การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล ตอนที่ 1

พวกเราเคยคิดไหมเอ่ยว่า ในครั้งพุทธกาลเนี่ย พระพุทธศาสาแผ่ขยายไปกว้างขวาง คิดเป็นพื้นที่ก็ใหญ่กว่าประเทศไทยปัจจุบันเสียอีก คณะสงฆ์ก็มีอยู่มากมาย เป็นแสน เป็นล้านองค์ กระจายอยู่เต็มแผ่นดิน แล้วในยุคนั้น โทรศัพท์ก็ไม่มี มือถือก็ไม่มี วิทยุก็ไม่มี โทรทัศน์ก็ไม่มี อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี แฟ๊กซ์ก็ไม่มี แล้วเวลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เทศน์สอนคำสอนขึ้นมาแต่ละข้อๆ เนี่ย แต่ละเรื่อง คณะสงฆ์ที่กระจายเต็มแผ่นดินจะรู้ได้อย่างไร เพราะในยุคนั้นยังไม่มีพระไตรปิฎกเลยใช่ไหม พระไตรปิฎกบังเกิดขึ้นหลังจากพุทธกาล หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์ 500 รูป จึงสังคายนา ประมวลคำสอนของพระองค์ทั้งหมดมาบรรจุเป็นพระไตรปิฎก https://dmc.tv/a16226

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ข้อคิดรอบตัว
[ 23 ก.ค. 2556 ] - [ ผู้อ่าน : 16164 ]

วันสื่อสารแห่งชาติ 2556

4 สิงหาคม วันสื่อสารแห่งชาติ

วันสื่อสารแห่งชาติ 3g และ 4g ต่างกันอย่างไรความหมายของการสื่อสาร

การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล ตอนที่ 1
 
การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล
 
การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล


การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล


       พวกเราเคยคิดไหมเอ่ยว่า ในครั้งพุทธกาลเนี่ย พระพุทธศาสาแผ่ขยายไปกว้างขวาง คิดเป็นพื้นที่ก็ใหญ่กว่าประเทศไทยปัจจุบันเสียอีก คณะสงฆ์ก็มีอยู่มากมาย เป็นแสน เป็นล้านองค์ กระจายอยู่เต็มแผ่นดิน แล้วในยุคนั้น โทรศัพท์ก็ไม่มี มือถือก็ไม่มี วิทยุก็ไม่มี โทรทัศน์ก็ไม่มี อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี แฟ๊กซ์ก็ไม่มี แล้วเวลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เทศน์สอนคำสอนขึ้นมาแต่ละข้อๆ เนี่ย แต่ละเรื่อง คณะสงฆ์ที่กระจายเต็มแผ่นดินจะรู้ได้อย่างไร เพราะในยุคนั้นยังไม่มีพระไตรปิฎกเลยใช่ไหม พระไตรปิฎกบังเกิดขึ้นหลังจากพุทธกาล หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์ 500 รูป จึงสังคายนา ประมวลคำสอนของพระองค์ทั้งหมดมาบรรจุเป็นพระไตรปิฎก 

      แต่ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก็ค่อยๆ สอนไป มีเหตุอะไรเกิดขึ้นพระองค์ก็เทศน์สอนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ  แล้วก็มีเหตุเกิดขึ้นพระองค์ก็บัญญัติพระวินัย บอกว่าพระภิกษุห้ามทำเรื่องนี้ๆ นะ กำหนดขึ้นมาทีละข้อๆ จนกระทั่งมาเป็น 227 ข้อ เป็นศีลของพระปัจจุบันเนี่ย แล้วพระที่ท่านอยู่กระจายเต็มแผ่นดินท่านจะรู้ได้ไง ว่าพระพุทธเจ้าท่านบัญญัติพระวินัยข้อใหม่ขึ้นแล้ว เช่นตอนนี้อาจจะมีอยู่ 10 ข้อ พอถัดมา อีก 3 เดือน 6 เดือน อาจจะมีเพิ่มขึ้นมามี 4-5 ข้อ เป็น 15 ข้อ พระที่นี่รู้ แต่ที่นั่นไม่รู้ สงฆ์แต่ละที่ก็รักษาพระวินัยไม่เท่ากันสิ ถ้ามีพระวินัยไม่เท่ากันแล้วเอกภาพของสงฆ์จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ถึงคราวจะลงพระปาติโมกข์เนี่ย ท่องปาติโมกข์ก็ไม่เท่ากัน แล้วจะเป็นอย่างไร สงฆ์ก็คงจะสับสนวุ่นวายน่าดู
 
       คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง พระวินัยก็ไม่ทราบ ไม่สามารถใช้วิธีการ ถ้ามีพระวินัยบัญญัติข้อใหม่ปั๊บ ออกวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่นี่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชมพูทวีป ขอให้คณะสงฆ์ในแผ่นดินโปรดรับทราบ บัดนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บัญญัติพระวินัยเพิ่มอีก 1 ข้อ แล้ว มีเนื้อหาสาระดังนี้ แล้วก็พูดไป ขอสงฆ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติโดยทั่วกัน จบข่าว ยังนี้ไม่มีใช่ไหม ก็ต้องอาศัยว่า แล้วทำอย่างไรล่ะ พระองค์มีเทคนิคยังไงนะ ทำไมคณะสงฆ์ในครั้งพุทธกาลจึงเป็นเอกภาพแล้วสามารถรักษาเอกภาพได้ต่อเนื่องถึงหลังพุทธกาลเป็นร้อยปีเลยเนี่ย ซึ่งไม่มีศาสนาไหนทำได้ขนาดนี้เลย  พระองค์ใช้ เทคนิคอะไร น่าสนใจไหม วันนี้จะมาเฉลยให้ฟังกันนะ
 
การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล 
 

      จริงๆ นี่คือ เป็นเทคนิคเรื่องการสื่อสารไร้สาย ในครั้งพุทธกาล พระองค์ท่านทำอย่างไร ไม่ต้องใช้สายเลย ไม่มี เป็นแบบ wireless  แต่มีประสิทธิภาพสูงมาก กระจายทั้งแผ่นดินได้ ถามว่าทำอย่างไรเอ่ย  ท่านทำอย่างนี้นะ เราไปค้นจากหลักฐานพระไตรปิฎก เราพบว่า ในพรรษาต้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจะจาริกไปในที่ต่างๆ  พรรษาที่ 1 หลังจากตรัสรู้ธรรม จำพรรษาอยู่ที่เดียวกับ กัสสปะ 3 พี่น้อง ดาบส 3 พี่น้อง ชลิฏ 3 พี่น้อง  อุรุเวละกัสสปะเนี่ย นทีกัสสปะ พระยากัสสปะ แล้วก็โปรดจนกระทั่งสำเร็จ ยอมมาบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาตั้ง 1000 นะ

