ข้อความต้นฉบับในหน้า
บนศาลาที่ไม่โดนแดดโดนฝน อย่างที่ศาลาจาตุมหาราชิกานี้ เอาเสื่อสีแดง ๆ มาใช้ได้ พวกนี้
คุณภาพดี ประณีต แล้วราคาก็แพงมากด้วย แต่ก็คุ้มเพราะใช้ทนดี แต่ถึงจะทนทานอย่างไร
ถ้าเอาลงไปปูที่พื้นข้างล่างซึ่งกินมันขึ้น มันฉ่ำแล้ว ไม่ทันไรเดี๋ยวก็ขึ้นราเสียหายหมด เพราะฉะนั้น
เสื้อแดงนี้ห้ามเอาไปปูตามสนามหญ้าเด็ดขาด
บนศาลาอื่นที่อาจโดนแดดโดนฝนบ้าง ก็ให้เอาเสื่อที่มีคุณภาพปานกลางไปปูไว้ พอใช้การได้
ถึงเสียหายบ้างก็ไม่เป็นไร
ส่วนกลางสนามหรือบนพื้นดินที่เสี่ยงต่อความจําแฉะนั้น ให้เอาเสื่อคุณภาพเลวไปใช้ ถ้าเกิด
เสียหายขึ้นก็ไม่ต้องไปเสียดาย เพราะราคาไม่กี่สตางค์ เป็นเสื่อสั้น
พวกเรามาวัดรู้อย่างนี้แล้ว ช่วยหลวงพ่อด้วย ใช้เสื่อให้ถูกประเภท แล้วก็ช่วยกันเก็บ ช่วยกัน
รักษา เราจะได้มีของดี ๆ เอาไว้ใช้กัน ยิ่งเราใช้ถนอมให้อายุยืนยาวไปได้เท่าไร เจ้าภาพที่เขาบริจาค
เงินซื้อเสื่อมา ก็จะได้บุญมากขึ้นตามส่วน เราเองก็ได้ชื่อว่าถนอมสมบัติพระศาสนา อย่างนี้แม้เกิด
กี่ชาติ ๆ กุศลนี้ก็จะตามคุ้มครองเรา มีสมบัติอะไร ก็จะมีคนคอยช่วยดูแลให้
นอกจากช่วยกันประหยัดแล้ว ท่านยังเขียนต่อว่า ให้มีความมัธยัสถ์ อย่าชุ่ย คำว่า “ชัย”
ใช้มาแต่โบราณแล้ว “อย่าชุ่ยใช้ให้เกินการจากผลประโยชน์ที่เราจึงได้” คือวิ่งตามแฟชั่นโดยไม่ดู
กำลังของตน
เมื่อรุ่นปู่ ย่า ตา ทวดของเรานั้น คนที่เขามีฐานะดี ๆ เขานุ่งห่มด้วยสีตามวัน วันอาทิตย์
สีแดง วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู... เขามีแฟชั่นกันไม่เบาเหมือนกัน แต่เขาจะบ้าแฟชั่น
ก็เป็นเรื่องของเขา เพราะอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ เรายังเป็นผู้น้อยอยู่ อย่าเที่ยวไปบ้าแฟชั่นตามเขา
เพราะตัวเราจะเดือดร้อน
หลวงพ่อเองเมื่อก่อนบวชมีหลักในการใช้เสื้อผ้าว่า ต้องเป็นสีที่เก่าช้า และใช้ได้หลายหน
เมื่อสมัยเป็นนิสิตเคยใช้เสื้อขาวไปได้ทุกที่ไม่ขัดตา เมื่อจบการศึกษาแล้วจะใช้เสื้อสีขาวทุกวันก็ดู
กระไรอยู่ จะใช้เสื้อสีบางทีก็เก่าง่ายทั้งสิ้นเปลือง และเนื่องจากทำงานอยู่ในวงธุรกิจจึงเลือกใช้สีขาว
อมเทาหรือขาวอมฟ้า เสื้อผ้าประเภทนี้มองดูเก่าช้าและใช้ได้หลายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กางเกงนั้น
หลวงพ่อเลือกสีเข้ม ๆ อาจมีสีน้ำเงินแกมสักหน่อยหนึ่ง นอกจากว่าจะใช้ได้ทุกงานไม่ว่าจะเป็น
งานศพ งานแต่งงานแล้ว ยังเก่ายาก ใช้ได้นานอีกด้วย และที่สำคัญก็คือ พร้อมเสมอไม่ว่าจะไป
ธุระที่ไหน พอรู้ข่าวว่ามีงานอะไร จำเป็นต้องไป ก็ไปได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเปลี่ยน
เครื่องแต่งตัวให้เสียเวลา
การไม่เป็นทาสแฟชั่นก็ดี นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังทำให้คล่องตัวไม่เป็นภาระอีกด้วย
แต่ภาษิตของท่าน “หวีหัวแต่พอเกล้า กินเหล้าแต่พอเมา” อย่างนี้ไม่เอานะ ชักนำให้เรา
ประพฤติชั่ว ถ้า “หวีหัวแต่พอเกล้า กินข้าวแต่พออิ่ม” หรือ “หวีผมแต่พอเกล้า หวีเฝ้าแต่พองาม
อย่างนี้ค่อยคุยกันได้ แล้วที่ท่านเตือนเรื่องการเที่ยวเตร่เล่นการพนัน นั่นก็เข้าท่าดีเหมือนกัน สิ่ง
เหล่านี้เป็นอบายมุข มีแต่ดึงชีวิตให้ตกต่ำ
๗๖
อยู่ในบุญ กรกฎาคม ๒๕๕๗