ข้อความต้นฉบับในหน้า
หมู่คณะใดที่ทำงานเป็นทีมได้ดี นั่นแสดงว่า หมู่คณะนั้นมีผู้ร่วมทีมที่มีความอดทนต่อ
การกระทบกระทั่งและคำสรรเสริญเยินยอได้มากกว่านั่นเอง
บทฝึกที่จะทําให้เกิดความอดทนต่อการกระทบกระทั่งในการทํางานร่วมกันได้อย่างดี
ก็คือ การฝึกความละเอียดลออในการใช้ปัจจัยสี่ พวกเราเคยสังเกตไหมว่า เวลาทํางานร่วมกัน
เพียงแค่สมาชิกคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในทีมหยิบเครื่องไม้เครื่องมือไปใช้ทำงานแล้วไม่เอากลับมา
ไว้ที่เดิม หรือเอากลับมาไว้ที่เดิมเหมือนกัน แต่ไม่ทําความสะอาดให้เรียบร้อย เพียงแค่นี้ก็เกิด
การกระทบกระทั่งกันแล้ว ทำให้งานใหญ่เกิดความเสียหายได้เช่นกัน
การที่คนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้มีลักษณะนิสัยละเอียดลออ หยิบสิ่งของเครื่องใช้มาใช้เสร็จ
แล้ว ก็ทำความสะอาด น่ากลับไปไว้ที่เดิมให้เรียบร้อย ไม่ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ก่อภาระให้คนอื่น
ๆๆ
ต้องมาตามล้างตามเก็บในภายหลัง ใครที่ฝึกตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ นั่นก็หมายความว่า เขา
ต้องได้รับการฝึกการดูแลการใช้ข้าวของส่วนตัว ทั้งเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ก็เก็บพับเรียบร้อย
รับประทานอาหารก็มีมารยาท มื้อไหนมีของอร่อยก็แบ่งปันกันให้ทั่ว ๆ ไม่ใช่เจออาหารถูกปาก
ก็ตักกินคนเดียวหมด อาหารที่ไม่ถูกปากก็ปล่อยให้ชาวบ้านกินไป เมื่อรับประทานเรียบร้อย
ก็ช่วยกันเก็บล้างทําความสะอาดอย่างดี
ๆ
การฝึกฝนอบรมตนเองอย่างนี้จะทำให้เป็นคนไม่เอาแต่ใจตัว เมื่อไม่เอาแต่ใจตัวก็เลย
กลายเป็นคนที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความอดทน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด
การกระทบกระทั่งไปในตัว
ถ้าเราผ่านไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นบ้านใครหรือแผนกงานใด แค่เห็นไม้กวาดที่เขากวาดบ้าน
หรือกวาดพื้นถูกวางทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ สายยางรดน้ำใช้แล้วก็ไม่พูดไม่ม้วนให้เรียบร้อย ผ้าขี้ริ้ว
ใช้แล้วก็ไม่ชักไม่ตากในที่เหมาะสม สันนิษฐานได้เลยว่า บ้านหลังนั้นจะต้องมีการกระทบกระทั่ง
กันอยู่เป็นประจำ
แต่ถ้าเราผ่านไปบ้านไหน ก็เห็นว่าเขาเก็บข้าวของไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีหมดทุกสิ่ง
ทุกอย่าง รู้ไว้เถิดว่าในความมีระเบียบของคนในบ้านนั้น เขาได้ฝึกฝนอบรมคนของเขาให้มี
ความอดทนต่อการกระทบกระทั่งเป็นอย่างดีแล้วด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น
ก็เลยไม่มีการทําหนิกัน ไม่มีการจับผิดกัน อาการหิวคำชมจึงไม่เกิดขึ้น
คนที่หิวคำชมจะต้องการแต่คำสรรเสริญเยินยอ ซึ่งแสดงว่าเขาถูกด่าถูกตำหนิมามาก จึง
อยากจะให้ใครมาชมเขาบ้าง แต่ถ้าใครทำทุกอย่างดีเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็มักได้ค่าชม
เป็นปกติ ไม่เคยถูกด่าหนิ จึงไม่ต้องไปโหยหาค่าชมกันอีก
ถ้าใครคิดว่าตนเองยังอดทนต่อการกระทบกระทั่งได้ไม่ดีพอ ก็ให้กลับมาเคี่ยวเข็ญตนเอง
ในเรื่องการใช้สอยปัจจัยสี่ต่าง ๆ เหล่านั้น เช่น ไปนั่งที่ไหน เมื่อเลิกนั่ง ก็เก็บเก้าอี้เก็บโต๊ะ
ๆ
เข้าที่เดิมให้เรียบร้อย ไปกินที่ไหน เมื่อกินเสร็จแล้ว ก็จัดการกับถ้วย-ช้อน-จาน-ชาม
ให้เรียบร้อยเหมาะสม ไปเขียนหนังสือ ไปทํางานตรงไหน พอใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็
เก็บเครื่องไม้เครื่องมือเข้าที่ให้เรียบร้อย ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ ก็รู้จักใช้ของให้พอประมาณ
ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ขี้เหนียว ไม่ตระหนี่ถี่ถ้วนจนเกินไป
๕๔ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๖๓