ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปถึงไหนแล้วไม่เคยเขียนจดหมายมาเล่าให้ฟังเลยว่าสาระทุกข์สุขดิบเป็น
อย่างไร ก็ได้แต่ชะเง้อคอย เมื่อไหร่ลูกศิษย์เราจะกลับมา แบบเดียวกันเลย
ไม่ไปไหนซีน่า
นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากฝากกับพวกเราทุก ๆ คน ช่วยเขียน
จดหมายไปถึงคุณพ่อคุณแม่บ้างนะ ใครที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วเข้ามาทำงาน
ก็ดี เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯก็ดี ช่วยเขียนจดหมายส่งไปให้ท่านด้วย แต่
ไม่ใช่ “พ่อครับ แม่ครับ คิดถึงมาก ตอนนี้เงินหมดแล้ว...”
ถ้ามีเวลาว่าง
ถามเวลาวาง ช่วยจดหมาย
ไปถึงท่านเถอะ แล้วเวลาท่านตอบมา คำพูดไม่กี่คำของ
ท่านนั่นแหละจะมีค่า
ยิ่งกว่าทองคำากอง
เราจะได้โอวาทดีๆ จากท่านเป็นโอวาท
ชนิดที่ควักออกมาจากใจ ซึ่งแม้ว่า
คุณแม่คุณพ่อของเราท่านจะมีความรู้
มีการศึกษาน้อย แต่ว่าประสบการณ์ใน
ทางโลกของท่านมาก แม้ความรู้จะ
น้อย แต่ว่าท่านจะมีเหตุผล มีคำสรุป
ในการลุยโลกลุยชีวิตของท่านเอามาให้เป็นข้อคิดแก่เราได้เป็นอย่างดี แล้ว
สูงท่วมหัวเสียอีก
คำพูดไม่กี่คำของท่านนั่นแหละ จะมีค่ายิ่งกว่าทองคำกองสูงท่วมหัวเสียอีก
ลูกยังไม่กลับ หลับตาไม่ลง
ประสบการณ์อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้
หนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คือ พอกลับมาถึงเมือง
ไทย ก็ติดนิสัยตอนอยู่ต่างประเทศกลับมาด้วย คือเมื่อตอนใกล้ ๆ จะจบ
เหลือแต่งานวิทยานิพนธ์ คิดว่าอย่างไรก็จบแน่ๆ ก็เลยเที่ยวเตร่เฮฮากัน
พระคุณแม่ 32
พอสมควรเชียว พอกลับมาถึงเมืองไทยก็กลายเป็นพวกนกฮูกหัวค่ำนอน
ไม่ค่อยได้ ต้องนอนดึก ๆ ก็เที่ยวไปตามบ้านพรรคพวกเพื่อนฝูง เที่ยว
เตร่เฮฮากันไป กลับมาถึงบ้านก็โน่น ตีหนึ่ง ตีสอง มีอยู่วันหนึ่ง กลับมา
ถึงบ้านประมาณสักตีหนึ่งครึ่ง โยมพ่อโยมแม่ยังไม่นอน ก็เลยถามท่าน
“เอ้า ทำอะไรกันจนดึกเชียวไม่นอน”
โยมพ่อไม่พูดอะไร มองหน้าแล้วท่านก็เข้านอน แต่โยมแม่พูด “ก็
นั่งรอเรานะซิ ไปทำอะไรมานี่ ตั้งตีหนึ่งจะตีสองแล้วเพิ่งจะกลับ” ก็บอกไป
เที่ยวบ้านเพื่อนมา
“รู้ไหมว่าพ่อเขาห่วงจะแย่อยู่แล้ว แม่ก็ห่วงเอ็งนะ นั่งรออยู่นี่”
ก็ตอบโยมแม่ไปแบบรำคาญๆ “ฮุยมาห่วงอะไรกันหนักหนา ข้าม
น้ำข้ามทะเลไปเป็นปี ๆ ยังไม่ต้องห่วง แล้วนี่เมืองไทยยังต้องมาห่วงกัน”
ท่านก็ถอนใจเสียงดังเฮือก แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ก้มหน้างุดเข้านอน ท่าน
คงน้อยใจ ท่านรักลูกของท่าน ท่านห่วงลูกของท่าน แต่พอถึงเวลาแล้ว
ลูกกลับไม่ได้นึกหรอกว่า ท่านห่วงหรือไม่ห่วงอย่างไร กลับไปตำหนิทาน
เสียอีก มานึกได้ตอนหลังว่า เรานี้ช่างไม่เข้าท่าเลยนะ ทำให้ท่านห่วงแล้ว
ยังมาว่าท่านอีก
พวกเราช่วยเอาเรื่องเหล่านี้
บ
ท่านห่วงลูกของท่าน
ไปเป็นกระจกสองตัวเองกันด้วยนะ แตพอถึงเวลาแล้ว
เพราะอาตมาเมื่อตอนวัยรุ่น เมื่อ
จบการศึกษาใหม่ ๆ ไม่ค่อยได้สังเกต
เท่าที่ควรจะเป็น แล้วก็ไม่ค่อยนึก
อะไรมาก ผู้เฒ่าจะคิดยังไงกับเราก็
ช่างท่านปะไร ยังไง ๆ ท่านก็รักเรา
ให้อภัยเราหมดแหละ เพราะฉะนั้น
เราจึงทำอะไรตามอำเภอใจหมด
E
ลูกกลับไม่ได้นึก
หรอกว่า ท่านห่วง
หรือไมหวงอยางไร
กลับไปนําหนิทาน
33 พระคุณแม