ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่กลับเดินหน้าสร้างบารมีต่อไป ก่อนนอนจะตั้งใจ
สวดมนต์นั่งสมาธิอยู่บนเตียง ๒ ชั้น ในห้องรวม
ที่มีเพื่อนคนงานด้วยกันนั่งกินเหล้า ส่งเสียงเอะอะ
โวยวายเสียงอึกทึกครึกโครม เป็นไปอย่างนี้ทุกคืน
จากการตรากตรำทำงานหนักทั้งวัน เดินไปคุ้ยหา
เศษเหล็กที่กองพะเนินอยู่ เขาเก็บสะสมเศษเหล็ก
แล้วนำไปขาย ได้กิโลกรัมละ ๒ เหรียญเท่านั้น
แต่ด้วยหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมท้อถอย เขาเฝ้าเพียร
ด้วยความอุตสาหะบวกกับความเพียรในตัวของเขา พยายามเก็บไปทุกวัน จนได้เศษเหล็กเป็นต้นๆ
ทําให้เขาสามารถต่อสู้สวนกระแสกับสภาวะนี้มา รายได้จากการเก็บเศษเหล็กบวกกับเงินเดือนของ
ได้ตลอด
เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขาปีติขนลุกน้ำตา
ไหล ลืมไม่ลง ปลื้มทั้งชาตินี้และชาติต่อๆ ไปก็
คือมหากุศลอันยิ่งใหญ่ มหาทานบารมี กฐิน ๕๕
พอได้ข่าวบุญนี้ เขารีบตั้งจิตอธิษฐานว่าอยากจะ
ถวายสัก ๓,๐๐๐ เหรียญไต้หวัน (ประมาณ ๓,๗๐๐
บาท) ดูตัวเลขแล้วอาจจะคิดว่าน้อยนิด แต่สำหรับ
ลูกจ้างแรงงานที่ทำงานก่อสร้างอย่างเขา มันเป็น
เงินที่มากพอสมควร เขาหยอดกระปุกอธิษฐาน
จิตทุกวัน ด้วยอานุภาพบุญที่ได้ตั้งกุศลจิตศรัทธา
มั่นครั้งนี้ ไม่นานนักเขาก็สามารถรวบรวมปัจจัย
ได้เกิน ๓,๐๐๐ เหรียญ แล้วค่อยๆ ขยับเป็น ๕,๐๐๐
/ 00,000/ &,000 และในที่สุดเขาสามารถ
ทำได้ถึง ๓๐,๐๐๐ เหรียญ
ในระหว่างที่รวบรวมปัจจัย เขาได้ถ่ายทอด
ความรู้สึกแห่งความปลื้มปีติครั้งนี้ว่า เขาตั้งหน้า
ตั้งตาทำงานล่วงเวลาหรือที่เรียกว่า โอที จนถึง
เวลา ๑ ทุ่มครึ่งทุกคืน อาบเหงื่อต่างน้ำ ร่างกาย
เหนื่อยล้า แต่ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
แห่งความดี ใจชุ่มอยู่ในบุญตลอดเวลา จิตใจเฝ้า
ครุ่นคิดถึงแต่กฐินสามัคคี” ๔๕ กายก็ทำงานไป
ใจก็จรดที่ศูนย์กลางกายตลอด
เขา เมื่อรวมกันแล้วปรากฏว่าเขาสามารถรวบ
รวมปัจจัยได้ถึง ๓๐,๐๐๐ เหรียญ
จากการที่เขาเฝ้าเก็บเศษเหล็กในตอนกลาง
คืน ทำให้สุขภาพเขาอ่อนแอลง ระบบอวัยวะ
ภายในแปรปรวน บางวันเขาต้องแอบไปอาเจียน
เพื่อไม่ให้หัวหน้างานเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเห็นแล้ว
เขาจะอดทำงานล่วงเวลา เมื่อสะสมนานวันเข้า
ในคืนหนึ่งร่างกายอ่อนล้าจนถึงขีดสุด มีอาการ
ท้องเสียตลอดทั้งคืนที่ต้องเดินเข้า-ออกจากห้องน้ำ
จนหมดแรง แต่ด้วยหัวใจของนักสร้างบารมี เขา
คิดอยู่ในใจว่า “ความตายนั้นเราไม่กลัว แต่กลัว
ว่าจะไม่ได้ทำบุญกฐิน เพราะเราเก็บเงินท่าบุญ
ซ่อนไว้ ขออย่าให้เราต้องตายก่อนเลย”
เช้าวันรุ่งขึ้น ลืมตาขึ้นมา “นี่เรายังไม่
ตาย” เขารู้สึกดีใจมากที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ร่วมทำบุญ
กฐินครั้งนี้อย่างปีติและเบิกบานใจในความสำเร็จ
ตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์
ครั้งนี้ ภาพต่างๆ ยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ
เขารู้สึกว่าชีวิตที่เกิดมานี้คุ้มค่าที่สุด
ทุกวันนี้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปใน
ทางที่ดี จากเพื่อนร่วมงานที่ไม่เคยเข้าใจกัน ก็
กลับมาเข้าใจและเห็นใจเขา หัวหน้างานก็เมตตา
เขาเล่าถึงที่มาของปัจจัยที่เกินควรเกินคาด เอ็นดูเขาเป็นพิเศษ คิดอะไรก็สําเร็จตามที่ใจ
ว่า วันหนึ่งขณะที่เขากำลังทํางานอยู่ พลันสายตา ปรารถนา และสิ่งหนึ่งที่มั่นคงอยู่ในใจของเขา
ก็เหลือบไปเห็นขยะกองใหญ่ที่ทุกคนไม่เหลียวแล นั่นคือการได้สร้างบารมีด้วยการทำทาน รักษา
แต่สำหรับเขา นั่นคือ “กองเงิน กองทอง” มัน ศีล ๕ ครบถ้วน และทำสมาธิภาวนาเยี่ยง
เป็นหนทางหนึ่งที่จะทําให้เขาสามารถทำบุญกฐิน บัณฑิตในสมัยพุทธกาล
ครั้งนี้ได้สําเร็จ เมื่อคิดดังนั้นแล้ว ขณะที่
ทุกคนกำลังหลับไหลไปด้วยความอ่อนล้า
แต่เขาไม่หลับ พาสังขารที่อ่อนแรง
๑๘
kalyanamitra.org