุณแม่ กับเพื่อนสองคนก็พากันออกไปเที่ยวงาน วันลอยกระทงที่เขาดิน คุณแม่หยิบกระทงมา อธิษฐานแล้วค่อย ๆ หย่อนลงที่ท่านพร้อมกับ กระทงของเพื่อน ๆ กระทงของเพื่อนๆ ลอย ห่างจากท่าน้ำไปเรื่อย ๆ แต่กระทงของคุณแม่ ลอยไปข้างหน้าได้หน่อยหนึ่ง แล้วลอยวนกลับ มาหยุดอยู่กับที่จนคุณแม่แปลกใจ จึงเฝ้ารออยู่ ว่าเมื่อไรกระทงจะลอยไปสักที ผ่านไปสักครู่หนึ่งก็มีหญิงวัยกลางคน จูงมือเด็กผู้หญิงมายืนบังด้านหน้าคุณแม่ไว้ กรกฎาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๑๑๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More