ข้อความต้นฉบับในหน้า
6. การตอบแทนบุญคุณผู้มีพร้อมแล้วทุกสิ่งนั้น
ไม่ง่ายเลย เพราะต้องไตร่ตรองแล้ว ไตร่ตรอง
อีก ด้วยเหตุนี้ความกตัญญูกตเวทีจึงเป็นเหตุให้เกิด
ความฉลาด ความมีสติปัญญา เพราะบังคับให้เรา
ต้องคิดเจาะลึกให้ถึงที่สุดจริง ๆ
เมื่อได้เรียนวิชาจากหลวงปู่ ทั้ง ๆ ที่ทีแรกไม่ได้เรียนโดยตรงกับหลวงปู่ แต่เรียนจาก
คุณยายทองสุข ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ แต่สามารถไปเยี่ยมพ่อตัวเองได้สมใจนึก ไปขอขมา
พ่อเรียบร้อยแล้วยังไม่พอ ยังช่วยพ่อให้พ้นนรกได้อีกด้วย ท่านจึงนึกขอบพระคุณหลวงปู่
เป็นอย่างยิ่ง แล้วคิดจะตอบแทนบุญคุณหลวงปู่ด้วย เมื่อมาเจอหลวงปู่ คุณยายก็ทุ่มชีวิต
ฝึกวิชชาธรรมกายด้วยความเคารพ ด้วยความกตัญญูต่อหลวงปู่ มุ่งจะตอบแทนพระคุณหลวงปู่
ที่ทำให้ท่านสมหวัง เมื่อทุ่มปฏิบัติหนักเข้า ๆ ก็เกิดความแตกฉาน
ครั้นเกิดความแตกฉานแล้ว ท่านได้คิดไปอีกระดับหนึ่งว่า แท้ที่จริงที่เราทุ่มเทปฏิบัติมา
ทำให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก เข้าใจพระนิพพาน เข้าใจการเวียนว่ายตายเกิด เข้าใจ
กฎแห่งกรรม เมื่อรู้ลึกซึ้งหนักเข้าอย่างนี้ ก็เลยกลายเป็นว่าต่อจากนั้นท่านทุ่มเทปฏิบัติธรรม
เพื่อปราบกิเลสให้ตัวเอง จะได้ไม่ต้องเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร และในเวลาเดียวกันก็เป็น
การตอบแทนพระคุณหลวงปู่ในความหวังดีที่หลวงปู่มีต่อท่าน
เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ตั้งคำถามกับบรรดาผู้ทำวิชชาในโรงงานทำวิชชาตอนนั้นว่า
ที่มาทำวิชชากันอยู่นี่ทำเพื่อใคร ทั้งปราบกิเลสในตัวเองด้วย ปราบมารที่เป็นต้นตอที่ทำให้
กิเลสมนุษย์กำเริบนั่นด้วย ทำเพื่อใคร บางท่านตอบว่าทำเพื่อหลวงปู่ บางท่านตอบว่าทำเพื่อ
พระพุทธศาสนา ทําเพื่อพระพุทธเจ้า ทำเพื่อให้ได้บุญเยอะ ๆ ก็ว่ากันไป
แต่พอมาถึงคุณยาย คุณยายของเราฟันธงลงไปเลยว่าไม่ได้ทำเพื่อใครทั้งนั้น ทำเพื่อ
ตัวเอง ปราบกิเลสในตัวเองแล้วจะได้ไม่ต้องไปเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลส ไม่ต้องเป็นบ่าว
เป็นทาสของมารต่อไป ให้ดีกว่านั้นอีกก็ปราบมารไปด้วย วันหลังมันจะได้ไม่มากวนกิเลสใคร
ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เป็นการทำเพื่อตัวเอง แต่ว่าผลพลอยได้ได้แก่ทุกคน ได้หมดทั้งโลกเลย
๕๔ อยู่ในบุญ ธันวาคม ๒๕๖๓
.