ข้อความต้นฉบับในหน้า
ช่องนี้มีคำตอบ D M C
อย่างที่คิด ตรงกันข้ามคุณแม่ถูกคุณยายทวด
ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ของพ่อใหญ่ใช้ให้ทำงานหนัก
อยู่ตลอดเวลา ทั้งช่วยทำนา เลี้ยงหมู เลี้ยง
ควาย ตักน้ำวันละ ๓ หาบ ผ่าฟืน ทำงาน
จิปาถะสารพัดอย่าง แต่คุณแม่ไม่เคยได้รับ
ความรักความเอาใจใส่จากคุณยายทวดเลย
กลับถูกลูกของคุณยายทวดเอารัดเอาเปรียบ
อยู่เสมอ วันใดคุณแม่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะ
ถูกคุณยายทวดเฆี่ยนตีอยู่บ่อย ๆ แม้แต่เสื้อผ้า
ก็ไม่เคยซื้อให้ใหม่ ปล่อยให้ใส่ชุดเก่า ๆ ขาด ๆ
จนโตเป็นสาว คุณแม่อายเพื่อน ๆ จนแทบ
ไม่กล้าออกจากบ้านเลยครับ
ๆ
พ่อใหญ่ส่งให้คุณแม่เรียนหนังสือแค่
ป.๔ จากนั้นก็ให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยท่านา
พ่อใหญ่เป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย ถ้าวันไหนไม่
กินเหล้าก็จะพูดดีกับคุณแม่ แต่ถ้าวันไหนไป
เมามาก็จะเกรี้ยวกราดอาละวาดไล่ยิงคุณแม่
เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ตกเย็นถ้ารู้ว่า
พ่อใหญ่กินเหล้ามา คุณแม่จะวิ่งหลบไปอยู่
ใต้ถุนบ้าน เพราะหากอยู่ใกล้ ๆ ก็จะถูก
พ่อใหญ่คว้าแขน รวบผม แล้วลากไปเฆี่ยนตี
ถ้าวันไหนน้ำเมาออกฤทธิ์เต็มที่ คุณแม่ไหวตัว
ทันก็จะรีบวิ่งขึ้นต้นไม้เพื่อหลบลูกกระสุน
บุกป่าไผ่หนีหัวซุกหัวซุน บางครั้งก็วิ่งหนีไปหลบ
ที่กองฟอนซึ่งเป็นทีเผาศพ รองเท้าก็ไม่ได้ใส่
กลัวผีก็กลัว แต่กลัวลูกกระสุนของพ่อใหญ่
มากกว่า คุณแม่จึงต้องทนรอจนกระทั่งแน่ใจว่า
พ่อใหญ่สร่างเมาจึงจะย่องกลับบ้าน
คุณแม่ทนทุกข์อยู่ในสภาพนี้เรื่อยมา
ได้แต่คิดในใจว่าจะต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้
แล้ววันหนึ่งขณะที่คุณแม่อายุได้ ๑๕ ปี ท่าน
|
ก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยได้รับการ
ช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งที่คุ้นเคยกัน
ในช่วงที่คุณแม่ออกไปเลี้ยงควายในนา คุณลุง
เห็นคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงน้ำใจมานานก็นึก
สงสารขึ้นมาจับใจ จึงออกอุบายช่วยแนะวิธีหนี
ออกมา โดยให้คุณแม่เอาเสื้อผ้าและข้าวของ
ที่จําเป็นหอบใส่ถังไว้ แล้วทำทีว่าจะไปตักนา
พอสบโอกาสก็ให้วิ่งหนีไปตามทุ่งนา
แต่ปรากฏว่าวันนั้นแผนแตก เพราะ
คุณแม่เผลอไปเล่าเรื่องที่จะหนีให้เพื่อนสนิทฟัง
พ่อใหญ่กับพวกญาติ ๆ รู้เข้า จึงวิ่งตามคุณแม่
มาอย่างกระชั้นชิด วิ่งไล่กวดมาจนเห็นหลัง
กันไว ๆ คุณแม่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ในที่สุด
ก็หนีพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด คุณลุงท่านนั้นมา
รอรับคุณแม่ในตัวเมือง แล้วพาคุณแม่ไปสมัคร
ทํางานเป็นคนรับใช้ในบ้านคหบดีท่านหนึ่ง
คุณแม่อดทนทำงานอยู่ที่นั่นไม่กี่ปีก็สามารถ
เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงตัดสินใจไปหาลู่ทาง
ทำมาหากินที่กรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นด้วย
การเรียนตัดเสื้อ
หลังจากเข้ากรุงได้แค่ไม่กี่วัน คุณแม่
กับเพื่อนสองคนก็พากันออกไปเที่ยวงาน
วันลอยกระทงที่เขาดิน คุณแม่หยิบกระทงมา
อธิษฐานแล้วค่อย ๆ หย่อนลงที่ท่านพร้อมกับ
กระทงของเพื่อน ๆ กระทงของเพื่อนๆ ลอย
ห่างจากท่าน้ำไปเรื่อย ๆ แต่กระทงของคุณแม่
ลอยไปข้างหน้าได้หน่อยหนึ่ง แล้วลอยวนกลับ
มาหยุดอยู่กับที่จนคุณแม่แปลกใจ จึงเฝ้ารออยู่
ว่าเมื่อไรกระทงจะลอยไปสักที
ผ่านไปสักครู่หนึ่งก็มีหญิงวัยกลางคน
จูงมือเด็กผู้หญิงมายืนบังด้านหน้าคุณแม่ไว้
กรกฎาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๑๑๑