การให้ทานและผลของการให้ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2545 ฉบับที่ 1 หน้า 5
หน้าที่ 5 / 44

สรุปเนื้อหา

พ ร ะ ธรรมเทศนา พ ร ะ ร า ช ภ า ว น า วิสุทธิ์ หลังจากที่ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้ แล้วได้ประทับนั่งในที่อันควร แล้วจึงได้กราบทูลถามถึงเรื่องที่ทรงสงสัยว่า พระราชธิดา สุมนาทรงสดับเสียงสนทนาของทารกเกิดใหม่ ๒ คน คนหนึ่งนอนอยู่ในเปลทอง อีกคน หนึ่งนอนที่พื้นใกล้ๆ กัน ทารกที่นอนในเปลทองเป็นพระอนุชาของพระองค์ ได้ตรัสกับ ทารกที่นอนบนพื้นซึ่งเป็นลูกของหญิงรับใช้ว่า “เห็นไหม ท่านไม่เชื่อคำชักชวนของเรา ว่าให้ทำทานตั้งแต่ชาติที่แล้ว ถ้าทำทาน ก็จะได้เกิดในอู่ทองแล้วก็มีสมบัติใหญ่อย่าง นี้” ทารกที่นอนที่พื้นบอกว่า “ถึงจะร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองแค่ไหน มันก็เป็นแค่ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น ไม่เห็นว่าจะสำคัญอย่างไร จะได้นอนเปลทองหรือว่านอนบน พื้นมันก็เหมือนกัน” เด็กทารกสองคนส

หัวข้อประเด็น

- การให้ทานและผลของการให้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พ ร ะ ธรรมเทศนา พ ร ะ ร า ช ภ า ว น า วิสุทธิ์ หลังจากที่ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้ แล้วได้ประทับนั่งในที่อันควร แล้วจึงได้กราบทูลถามถึงเรื่องที่ทรงสงสัยว่า พระราชธิดา สุมนาทรงสดับเสียงสนทนาของทารกเกิดใหม่ ๒ คน คนหนึ่งนอนอยู่ในเปลทอง อีกคน หนึ่งนอนที่พื้นใกล้ๆ กัน ทารกที่นอนในเปลทองเป็นพระอนุชาของพระองค์ ได้ตรัสกับ ทารกที่นอนบนพื้นซึ่งเป็นลูกของหญิงรับใช้ว่า “เห็นไหม ท่านไม่เชื่อคำชักชวนของเรา ว่าให้ทำทานตั้งแต่ชาติที่แล้ว ถ้าทำทาน ก็จะได้เกิดในอู่ทองแล้วก็มีสมบัติใหญ่อย่าง นี้” ทารกที่นอนที่พื้นบอกว่า “ถึงจะร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองแค่ไหน มันก็เป็นแค่ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น ไม่เห็นว่าจะสำคัญอย่างไร จะได้นอนเปลทองหรือว่านอนบน พื้นมันก็เหมือนกัน” เด็กทารกสองคนสนทนากันตั้งแต่เกิด พระราชธิดาสุมนาซึ่งมีพระ ชันษาเพียง ๗ ขวบ จึงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง และได้นำมาทูลถามพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า พระองค์ก็ทรงยืนยันว่าสิ่งที่พระราชธิดาเห็นเป็นจริงอย่างนั้น พระนางสุมนาจึงกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า คนสองคนมีศรัทธา มี ศีล มีปัญญาเสมอกัน คนหนึ่งให้ทาน อีกคนหนึ่งไม่ให้ คนทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ให้ย่อมได้รับสิ่งอันเลิศกว่าผู้ไม่ให้ ทั้งอายุ วรรณะ สุข ยศ และอธิปไตย ผู้ให้ทานเวลาไปเกิดเป็นเทวดา ย่อมได้รับของที่เป็นทิพย์อันเลิศกว่าผู้ไม่ให้ ๕ ประการคือ อายุ วรรณะ สุข ยศ และอธิปไตย อายุจะยืนกว่าเทวดาที่ไม่ได้ให้ทาน วรรณะ ก็คือรัศมี ผู้ให้ก็จะเป็นเทวดาที่รัศมีสว่างกว่าเทวดาที่ไม่ได้ให้ จะมีความสุขมากกว่า มียศ ใหญ่กว่า มีอธิปไตยคือมีความเป็นใหญ่ มีบริวารมากกว่า ผู้ให้กับผู้ไม่ให้ เมื่อตายแล้วไป อยู่บนสวรรค์ก็แตกต่างกันอย่างนี้ และเมื่อลงมาเกิดเป็นมนุษย์ก็แตกต่างกันด้วยเหตุ ๕ ประการนี้ นั่นคือเกิดมา เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่อายุ ผิวพรรณ วรรณะ ความสุข ยศ และความเป็น ใหญ่ และแม้ออกบวชแล้วก็แตกต่างกันโดยธรรม ๕ ประการนั้นเช่นเดียวกัน มีพระอรหันต์รูปหนึ่ง ไม่เคยทำทานเลย ได้แต่รักษาศีลแล้วก็เจริญภาวนาเรื่อย มา ในชาติสุดท้ายเกิดมาก็อดๆ อยากๆ แม้บวชเป็นบรรพชิตแล้วก็ยังบิณฑบาตได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ทำความเพียรปฏิบัติธรรมจนกระทั่งบรรลุเป็นพระอรหันต์ ได้ฉันอาหารอิ่ม มื้อเดียวตอนก่อนจะดับขันธปรินิพพาน โดยที่พระสารีบุตรไปบิณฑบาตมาแล้วก็เอามือจับ บาตรนั้นท่านจึงได้ฉัน นี่ผู้ที่ไม่ทำทานมาต้องอาศัยบุญของคนอื่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นแม้เป็นบรรพชิตเหมือนกัน แต่ผู้ให้กับผู้ไม่ให้ก็แตกต่างกันด้วยอายุ วรรณะ สุข ยศ และอธิปไตย แต่การบรรลุมรรคผลนิพพานนั้นไม่แตกต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือคนที่เป็นผู้ให้จะร่ำรวย สมบูรณ์ มีความสุข สบายกว่าผู้ที่ไม่ให้ ไม่ว่าจะไปเกิดเป็น ชาวสวรรค์ ไปเกิดเป็นมนุษย์ หรือเป็นพระ เป็นนักบวชก็ตาม เพราะฉะนั้น จึงควรหมั่น ทำทานบ่อยๆ เราจะได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบายไปทุกภพทุกชาติ kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More