การฝึกสมาธิและผลต่อการเรียน วารสารอยู่ในบุญ ปี 2547 ฉบับที่ 20 เดือนมิถุนายน หน้า 38
หน้าที่ 38 / 80

สรุปเนื้อหา

เมื่อลูกของเราถูกสอนให้ฝึกสมาธิเป็น ตั้งแต่เล็ก สิ่งที่เราจะได้ขั้นต้นคือ ได้ความตรง เวลาของลูกเรา ซึ่งดูเผินๆ ก็ไม่อัศจรรย์แต่อย่าง ใด แต่จริงๆ แล้วอัศจรรย์ เพราะเรากำลังฝึกลูก ให้ตัดสินแล้วก็ติดใจเป็น เด็กทุกคนในโลกมักจะ ติดเล่นสนุกสนาน เมื่อติดเล่นแล้วก็จะไม่ตรงเวลา แต่เมื่อเราให้เด็กมาติดตรงการฝึกสมาธิ แล้ว ต้องตรงเวลา เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะเล่นสนุก อย่างไรก็ตาม พอถึงเวลาฝึกสมาธิต้องให้เขามา ฝึกทันที เลยกลายเป็นว่า ในขณะที่ฝึกสมาธินั้น ก็เป็นการฝึกตัดใจเรื่องสนุกที่เขาเล่นไปด้วย ความสามารถในการตัดใจของคนเรา เป็นสิ่งที่จําเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิตทีเดียว เพราะว่า ต่อไปข้างหน้า เมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นคน ที่นอกจากตัดสินเรื่องราวต่างๆ ได้ว่า ดี ชั่ว ผิด ถูก แล้วยังตัดใจได้อีกด้วยว่า เมื่อรู้ว่าผ

หัวข้อประเด็น

- การฝึกสมาธิและผลต่อการเรียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

998 เมื่อลูกของเราถูกสอนให้ฝึกสมาธิเป็น ตั้งแต่เล็ก สิ่งที่เราจะได้ขั้นต้นคือ ได้ความตรง เวลาของลูกเรา ซึ่งดูเผินๆ ก็ไม่อัศจรรย์แต่อย่าง ใด แต่จริงๆ แล้วอัศจรรย์ เพราะเรากำลังฝึกลูก ให้ตัดสินแล้วก็ติดใจเป็น เด็กทุกคนในโลกมักจะ ติดเล่นสนุกสนาน เมื่อติดเล่นแล้วก็จะไม่ตรงเวลา แต่เมื่อเราให้เด็กมาติดตรงการฝึกสมาธิ แล้ว ต้องตรงเวลา เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะเล่นสนุก อย่างไรก็ตาม พอถึงเวลาฝึกสมาธิต้องให้เขามา ฝึกทันที เลยกลายเป็นว่า ในขณะที่ฝึกสมาธินั้น ก็เป็นการฝึกตัดใจเรื่องสนุกที่เขาเล่นไปด้วย ความสามารถในการตัดใจของคนเรา เป็นสิ่งที่จําเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิตทีเดียว เพราะว่า ต่อไปข้างหน้า เมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นคน ที่นอกจากตัดสินเรื่องราวต่างๆ ได้ว่า ดี ชั่ว ผิด ถูก แล้วยังตัดใจได้อีกด้วยว่า เมื่อรู้ว่าผิดก็ตัดใจ ทิ้งจากสิ่งนั้นไปเลย เมื่อรู้ว่าถูก ก็ทุ่มเทจิตใจลง ไปทำความดีอย่างนั้นเลย ไม่เฉพาะแต่การตัดใจจากเรื่องเล่นหรือ เรื่องสัพเพเหระเท่านั้น แต่ลูกจะติดใจทิ้งเรื่องราว ที่ไม่ควรคิดออกจากใจไปด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อ ถึงเวลาลูกไปเรียนหนังสือ เรื่องรกใจต่าง ๆ เขา ก็ตัดทิ้งจากใจได้ การเรียนของลูกจะต้องดีขึ้น เป็นธรรมดา ตรงนี้หลวงพ่ออยากจะให้ข้อคิดไว้ว่า การที่ลูกจะตัดสินตัดใจได้ดีขึ้น หรือสามารถอ่าน หนังสือ ทำการบ้านได้ต่อเนื่องดีขึ้น ห้ามเอาลูก ไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ให้เปรียบเทียบกับ ตัวของเขาเอง อย่าไปตั้งความหวังว่า เมื่อลูกของเรา ๑ ในห้อง ลงมือฝึกสมาธิแล้ว คงจะเรียนได้ที่ อย่างนี้คิดผิด เพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งคนอื่นเขาอาจจะฝึกสมาธิติดตัวข้ามภพข้าม ชาติมามาก แม้ชาตินี้เขาไม่ได้ฝึกก็ตาม แต่ใจ ของเขาก็เป็นสมาธิมากกว่าลูกของเรามาตั้งแต่ เล็กแล้ว ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี อย่าตั้ง ความหวังผิดๆ เดี๋ยวจะผิดหวัง เมื่อเราฝึกลูกให้ทําสมาธิจนคุ้นเคย สิ่งที่ เราพอหวังได้ทีเดียวว่า อย่างไรก็ตามลูกของเรา ก็เรียนดีขึ้น เป็นคนดีขึ้น มีจิตใจสงบเยือกเย็นขึ้น ความอดทนของเขาจะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะอดทนต่อ การกระทบกระทั่ง ต่อการยั่วเย้า เย้ายวนต่าง ๆ อดทนที่จะทำการบ้าน อ่านหนังสือค้นคว้าตำรับ ตำราได้นานๆ ซึ่งจากความอดทนตรงนี้แล้วจะ กลายเป็นความขยัน ความน่ารัก กลายเป็น ความดีอีกต่างๆ นานาเกิดขึ้นกับลูกของเรา อย่างนี้หวังไม่ผิด แล้วเราก็ไม่ต้องผิดหวัง ouh ummb kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More