    พรรษาที่ 2 จาริกไปเรื่อยๆ ในที่ต่างๆ แต่ว่า 25 พรรษาท้ายนะ พระองค์จำพรรษาอยู่ที่เมืองๆ เดียว คือเมืองสาวัตถี จำพรรษาอยู่เมืองเดียวเลยนะ โดยพักอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร 19 พรรษา และก็อยู่ที่บุปผาราม ที่นางวิสาชาสร้างให้  6 พรรษา  ทั้ง 2 วัดนี้ อยู่ในเมืองๆ เดียวกัน สรุปแล้วอยู่ในเมืองสาวัตถี 25 พรรษารวด มีเว้นเฉพาะพรรษาสุดท้าย พรรษาที่ 45 เท่านั้นเอง ที่พระองค์เสด็จจาริกไปจำพรรษาที่ชานเมืองเวสาลี ก่อนจะไปปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ก่อนหน้านั้น 25 ปีรวดอยู่เมืองเดียว พัก 19 พรรษาที่เชตะวันมหาวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย หมดทรัพย์ไป 54 โกฏิกหาปณะ ก็คือ 540 ล้านกหาปณะ นั่นเอง โกฏิหนึ่ง มัน 10 ล้าน ใช่ไหม  54 โกฏิเนี่ย ทั้งค่าสร้าง ค่าฉลองเสร็จสรรพเรียบร้อยนะ  หมดไป 540 ล้านกหาปณะ 1 กหาปณะเนี่ย มันยิ่งกว่าเงินดอลล่าร์ในปัจจุบันอีกนะ  ถ้าเทียบค่าเงินในปัจจุบัน คิดว่าเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท อาจจะเป็นแสนล้านทีเดียว ในการสร้างเชตวันมหาวิหาร ก็แค่จะซื้อที่เนี่ย เจ้าของเขาพูดบอกปัดบอกไม่ขาย ท่านอาถบิณฑิกต้องการจะสร้างวัดถวายพระพุทธเจ้านะ ไปสำรวจทั้งเมืองนะ พบว่าสวนเจ้าเชต เป็นเชื้อพระวงศ์ ชื่อเจ้าเชต เหมาะที่สุดเลย ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป สงบร่มรื่นอย่างเหมาะสมมาก จะไปขอซื้อ เจ้าของเขาพูดแบบไม่ขาย บอกว่า  อยากจะซื้อเอาเงินมาปูก็แล้วกัน เต็มแผ่นดินนั่นคือ ค่าที่  อนาถบิณฑิกเศรษฐีไม่ต่อสักคำเลยนะ รับว่า ตกลง ให้คนกลับมาขนเงินมาเรียงเลย เรียงกันมา จนเจ้าเชตนะทึ่งเลย มีคนศรัทธาขนาดนี้จริงๆ เลยเหรอ ไม่น่าเชื่อเลยเนี่ย เรียงจนเต็มแผ่นดินล่ะ เหลือตรงซุ้มประตูอยู่หน่อยหนึ่ง ก็เลยบอก เอายังนี้ก็แล้วกัน ตรงนี้ไม่ต้องเอาเงินมาเรียงหรอก ขอร่วมบุญด้วย แต่มีเงื่อนไขว่า สร้างวัดแล้วให้ใช้ชื่อฉันนะ  เจ้าของชื่อเดิมชื่อว่า เจ้าเชต นั่นก็เลยได้ชื่อว่า เชตวัน ไง    วัน แปลว่า ป่า  คือป่าเจ้าเชต ป่าของเจ้าที่ชื่อเชต นั่นเป็นอย่างนั้น เราบอกค่ากำไรน่าดูนะ ร่วมบุญด้วยตรงซุ้มประตูนิดเดียว ขอให้ใช้ชื่อวัดเป็นชื่อตัวเองเลย
 

การสื่อสารไร้สายสมัยพุทธกาล
การทำบุญสร้างวัดนั้น ถือว่าเป็นบุญใหญ่ เป็นการขายงานพระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป
ให้เป็นที่พึ่งต่อชาวโลกอีกทั้งเป็นการสืบต่ออายุพระศาสนาให้ดำรงคงอยู่คู่โลกตลอดไป
เราทั้งหลายควรยึดเอาท่านอนาบิณฑิกเศรษฐีเป็นแบบอย่าง

    แต่อนาถบิณฑิกเศรษฐีทำบุญไม่เอาหน้า ไม่เอาชื่อ จะเอาบุญจริง บุญล้วนๆ ตัวเองไม่ต้องมีชื่อเลย เจ้าเชตเขาขอร่วมบุญด้วยก็ดี เขาจะได้มีส่วนบุญด้วย แล้วเจ้าเชตเป็นบุคคลมีชื่อเสียงเนี่ย มีอำนาจ ถ้ามีชื่อเข้ามาเนี่ย จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็จะสะดวกมากขึ้น ตกลงเลย เอา ไม่ติดในชื่อ ยินดีให้ใช้ชื่อเชตวันเลย
 
     แล้วเชตวันมหาวิหารที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีทุ่มสร้างตรงนี้เองล่ะ กลายมาเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในครั้งพุทธกาล เรามาดูจารึกในพระไตรปิฎกพบว่า ในเชตวันมหาวิหารสร้างไว้ให้สามารถรองรับพระภิกษุได้เป็นหมื่นนะ พระอาคันตุกะมาเป็นพันๆ รับได้สบายเลย สาธุชน ญาติโยมทั้งหลายมาฟังธรรมเป็นหมื่นเป็นแสนเนี่ยสบายเลย ไม่มีปัญหาเลย

