ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประการที่ ๔. มองตนเองจากความสำรวมในอาชีพ
@
การประกอบอาชีพมีที่มาจากการหาธาตุ ๔ จากภายนอกมาเติมร่างกาย การเติมธาตุ 4
ของมนุษย์นั้นมีความสลับซับซ้อน เมื่อจะเติมธาตุ ๔ ปรากฏว่าต้องไปหาปัจจัย ๔ มา และการ
ไปหาปัจจัย ๔ ต้องไปทำงานจึงจะได้เงินมา จากนั้นจึงนำเงินหรือทรัพย์ใด ๆ มาแลกเปลี่ยนเป็น
ปัจจัย ๔ แล้วรับเข้าไปกลายเป็นธาตุ ๔ ในกาย
เส้นทางจากการทำมาหากินจนได้เติมธาตุ ๔ เป็นเส้นทางที่ยาวอย่างนี้ จนมนุษย์
ไม่เฉลียวใจเลยว่า อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของการทำงาน ถ้ามีใครถามว่าทํางานไปเพื่ออะไร
ทั่วไปคงตอบกันว่าเพื่อเงิน เพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่ยากที่จะมองทะลุไปถึงการเติมธาตุ ๔ เนื่อง
มาจากความไม่บริสุทธิ์ของธาตุ ๔ ที่เป็นองค์ประกอบของกาย
อันตรายต่อชีวิตมนุษย์เกิดขึ้นมากในขั้นตอนประกอบอาชีพนี้เอง การประกอบอาชีพเป็น
การถูกบังคับให้ทำกรรมโดยปริยาย ในการประกอบอาชีพนั้นต่างคนต่างทำงาน แต่งานเป็นกรรม
แล้วกรรมมีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ทำดีได้ผลเป็นสุข ทำชั่วได้ผลเป็นทุกข์ และกฎแห่งกรรมมีผล
ตามติดยาวนานข้ามชาติ
ถ้าสารวมดี ทํากรรมดี ธาตุ ๔ ในตัวก็จะสะอาด เซลล์ตายน้อยลง เป็นสุข สุขภาพกายดี
สุขภาพจิตดี อายุยืน นิสัยก็ดี แล้วยังได้บุญ ได้มิตร เจริญทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป
แต่ถ้าไม่สํารวม ธาตุ ๔ ก็สกปรก เซลล์ตายมาก เป็นทุกข์มาก สุขภาพกายเสื่อม สุขภาพจิตเสื่อม
อายุสั้น นิสัยเสีย ได้บาป ได้ศัตรู เสื่อมทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป ความจริงนี้นำไปสู่
ธรรมชาติประจำกายประการต่อไป คือ
ประการที่ ๑๐. มองตนเองจากธรรมเป็นเครื่องปรุงแต่งภพ เป็นเหตุให้เกิดในภพใหม่
การประกอบอาชีพเป็นเพียงเรื่องของการหาธาตุ ๔ มาเท่านั้น แต่ผลจากการหายังมีอีก
ทำให้ไปถึงนรกได้ ไปถึงสวรรค์ได้ เพราะทั้งการหา การเก็บ การใช้ ล้วนต้องสร้างกรรมทั้งสิ้น
เมื่อสร้างกรรมก็มีผล ผลทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป
ๆ
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นบาปติดตัว เป็นบุญติดตัว กลายเป็นนิสัยดี นิสัยชั่วติดตัวไป ของใครก็
ของคนนั้น ซึ่งถ้าใครท่าพลาดเป็นบาปติดตัว มีทุกข์ติดตัวมาก นิสัยเลว ๆ ติดมามาก ก็แก้ไข
ยาก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องแก้ ถ้าใครแก้ถูกทางเพราะว่าได้พ่อแม่ดี ครูบาอาจารย์ดี คนนั้นก็รอดตัว
ทําไม ธาตุ ๔ ในตัว จึงไม่บริสุทธิ์?
เหตุตั้งต้นเกิดที่ใจของเราถูกกิเลสซึ่งเป็นธาตุสกปรกเข้าไปบีบคั้น ทำให้ใจทุรนทุราย เมื่อ
ใจทุรนทุรายจึงคิดร้าย ๆ เช่น คิดโลภ อยากได้สิ่งของของคนอื่นในทางที่ไม่ชอบ ในทางที่ผิด
คิดโกรธ ล้างผลาญทําลายสิ่งของของคนอื่น แม้สิ่งของของตนด้วย แล้วก็คิดหลง เช่น หลงอิจฉา
ตาร้อน เป็นต้น พอคิดผิด ๆ เลยพูดผิด พอพูดผิดเลยส่งผลให้ทำผิด ๆ แล้วก็เกิดบาปกรรม
วิธีแก้มีวิธีเดียว คือ ต้องกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป กิเลสอยู่ที่ไหน ก็อยู่ในใจ เพราะฉะนั้นจะ
ๆ
กำจัดกิเลส ก็ต้องเห็นใจ เห็นกิเลสให้ได้ จึงกำจัดได้ จะเห็นใจ เห็นกิเลสได้ ต้องทำภาวนาให้มาก
ขณะเดียวกันก็สำรวมกาย วาจา ด้วยการรักษาศีลไปด้วย
๘๒ อยู่ในบุญ กรกฎาคม ๒๕๕๗