ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฝันในฝัน โดย หัวหน้าชั้น
๑.กรรม
หนักให้ผล
ก่อน (ครุ-
กรรม) กรรม
หนักฝ่ายบาป
คืออนันตริยกรรม
๕ คือ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา
ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้
แตกแยก ทำร้ายพระพุทธเจ้า
ถึงกับห้อพระโลหิต กรรมหนักฝ่ายบุญคือท้า
รูปฌาณให้บังเกิดในแง่ปฏิบัติคือ ตั้งแต่เห็น
ดวงธรรมมั่นคงไปจนถึงพระธรรมกายภายใน
๒.กรรมที่ให้ผลรองลงมา (อาจิณณ
กรรม) คือ กรรมที่ทำสม่ำเสมอเป็นประจำบ่อยๆ
๓.กรรมที่ให้ผลก่อนใกล้ตาย (อาสันน
กรรม) ในช่วงขณะที่ชิงหมองชิงใส
๔.กรรมที่สักแต่ว่าทำ ไม่ได้มีเจตนา
(กตัตตากรรม) เช่น เดินเหยียบมดตายโดยที่
เราไม่รู้ไม่เห็น (ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการที่
แกล้งทําไม่รู้ไม่เห็น) กรรมข้อนี้จะส่งผลต่อ
เมื่อไม่มีกรรมอะไรมาส่งผลแล้ว ยกตัวอย่างเช่น
การโดนลูกหลง งผู้กระทําไม่ได้เจตนา.. คือ
ตั้งใจว่าจะขว้างหัวนาย ข. แต่ไปโดนนาย ค.
แปลว่านาย ค. ต้องเคยทำกรรมที่ไม่เจตนา
อย่างนี้มาก่อน
ลองเอา Case Study ของอาจารย์
บุญส่ง พรหมพิทักษ์ (๑๖/๑๒/๔๕) มาจัดเข้า
หมวดหมู่กรรม ๑๒
ข้อ จะได้ดังนี้
ท่านมีบุญนำ
มาเกิด (ชนกกรรม)
เป็นมนุษย์แล้วมีบุญ
สนับสนุน (อุปัต-
ถัมภกกรรม) ให้ท่าน
ได้เจริญเติบโตได้
อ.บุญส่ง พรหมพิทักษ์ ศึกษาเล่าเรียนแล้ว
มีอาชีพเป็นครูใหญ่
ให้เจอหมู่คณะสร้างบารมีของครูไม่ใหญ่ ท่าน
ต่อมาได้พบผู้นำาบุญยอดกัลยาณมิตร แนะนำา
เกิดกุศลศรัทธา เร่งสร้างบุญกุศลอย่างเต็ม
กำลังความสามารถ จนวาระสุดท้ายของชีวิต
ทําบุญสม่ำาเสมอ (อาจิณณกรรม) พอท่านอายุ
๔๗ ปี ก็มีกรรมมาตัดรอน (อุปฆาตกกรรม)
คือกรรมปาณาติบาต เพราะในอดีตชาติที่เป็น
พลทหารจอมขมังธนู ยิงข้าศึกตาย ซึ่งท่านทำ
ไปตามหน้าที่ของทหาร แต่กรรมนี้มาตัดรอน
คือไม่ได้เจ็บป่วย ไม่โดนอุบัติเหตุ ร่างกายก็ยัง
แข็งแรง แต่อยู่ๆ ก็ล้มแล้วหมดลมหายใจ แต่
ด้วยบุญที่ท่านทำเป็นอาจิณณกรรม ทำให้
ท่านไปเกิดเป็นเทพบุตร เสวยทิพยสมบัติที่
สวรรค์ชั้นดุสิต ตายแล้วจึงได้ผลบุญ (อุปัชช
เวทนียกรรม)
ลองมาดูอีก Case Study (๑๗/๑๒/๔๕)
ท่านนี้เกิดเป็นมนุษย์ในครอบครัวคนจีน
ที่ขยันทํามาหากินมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
อยู่ใน se) ๕๖
ป