ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั่งสมาธิที่พนาวัฒน์ จ.เชียงใหม่ ตอนนั้นผมยอมไป
ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้รู้สึกบวกอะไรกับวัด แต่สภาพจิตใจ
ตอนนั้นมันร่อแร่เต็มที่ กลุ่มจนหาทางออกไม่ได้แล้ว
แต่พอได้นั่งสมาธิ ๗ วัน จิตใจที่สับสนวุ่นวายก็เริ่ม
สงบลง และได้เห็นแสงสว่างภายใน มันทำให้จิตใจ
ของผมมีความสุขเหลือเกิน เกิดปีติอย่างที่ไม่เคย
เป็นมาก่อนในชีวิต แม้ตอนผมมีเงินมีทองมากมาย
ก็ไม่เคยเจอความสุขอะไรแบบนี้ แต่ขณะนี้หมดตัว
แถมเป็นบุคคลติดลบ กลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
จากประสบการณ์ภายในจากการนั่งสมาธิตรงนี้เอง
ผมจึงได้ฉุกคิดเลิกฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังพร้อมที่จะ
ลุกขึ้นสู้ต่อ ถึงแม้จะล้มละลายทางโลก แต่ก็ได้เกิด
ใหม่ทางธรรม
หลังกลับมาจากการนั่งสมาธิ ๗ วันในครั้งนั้น
ผมก็ได้มาช่วยพี่สาวทำธุรกิจค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่
ประตูน้ำ ทำให้เห็นวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ว่า
ไม่ว่าจะรวยหรือจน ล้วนแล้วแต่น่าสงสารทั้งสิ้น คือ
ตลอดทั้ง ๗ วัน ไม่มีเวลาได้พักกันเลย คือพวกรวย
ก็ขายดีมาก ดีจนไม่มีเวลากินข้าว ขายดีจนเหนื่อย
สลบคาเก๊ะเก็บเงินก็มี ส่วนพวกขายไม่ดี ก็นั่งหง่าว
เปิดร้านตลอด ๗ วัน รอลูกค้าเข้าอยู่อย่างนั้น คือ
ขายดีก็กลุ้ม ขายไม่ดีก็กลุ้ม นี่ยังไม่นับปัญหาจิปาถะ
เช่น ลูกค้ามาดูของ ต่อราคาโหด อีกทั้งไม่ซื้อ
เราไม่ว่า แถมยังมาว่าของเราไม่ดีให้เจ็บใจอีก คือ
วันๆ มีเรื่องทําให้ต้องหงุดหงิดตลอด
จากสภาพความเป็นจริงตรงนี้ ทำให้ผมเห็นใจ
ตัวเองและพ่อค้าแม่ค้าที่นี่จึงหันมาช่วยพี่สาวทั้งสอง
และเพื่อนกัลยาณมิตรที่มาวัดพระธรรมกายเพียงไม่
กี่คนทําศูนย์ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิขึ้น แล้วชักชวน
คนละแวกนี้ให้มานั่งสมาธิด้วยกันตอนเย็นที่ร้าน
ขายเสื้อผ้า โดยนิมนต์พระอาจารย์มาเทศน์สอน
นับจากนั้นกลุ่มกัลยาณมิตรประตูน้ำจึงเริ่ม
66
สภาพจิตใจตอนนั้นมันร่อแร่เต็มที่ กลุ้มจนหาทางออกไม่ได้แล้ว แต่
พอได้นั่งสมาธิ ๗ วัน จิตใจที่สับสนวุ่นวายก็เริ่มสงบลง และได้เห็น
แสงสว่างภายใน มันทำให้จิตใจของผมมีความสุขเหลือเกิน เกิดปีติ
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต แม้ตอนผมมีเงินมีทองมากมาย ก็ไม่เคย
เจอความสุขอะไรแบบนี้ แต่ขณะนี้หมดตัวแถมเป็นบุคคลติดลบ กลับมี
ความสุขอย่างบอกไม่ถูก
"