ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนูแดงของแม
ขอเตือนว่า ลูกส่วนมากไม่ว่าหญิงหรือชาย เมื่อโตเป็นหนุ่ม
เป็นสาว ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง มีครอบครัวแล้ว มักจะลืมไปว่า
ความรู้สึกนึกคิดของท่านผู้เฒ่าหรือของพ่อของแม่นั้น ไม่ว่าเราจะโตไป
แค่ไหนก็ตาม ถ้าท่านยังอยู่ ท่านก็เห็นเราเป็นไอ้หนูแดงตัวเล็กของท่าน
อยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของท่านนี่ฝังลึกเข้ากระดูกไปจน
ตายทีเดียว ลูก ๆ จะอยู่ในจิตในใจของท่านตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถึง
แม่เราจะอายุ ๔๐-๕๐ แล้วก็ตามที ท่านก็ยังห่วงเราเหมือนเมื่อครั้งเรา
ยังแบเบาะอยู่นั่นแหละ
มีอยู่คราวหนึ่ง อาตมากลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมสองผู้เฒ่า ตอน
นั้นก็ทํางานแล้ว อายุเกือบ ๓๐ มีลูกน้องอยู่ใต้บังคับบัญชาก็หลายคน ก็
ต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คืนนั้นคุยกับโยมพ่อโยมแม่เสร็จสัก ๔ ทุ่ม
ก็เข้านอน เนื่องจากเป็นหน้าร้อน อากาศค่อนข้างอบอ้าวก็เลยไม่ได้ห่มผ้า
แต่ว่าก็ติดนิสัย โยมแม่สอนเอาไว้ ไม่ว่าอากาศจะร้อนเท่าไรเวลานอน
ต้องเอาผ้าห่มปิดอกปิดท้องไว้ เผื่อว่าตอนดึกอากาศหนาวจะได้พอประทัง
ท่านกลัวลูก ๆ จะเป็นหวัด จะปวดท้อง
ประมาณตีสอง พอดีอากาศ ลูกตัวยังกะช้าง เป็น
เย็น ๆ รู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นโยมแม่ หัวหน้าคน มีลูกน้อง
กำลังห่มผ้าให้ ท่านรู้ว่าลูกคงไม่ได้หม
ผ้าเพราะอากาศตอนหัวค่ำร้อน คงมีแต่
เกือบร้อย แม่ยังมอง
ผ้าห่มปิดอกปิดทองเท่านั้น จึงลุกขึ้นมา เห็นเราเป็นไอ้หนูแดง
ห่มผ้าให้ โธ่เอ๊ย ลูกตัวยังกะซาง เป็น
หัวหน้าคน มีลูกน้องเกือบร้อย แม่ยัง
พระคุณแม่ 28
ของแม
มองเห็นเราเป็นไอ้หนูแดงของแม่อยู่อีก ตอนนั้น
พอเห็นหน้าเรา ไม่เข้าใจแม่รู้สึกรำคาญว่าผู้เฒ่านี่ช่างจุกจิกจู้จี้
ไม่เข้าเรื่อง ก็เลยดูท่านไป “เฮ้อแม่ไปนอนเถอะ
จะมาห่วงอะไรนักหนา โต ๆ กันแล้ว”
ทานก็ชื่นใจ
ทำอะไรให้เรา
ท่านก็ไม่พูดอะไร หมผ้าให้เรียบร้อยแล้ว
ก็ด้วยความรัก ท่านก็กลับไปนอน มีใครเจออย่างนี้บ้างหรือเปล่า
ก็ไม่รู้ ถ้าเจอละก็อย่าไปว่าท่านนะ เพราะว่า
ใจของท่านเมื่อไหร่ ๆ เราก็ลูก ยิ่งจากไปนาน ๆ
ยิ่งกังวลห่วงใยสารพัด ชะเง้อคอคอยลูกทุกเมื่อ
ความหวังดี
เชื่อวัน พอเห็นหน้าเราท่านก็ชื่นใจ ทำอะไรให้เราก็ด้วยความรักความ
หวังดี อย่าไปทำให้ท่านน้อยใจเลย
คอยลูกมาพร้อมหนา
เมื่ออาตมาเรียนอยู่ในระดับมัธยม ยังอยู่กับโยมพ่อโยมแม่ พี่ๆ
เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ พี่เรียนจบแล้วก็ทํางานมีครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ
ปีหนึ่งจึงจะกลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้ง โดยเฉพาะวันปีใหม่ต้องกลับทุกปี
มีอยู่บางปีพี่สาวเกิดติดธุระ ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านในวันปีใหม่
แล้วไม่ได้บอกล่วงหน้า โยมพ่อโยมแม่ชะเง้อคอยาวเลย เห็นท่านชะเง้อ
คอยลูกแล้วเล่นเอาใจแห้งเหมือนกัน ในชนบทสมัยนั้นไม่ค่อยมีรถยนต์วิ่ง
ผ่าน นาน ๆ จะมีสักคันหนึ่ง พอได้ยินเสียงรถยนต์มาแต่ไกล ท่านจะออก
ไปยืนหน้าบ้านคอยว่าเมื่อไหร่ลูกจะมา เจ้ารถคันนี้ลูกจะมาไหมนี่ ท่านเดิน
เข้า ๆ ออก ๆ ทั้งวัน แต่เมื่อลูกไม่มาหรือ บางปีมาไม่ครบ
หน้า ท่านก็ไม่พูดอะไรมาก แต่ว่าท่านนั่งซึม ๆ โยมพ่อก็
29 พระคุณแม่