ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๒
สอง สาม
พราะฉะนั้น เขามีความดีเท่าไร นับออกมาให้ได้ ส่วน
ที่ไม่ดีของเขาอย่าไปนับ นับได้แล้วก็ถือเอาไว้ด้วย
ถือ คือ ไม่ปล่อยให้ตกหล่น
เพราะฉะนั้น นับถือ คือ คำนวณดูว่าคุณความดีของ
เขามีเท่าไร แล้วถือเอามาปฏิบัติให้ได้เหมือนอย่างกับเขา
ถ้าให้ยิ่งกว่านับถือนั้น คือ เทิดทูน
เทิด คือ ยกขึ้น ทูน คือ เอาไว้เหนือหัวเลย แล้ว
ก็เอาความดีของเขามายกย่องด้วย เช่น นับดูว่าพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าของเรามีความดีเท่าไร แล้วก็เอามาถือปฏิบัติ
ให้ได้เหมือนอย่างกับท่าน แล้วก็เทิดทูนยกย่องท่านไว้เหนือ
หัวเลย
เพราะฉะนั้น บูชาเป็นเรื่องการค้นหาความดีของผู้อื่น
ให้เจอ ไม่ใช่การจับผิด ไปควาน ไปค้น ไปหาความดีของ
ผู้มีคุณธรรม เมื่อหาเจอแล้วทำอย่างไร? นับด้วย ว่าเขามี
ความดีอะไรบ้าง นับครบแล้วปฏิบัติตามเขาด้วย นั่นคือ
บูชา แล้วการที่เราถือปฏิบัติตามเขานั่น ก็เลยกลายเป็นเอา
คุณธรรมความดีเพิ่มเข้าไปในตัวของเรา นั่นคือความลึกซึ้ง
ของคำว่าบูชา
เมื่อเรามองลึกไปในทางปฏิบัติแล้ว จะเห็นว่าการบูชา
ยกย่องคนดีนั้นเกิดประโยชน์มหาศาล แล้วบางทีเราก็มี
ความบกพร่องในสิ่งเหล่านี้เอง ซึ่งมีผลทำให้การทํางานของ
เราบางครั้งมันสะดุด ทำให้บางครั้งแม้ในครอบครัวของเรา
ก็ชักจะไม่ค่อยเรียบร้อย
๑๓
ธรรมเนียมไทยแต่โบราณมีกุศโลบายอยู่ว่า เมื่อ
ลูกเรียก “พ่อ” เรียก “แม่” ได้ชัดแล้ว สิ่งแรกที่ท่านให้
ทําคือ ให้สวดมนต์ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ เป็นการยกย่องพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่จริงๆ แล้ว ถามว่าเด็กเข้าใจไหม? ไม่เข้าใจหรอก
เด็กก็ทำไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่เป็นไร เพื่อเริ่มปลูกฝังการบูชา
คนดีไว้ในใจก่อน
เท่านั้นยังไม่พอ ในครอบครัวคนไทยหรือครอบครัว
ชาวพุทธที่เคร่งครัด หลวงพ่อเคยไปเจอมาตั้งแต่เล็ก เขา
สวด นะโม ตัสสะ ฯ เสร็จเรียบร้อย ก็กราบพระพุทธรูป
พร้อมกับคุณพ่อคุณแม่
ถามว่าเด็กได้อะไรไหม ? ไม่ได้หรอก เพราะว่า
ที่จริงแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย เจอพระก็ “ธุ” ซึ่งนั่นมาจาก
คำว่า “สาธุ”
พระไป
แม่บอกให้ “ธุ ๆ” เด็กไม่รู้อะไร ก็ไหว้พระ กราบ
สาธุ แปลว่าอะไร ? ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว พอเด็ก
เจอพระ ยกมือไหว้สาธุ
ปู่ย่าตาทวดมีวิธีปลูกฝังมาอย่างนี้ในขั้นต้น และเป็น
การฝึกให้ทําตามคําสั่งในขั้นต้น
หลังจากเด็กกราบไหว้บูชาพระทุกคืนๆ ก่อนนอน แล้ว
เมื่อการพัฒนาทางด้านจิตใจของแกก้าวหน้าไปถึงระดับหนึ่ง