ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราง
สร้างล
เจริญพระพุทธมนต์
และแสดงปาฐกถาธรรม
พิธีในภาคบ่ายเริ่มขึ้นเมื่อพระเถรานุเถระ
และคณะพระสังฆาธิการจากวัดต่างๆ กว่า ๓,๐๐๐ วัด
แปรแถวเข้าสู่ศูนย์กลางพิธี โดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์
(หลวงพ่อธัมมชโย) ให้การต้อนรับปฏิสันถาร จากนั้น
พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม
เจ้าคณะภาค ๔ กรรมการมหาเถรสมาคม เมตตานำ
พระภิกษุ สามเณรเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็น
สิริมงคลในวันคุ้มครองโลก
ต่อด้วยการแสดงปาฐกถาธรรมเรื่องวัน
คุ้มครองโลก ด้วยความเมตตาของพระธรรมกิตติวงศ์
เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม
“ถ้าเรายอมรับความจริงเบื้องต้นว่า มนุษย์
ผู้มีกิเลสเป็นผู้ทำลายล้างโลก เบียดเบียนโลก การ
คุ้มครองโลกให้สำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะ
พระพุทธศาสนาเราสอนไว้ว่า ทุกสิ่งเกิดแต่เหตุ เมื่อ
เหตุดับทุกสิ่งก็ดับ หมายความว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิด
ขึ้นนั้นมีต้นตอ มีสาเหตุทั้งสิ้น อยากจะพูดถึงเรื่องการ
คุ้มครองโลกตามแนวของพระพุทธศาสนา สอนว่า
วิธีคุ้มครองโลกที่ดีที่สุดก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้
แก่โลก ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดก็คือใจมนุษย์ ใจมนุษย์ที่
เป็นภูมิคุ้มกันดีที่สุด ก็คือใจที่มีธรรมะ และธรรมะ
ที่ดีที่สุด ก็คือ หิริ และโอตตัปปะ นี่เป็นที่ยอมรับกัน
ใจที่มี หิริ โอตตัปปะ จะเป็นใจที่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อใจมี
ภูมิคุ้มกันที่ดีแล้วก็จะไม่ไปทําลายโลก นั่นก็คือเท่ากับ
ว่า โลกมีภูมิคุ้มกันด้วย หิริ โอตตัปปะคืออะไร หิริ
คือความละอายใจ ความละอายแก่ใจตัวเองที่จะไป
ทำความชั่ว ไปทำความผิด ละอายต่อการประพฤติ
ทุจริตต่างๆ ส่วนโอตตัปปะคือความเกรงกลัว กลัว
ผลของความชั่ว กลัวผลที่จะติดตามมา หิริ โอตตัป
ปะเป็นโลกบาลธรรม คือเป็นธรรมคุ้มครองโลก ใจที่
มี หิริ โอตตัปปะ จะมีภูมิที่เข้มแข็งเข้มข้น และใจที่
เข้มแข็งเข้มข้นนั่นแหละสามารถทำความดีได้
ฉะนั้นเราต้องมาสร้าง มาปลูก หิริ โอตตัปปะ ให้เกิด
ขึ้นในใจคนเสียก่อน แล้วค่อยไปคุ้มครองโลกกัน
kalyanamitra.org