        แล้วในพระไตรปิฎกยังบันทึกว่า ในพระเชตวันมหาวิหาร มีการแบ่งพระภิกษุให้พักเป็นกลุ่มๆ เป็นโซนๆ ตามความถนัด เช่น ถ้าเป็นศิษย์สายพระอุบาลี ชำนาญพระวินัยพักอยู่ด้วยกันในแถบหนึ่ง ถ้าเป็นศิษย์สายพระอานนท์ ชำนาญพระสูตร อยู่ด้วยกันอีกกลุ่มหนึ่ง  ถ้าเป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการแสดงธรรม ธรรมะสากัจฉา  อภิปรายธรรมเนี่ย อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ต้องถกกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นกัน ถ้าเกิดเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมก็อยู่อีกโซนหนึ่ง เป็นโซนที่สงบสงัดเป็นพิเศษ ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับเรื่องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง การออกกำลังกาย เอ็กเซอร์ไซ อยู่อีกโซนหนึ่ง  แบ่งตามความชอบ โดยผู้ที่ทำหน้าที่จัดโซนที่พักของพระคือ พระทัพพะนอระบุตร ท่านเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เสร็จกิจแล้ว หมดกิเลสแล้ว ต้องการเอาบุญพิเศษ ก็เลยอาสาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รับบุญเป็นคนจัดที่พักให้พระ ท่านมีฤทธิ์ด้วยนะ พอยกนิ้วขึ้นเท่านั้นเอง สว่างโพร่ง ไม่ต้องจุดคบจุดไต้เลย ไม่ต้องใช้ไฟฉายสปอร์ไลท์ สว่างทั้งเชตวันเลย พาพระไปที่พักได้สบาย......(โปรดติดตามตอนต่อไป)


http://goo.gl/DqYCVL


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      “เหยียด” กายแตกต่างหรือใจตกต่ำ
      เรื่องของคนขี้อวด
      จับดีเขา จับผิดเรา
      ชาตินี้ ชาติหน้า
      เมื่อโลกเข้าสู่ช่วงกัปไขลง
      มิตรแท้ มิตรเทียม
      สังคมอารมณ์ร้อน
      หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๑๗)
      เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม
      ชีวิตจริง..บนสังคมออนไลน์
      เลิกติดเกมอย่างนุ่มนวล
      การสวดมนต์โดยเข้าใจกับไม่เข้าใจความหมายมีอานิสงส์ต่างกันอย่างไร
      การสวดมนต์เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำหรือเป็นหน้าที่เฉพาะของพระภิกษุ




   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related
ปฏิทินวันพระ
ปฏิทินวันพระ

ธุดงค์แก้ว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
ธุดงค์แก้ว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว
ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว

ปฏิบัติธรรมสมาธิแก้ว
บวชนานาชาติ

ตารางตักบาตรทั่วไทย
ตารางตักบาตรพระทั่วไทย

ตารางตักบาตรทั่วไทย
ศึกษาธรรมะทางไกล DOU

บวชพระ
สมัครบวชพระ

ค่ายปิดเทอม
ค่ายปิดเทอม

ธรรมะเพื่อประชาชน
ธรรมะเพื่อประชาชน

พุทธประวัติ
พุทธประวัติ

พุทธสุภาษิต
พุทธสุภาษิต

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก

เคล็ดลับสุขภาพจากพระไตรปิฎก
เคล็ดลับสุขภาพจากพระไตรปิฎก

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

สามเณรอรหันต์
สามเณรอรหันต์

ธรรมกาย
ธรรมกาย

บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พร้อมคำแปล
บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พร้อมคำแปล

วัดในพระพุทธศาสนา
วัดในพระพุทธศาสนา

โครงการหมู่บ้านศีล 5 ประชาเป็นสุข
โครงการหมู่บ้านศีล 5 ประชาเป็นสุข

ความดีพื้นฐานสากล 5 ประการ
ความดีสากล 5 ประการ

สื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนา
สื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนา

ร้านหนังสือออนไลน์
ร้านหนังสือออนไลน์

Social Network กับงานพระพุทธศาสนา
Facebook Fanpage


รับแจ้งข่าวภัยพระพุทธศาสนาบนสังคมออนไลน์
รับแจ้งข่าวภัยพระพุทธศาสนา
บนสังคมออนไลน์ (Social Network)

สื่อประกาศขอขมาต่อวัดพระธรรมกาย
สื่อประกาศขอขมาต่อวัดพระธรรมกาย


สมัครเป็นอาสาสมัคร
สมัครเป็นอาสาสมัคร