พระคุณแม่ พระคุณแม่ หน้า 16
หน้าที่ 16 / 45

สรุปเนื้อหา

หนูแดงของแม ขอเตือนว่า ลูกส่วนมากไม่ว่าหญิงหรือชาย เมื่อโตเป็นหนุ่ม เป็นสาว ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง มีครอบครัวแล้ว มักจะลืมไปว่า ความรู้สึกนึกคิดของท่านผู้เฒ่าหรือของพ่อของแม่นั้น ไม่ว่าเราจะโตไป แค่ไหนก็ตาม ถ้าท่านยังอยู่ ท่านก็เห็นเราเป็นไอ้หนูแดงตัวเล็กของท่าน อยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของท่านนี่ฝังลึกเข้ากระดูกไปจน ตายทีเดียว ลูก ๆ จะอยู่ในจิตในใจของท่านตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถึง แม่เราจะอายุ ๔๐-๕๐ แล้วก็ตามที ท่านก็ยังห่วงเราเหมือนเมื่อครั้งเรา ยังแบเบาะอยู่นั่นแหละ มีอยู่คราวหนึ่ง อาตมากลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมสองผู้เฒ่า ตอน นั้นก็ทํางานแล้ว อายุเกือบ ๓๐ มีลูกน้องอยู่ใต้บังคับบัญชาก็หลายคน ก็ ต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คืนนั้นคุยกับโยมพ่อโยมแม่เสร็จสัก ๔ ทุ่ม ก็เข้านอน เ

หัวข้อประเด็น

- พระคุณแม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หนูแดงของแม ขอเตือนว่า ลูกส่วนมากไม่ว่าหญิงหรือชาย เมื่อโตเป็นหนุ่ม เป็นสาว ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง มีครอบครัวแล้ว มักจะลืมไปว่า ความรู้สึกนึกคิดของท่านผู้เฒ่าหรือของพ่อของแม่นั้น ไม่ว่าเราจะโตไป แค่ไหนก็ตาม ถ้าท่านยังอยู่ ท่านก็เห็นเราเป็นไอ้หนูแดงตัวเล็กของท่าน อยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของท่านนี่ฝังลึกเข้ากระดูกไปจน ตายทีเดียว ลูก ๆ จะอยู่ในจิตในใจของท่านตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถึง แม่เราจะอายุ ๔๐-๕๐ แล้วก็ตามที ท่านก็ยังห่วงเราเหมือนเมื่อครั้งเรา ยังแบเบาะอยู่นั่นแหละ มีอยู่คราวหนึ่ง อาตมากลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมสองผู้เฒ่า ตอน นั้นก็ทํางานแล้ว อายุเกือบ ๓๐ มีลูกน้องอยู่ใต้บังคับบัญชาก็หลายคน ก็ ต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คืนนั้นคุยกับโยมพ่อโยมแม่เสร็จสัก ๔ ทุ่ม ก็เข้านอน เนื่องจากเป็นหน้าร้อน อากาศค่อนข้างอบอ้าวก็เลยไม่ได้ห่มผ้า แต่ว่าก็ติดนิสัย โยมแม่สอนเอาไว้ ไม่ว่าอากาศจะร้อนเท่าไรเวลานอน ต้องเอาผ้าห่มปิดอกปิดท้องไว้ เผื่อว่าตอนดึกอากาศหนาวจะได้พอประทัง ท่านกลัวลูก ๆ จะเป็นหวัด จะปวดท้อง ประมาณตีสอง พอดีอากาศ ลูกตัวยังกะช้าง เป็น เย็น ๆ รู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นโยมแม่ หัวหน้าคน มีลูกน้อง กำลังห่มผ้าให้ ท่านรู้ว่าลูกคงไม่ได้หม ผ้าเพราะอากาศตอนหัวค่ำร้อน คงมีแต่ เกือบร้อย แม่ยังมอง ผ้าห่มปิดอกปิดทองเท่านั้น จึงลุกขึ้นมา เห็นเราเป็นไอ้หนูแดง ห่มผ้าให้ โธ่เอ๊ย ลูกตัวยังกะซาง เป็น หัวหน้าคน มีลูกน้องเกือบร้อย แม่ยัง พระคุณแม่ 28 ของแม มองเห็นเราเป็นไอ้หนูแดงของแม่อยู่อีก ตอนนั้น พอเห็นหน้าเรา ไม่เข้าใจแม่รู้สึกรำคาญว่าผู้เฒ่านี่ช่างจุกจิกจู้จี้ ไม่เข้าเรื่อง ก็เลยดูท่านไป “เฮ้อแม่ไปนอนเถอะ จะมาห่วงอะไรนักหนา โต ๆ กันแล้ว” ทานก็ชื่นใจ ทำอะไรให้เรา ท่านก็ไม่พูดอะไร หมผ้าให้เรียบร้อยแล้ว ก็ด้วยความรัก ท่านก็กลับไปนอน มีใครเจออย่างนี้บ้างหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ถ้าเจอละก็อย่าไปว่าท่านนะ เพราะว่า ใจของท่านเมื่อไหร่ ๆ เราก็ลูก ยิ่งจากไปนาน ๆ ยิ่งกังวลห่วงใยสารพัด ชะเง้อคอคอยลูกทุกเมื่อ ความหวังดี เชื่อวัน พอเห็นหน้าเราท่านก็ชื่นใจ ทำอะไรให้เราก็ด้วยความรักความ หวังดี อย่าไปทำให้ท่านน้อยใจเลย คอยลูกมาพร้อมหนา เมื่ออาตมาเรียนอยู่ในระดับมัธยม ยังอยู่กับโยมพ่อโยมแม่ พี่ๆ เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ พี่เรียนจบแล้วก็ทํางานมีครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ ปีหนึ่งจึงจะกลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้ง โดยเฉพาะวันปีใหม่ต้องกลับทุกปี มีอยู่บางปีพี่สาวเกิดติดธุระ ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านในวันปีใหม่ แล้วไม่ได้บอกล่วงหน้า โยมพ่อโยมแม่ชะเง้อคอยาวเลย เห็นท่านชะเง้อ คอยลูกแล้วเล่นเอาใจแห้งเหมือนกัน ในชนบทสมัยนั้นไม่ค่อยมีรถยนต์วิ่ง ผ่าน นาน ๆ จะมีสักคันหนึ่ง พอได้ยินเสียงรถยนต์มาแต่ไกล ท่านจะออก ไปยืนหน้าบ้านคอยว่าเมื่อไหร่ลูกจะมา เจ้ารถคันนี้ลูกจะมาไหมนี่ ท่านเดิน เข้า ๆ ออก ๆ ทั้งวัน แต่เมื่อลูกไม่มาหรือ บางปีมาไม่ครบ หน้า ท่านก็ไม่พูดอะไรมาก แต่ว่าท่านนั่งซึม ๆ โยมพ่อก็ 29 พระคุณแม่
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More