ข้อความต้นฉบับในหน้า
อ่อนหวาน ก่อนที่จะตบท้ายด้วยวิธีเฉียบขาด รุนแรง
จากนายและนางนิรยบาลที่ให้เห็นโทษภัยของบุหรี่
และสุรา จากทั้งสองวิธีนี้ ปรากฏว่าในเวลาไม่นาน
ใบปวารณาเลิกเหล้าบุหรี่ที่เราเตรียมไว้เป็นจำนวนถึง
๑
พันใบ ก็ไม่เพียงพอ
พิธีเทเหล้าเริ่มขึ้น โดยตัวแทนของผู้หักดิบ
ได้ถวายใบปวารณาแก่พระอาจารย์ ประธานฝ่าย
ฆราวาสในครั้งนี้คือ คุณกนกวรรณ พงษ์พุฒิวัฒนา
ประธานผู้ก่อตั้งสมาคมคนไทยในไต้หวัน กล่าวเปิด
งาน แล้วจึงรวมพลังลงมือเทเหล้า-เผาบุหรี่ กันอย่าง
สนุกสนาน ท่ามกลางความงงงวยของผู้ที่ได้พบเห็น
เพราะปกติในทุกๆ ปี จะได้เห็นภาพคนที่มาร่วมงาน
งานนี้ คุณนวลพรรณ มหาคุณ ผู้อำนวยการ
ใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยประจำไต้หวัน
ได้กล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่า งานในวันนี้จะเสร็จ
สมบูรณ์ได้ขนาดนี้ ตรงกับความปรารถนาที่ดิฉัน
เคยได้คาดหวังไว้ ดิฉันรู้ว่างานนี้ทุกอย่างสำเร็จได้
ก็เพราะบุญของลูกๆ พระราชฯทุกคนที่ร่วมแรง
ร่วมใจกัน”
พระภิกษุจากวัดจงลี่ วัดไทยในประเทศไต้หวัน
ท่านได้เห็นบรรยากาศนอกสนามกีฬา ท่านบอกว่า
งานนี้คนมาเป็นแสนจริงนะ แต่กว่าครึ่งเข้างานเรา
ไม่ได้ เพราะเมาแอ๋กันอยู่นอกสนาม เหมือนกระแส
แห่งความดี ความศักดิ์สิทธิ์จากการเทเหล้า-เผาบุหรี่
คนไทย ใช้ทาคอน
TO SEE A SET
เมามายอย่างไม่มีสติ แต่ปรากฏว่าปีนี้กลับเป็นภาพ
ของผู้คนที่ได้มาร่วมกันเทและทุบขวด อุบาทว์
จนแหลกละเอียด
หลังจากเสร็จพิธี ลูกๆ ก็ยังได้นำวัฒนธรรม
ของคุณยายมาเผยแพร่ที่นี่ โดยกลุ่มอาสาสมัครได้
ช่วยกันแจกถุงดำและเก็บเพชรพลอย ซึ่งนำความ
อัศจรรย์ให้เกิดขึ้นกับผู้มาร่วมงาน จนอดรนทนไม่ได้
ขอมาร่วมเก็บเพชรพลอย ปรากฏว่าเพชรพลอยที่
เกลื่อนกลาดอยู่เต็มสนาม สามารถหมดไปภายใน
ชั่วพริบตาเดียว ภาพนี้ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ได้สร้าง
ความตื่นตะลึงให้กับหน่วยงานราชการทั้งไทยและ
ไต้หวันมาก
t
ในวันนี้ ช่วยกรองคนให้ “คนเมาเข้าไม่ได้” ท่านเอง
ชื่นชมและประทับใจมาก บอกอยู่ไต้หวันมาก ๑๐ ปี
ร่วมงานสงกรานต์ทุกปี แต่ปีนี้เมื่อมีงานเทเหล้า-
เผาบุหรี่ ได้ทำให้งานสงกรานต์เรียบร้อย ศักดิ์สิทธิ์
เป็นงานที่ให้ความเป็นไทยอย่างแท้จริง มีพลังมาก
หลายๆ ท่านที่มาร่วมงานได้กล่าวว่า แม้
ดวงอาทิตย์จะร้อนแรงสักเพียงใด ก็แพ้ความ
สว่างไสวในใจของพวกเราลูกพระราชฯ
สุดท้ายขอกราบขอบพระคุณคุณครูไม่ใหญ่
ผู้เป็นหลักชัย หลักใจ ที่ทำให้งานอันน่าอัศจรรย์นี้
ได้เกิดขึ้นและแพร่ขยายกระแสแห่งความดีนี้ไป
ทั่วโลก
1839