ข้อความต้นฉบับในหน้า
สภาพความเป็นผู้หญิงของท่าน การให้กำเนิดลูกแต่ละคนของท่าน ท่า
ความบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจมาตลอดครึ่งค่อนชีวิต เพราะฉะนั้นท่าน
จึงมีความเปราะบางมากเป็นธรรมดา คนที่จะเลี้ยงแม่ได้นั้น นอกจากจะ
ต้องมีฐานะพอสมควรแล้ว สิ่งที่จะต้องมีตามมาอีกก็คือ ต้องรู้ใจท่าน ถ้า
ไม่รู้ใจท่าน เลี้ยงแม่ดูแลแม่ไม่ได้
อยากจะให้พวกเราถามตัวเองเสียเดี๋ยวนี้เลยว่า เคยสังเกตบ้างหรือ
เปล่าว่า เสื้อผ้าชุดอย่างไหน แบบอย่างไหน สีอะไร เสื้อผ้าเป็นอย่างไร
ที่แม่ชอบ เคยสังเกตไหม ถ้าไม่เคยก็ใช้ไม่ได้ อย่างนี้เลี้ยงแม่ไม่ได้หรอก
เลี้ยงดูผู้เฒ่าอย่าทำให้ทานน้อยใจ
พ่อแม่ยามแก่ชรา โดยทั่วไปก็มีลูกเหลืออยู่ในบ้านเพียงคนสองคน
นอกนั้นก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน ไปตั้งครอบครัวใหม่กันหมด บาง
ครอบครัวเหลือเพียงสองคนตายาย ลูกหลานแยกไปตั้งรกรากอยู่เสียไกล
คนละภาค คนละประเทศ ความว้าเหว่ ความน้อยใจจึงเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แล้ว
อำนาจแห่งความน้อยใจของผู้เฒ่านี้เอา
เรื่องทีเดียว ใครดูแลพ่อดูแลแม่ อยากจะ ใครดูแลพ่อดูแลแม่
เอาบุญกับท่านละก็ อย่าทำให้ท่านน้อยใจ
ได้ ถ้าน้อยใจเดี๋ยวพาลจะตายเอาง่ายๆ อยากจะเอาบุญกับ
อาตมามีประสบการณ์ เมื่อโยมพ่อ ท่านละก็ อย่าทำให้
ทานน้อยใจได้
ยังมีชีวิตอยู่ มีอยู่คราวหนึ่งโยมพ่อป่วย
ได้ทราบข่าวว่าเป็นแค่นิด ๆ หน่อย งาน
ยุ่ง ๆ ก็เลยไม่ได้ไปเยี่ยม แต่พออีก ๖-๗
พระคุณแม่ 44
ๆ
วัน ทางบ้านโทรเลขมาแล้ว บอกว่าป่วยหนัก นึกแปลกใจ เอ๊ะ! ก็เป็น
ไข้ธรรมดา ทำไมเกิดมาป่วยหนัก ก็เลยรีบไป
ตายทบาน
ปรากฏว่าตั้งแต่ท่านป่วย ข้าวไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมดื่ม ยิ่งยาด้วย
แล้วไม่ต้องพูดถึง ไม่ยอมแตะเลย เมื่ออาตมาไปถึงบ้าน ท่านมีอาการ
เพียบแล้ว ก็เลยบอกท่านไปโรงพยาบาลเถอะ ท่านบอกไม่ไป จะตาย
นี่แหละ อ้าว! แล้วกัน ทำไมจะมารีบตายเสียเล่า ท่านบอกท่านจะตาย
คะยั้นคะยออย่างไรก็ไม่ยอมไป คะยั้นคะยอท่านมากๆ เข้า ท่านว่าอย่างไร
รู้ไหม....ท่านว่า “อ๋อ !
“อ๋อ กลัวจะตายรถบ้านใช่ไหม ถึงจะไล่ให้ไปตายโรงพยาบาล
นะ” เอาเป็นอย่างนั้นเสียอีก ตอนนั้นก็บวชพระแล้ว ท่านเป็นโยมพ่อเรา
เอง ก็เลยไม่ฟังเสียง มาถึงขั้นนี้แล้ว ช้อนตัวท่านอุ้มขึ้นรถเลย ไปส่ง
โรงพยาบาล ไม่ฟังเสียงท่านทั้งนั้น
ไปถึงโรงพยาบาล ให้หมอเขาตรวจ
เขาเช็คเรียบร้อย แล้วก็บอกว่า
พูดไม่เพราะไป
ทานน้อยใจเอาขนาด ต้องอยู่โรงพยาบาลก่อน ไม่ยอมให้
ไม่กินข้าวกินปลา
หยูกยาไม่กิน
คิดจะตายท่าเดียว
กลับ แต่ท่านจะกลับให้ได้
ผลสุดท้ายอาตมาก็เลยต้อง
ไปจําวัดอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย ไม่
อย่างนั้นท่านไม่ยอมอยู่ให้ใครไปอยู่
ด้วยก็ไม่เอาทั้งนั้น พี่คนไหน ญาติ
คนไหน ท่านไม่เอาด้วยทั้งนั้นแหละ
ต้องให้พระลูกชายอยู่ด้วยถึงยอมอยู่ ซักไซ้ไล่เรียงกันก็ได้ความว่า เมื่อ
ตอนท่านเริ่มป่วย พี่สาวพูดกับท่านไม่เพราะ พูดไม่เพราะไป ๒-๓ ค่ำ ก็
คง จะงานมากเหนื่อยๆ ก็เลยพูดไม่เพราะไป ท่านน้อยใจเอาขนาดไม่กิน
ข้าวกินปลา หยูกยาไม่กิน คิดจะตายท่าเดียว
45 พระคุณแม