ข้อความต้นฉบับในหน้า
D M C ช่องนี้มีคำตอบ
คุณแม่นึกในใจว่า ทำไมหน้าตาของเธอช่าง
เหมือนกับคุณแม่ที่จากไปนาน จึงลองเข้าไป
สะกิดถามว่า “น้าจ๊ะ น้าชื่ออะไร”
หญิงวัยกลางคนก็ตอบว่า "ชื่อน้อย"
คุณแม่ถอนหายใจเพราะคิดว่าทักผิดคน
หญิงคนนั้นจึงถามกลับมาว่า "อ้าว....
แล้วถามทำไมล่ะ”
คุณแม่จึงบอกว่า “คิดว่าเป็นคนรู้จัก
ทีชือสร้อย”
ผู้หญิงคนนั้นจึงเล่าว่าเมื่อก่อนเธอก็
ชื่อสร้อยเหมือนกัน แต่พอมาได้สามีใหม่ก็เลย
เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “น้อย” แล้วถามกลับว่า
"แล้วหนูชื่ออะไรล่ะ"
คุณแม่บอกชื่อและเล่าเหตุการณ์ที่
ถูกแม่ทิ้งเมื่อสมัยเป็นเด็ก ยังไม่ทันจะเล่าจบ
หญิงคนนั้นก็คว้าแขนคุณแม่เข้ามาใกล้ ๆ
อุทานขึ้นมาเสียงดังว่า “งั้นหนูก็ลูกฉันน่ะสิ”
ในที่สุดคุณแม่ก็ได้มาพบกับแม่แท้ ๆ
โดยบังเอิญในคืนวันลอยกระทงนั่นเอง ทั้งสอง
ท่านมีความสุขมากที่ได้เจอกันอีกครั้งหลังจาก
เรื่องเป้าหมายชีวิตมากนัก ทุกครั้งที่ทำบุญ
จึงทำแบบไร้จุดหมาย ทำแล้วก็มักอธิษฐาน
ขอให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มีความสุขในปัจจุบัน
เพียงอย่างเดียว แต่ถึงอย่างนั้นบุญก็ยังส่งผล
เป็นอัศจรรย์ เพราะสังเกตว่าชีวิตของผมดีขึ้น
มากอย่างเห็นได้ชัดทั้งในด้านการศึกษาและ
หน้าที่การงาน ทั้งที่ก่อนเข้าวัดชีวิตผมไม่ค่อย
จะราบรื่นสักเท่าไร
หลายปีที่ผ่านมา ผมสามารถคว้า
ปริญญาโทมาได้ถึง ๒ ใบ โดยสําเร็จปริญญาโท
เกียรตินิยมด้านวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์
จากนิด้า ต่อมาก็คว้าปริญญาโทด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศจากประเทศออสเตรเลีย ขณะที่
เรียนต่อที่ต่างประเทศ ผมสามารถทำเกรด
เทอมแรกได้ระดับยอดเยี่ยม A+ ทุกวิชา ทาง
มหาวิทยาลัยจึงจ้างให้ผมทำหน้าที่เป็น Marker
คอยตรวจข้อสอบและการบ้านของนักศึกษา
ผมจึงได้รับค่าตอบแทนมากพอที่จะส่งตัวเอง
ให้เรียนจบมาได้อย่างสบาย ๆ
หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน
ก็เหมือนบุญจัดสรรทําให้ผมได้เข้าทำงาน
แม้ว่าคุณยายจะทิ้งคุณแม่ไปโดยไม่ได้ ในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
พลัดพรากกันมานานกว่า ๑๕ ปี
เลี้ยงดูเลย แต่เมื่อได้มาเจอกัน คุณแม่ของผม
รายได้ดีมาก โดยที่ผมไม่ต้องออกไปเร่ขาย
ประกันให้เหนื่อยเลย
ก็ตั้งใจดูแลคุณยายอย่างดี หมั่นไปเยี่ยม
คุณยายที่บ้านสามีใหม่ทุก ๆ เดือน พร้อมกับ
มอบเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ให้ท่านใช้สอย และ
เมื่อคุณยายป่วยก็รับมาดูแลที่บ้านโดยที่ไม่เคย
โกรธเคืองเลย พยายามทําหน้าที่ลูกที่ดีเรื่อยมา
จนถึงปัจจุบัน
บ
ตัวผมเอง เข้าวัดครั้งแรกตั้งแ
ดครั้งแรกตั้งแต่
๒๕๓๐ ช่วงแรกยอมรับว่าผมยังไม่ค่อยเข้าใจ
ผมตระหนักดีว่า ความสำเร็จทั้งหมดนี้
เป็นเพราะอานุภาพบุญที่ทำถูกเนื้อนาบุญ
ดังนั้นทุกครั้งที่หลวงพ่อมีบุญใหญ่มาให้ลูก ๆ
ผมจึงทุ่มเทท่าอย่างเต็มที่เต็มกำาลัง อย่างน้อย
ที่สุดก็ 15 ครับ
ดังนั้น สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิตจึง
ไม่ใช่การได้ปริญญาโท ๒ ใบ หรือความสำเร็จ
พ.ศ.
๑๑๒ อยู่ในบุญ กรกฎาคม ๒๕๕๘