การสร้างบารมี สัมมาทิฏฐิ หน้า 49
หน้าที่ 49 / 56

สรุปเนื้อหา

แม้ยังไม่ตาย มีลูกก็คงได้ลูกที่แสบๆ อย่างนั้น เพระฉะนั้น ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นบาปไม่เอา แต่ถ้าไม่เชื่อว่าบุญไม่มี บาปไม่มี ถ้ากลัวว่าบาป จะมี ตอนตายจะเอาขวานใส่ไปในโลงด้วย เขาก็ว่าไปโน่น แล้วถึงคราวจริงๆ เข้า ก็คงจะได้รู้กัน ประการที่ ๘ พระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว มีจริง ประการสุดท้ายของสัมมาทิฏฐิ คือ มีความเชื่อว่า สมณะหรือนักบวชที่หมดกิเลสได้มีจริง พูดง่ายๆ เชื่อว่า พระพุทธเจ้ามีจริง เชื่อว่าคนที่ดีสมบูรณ์แบบเป็นพระอรหันต์ มีจริง ถ้ามีความเชื่อมีความเข้าใจอย่างนี้ การที่จะมีกำลังใจ สูงที่จะทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปจนกระทั่งถึงกับประกาศว่า เกิดมาเพื่อสร้างบารมีล่ะก็ เพราะมีความเชื่อมั่นในข้อนี้ เขาจึงจะมีกำลังใจอันยิ่งใหญ่ที่จะเตือนตัวเองว่า ฉันเกิดมา เพื่อมาสร้างบารมี หรือเกิดมาสร้างความดี ความชั

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบารมี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔๘ แม้ยังไม่ตาย มีลูกก็คงได้ลูกที่แสบๆ อย่างนั้น เพระฉะนั้น ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นบาปไม่เอา แต่ถ้าไม่เชื่อว่าบุญไม่มี บาปไม่มี ถ้ากลัวว่าบาป จะมี ตอนตายจะเอาขวานใส่ไปในโลงด้วย เขาก็ว่าไปโน่น แล้วถึงคราวจริงๆ เข้า ก็คงจะได้รู้กัน ประการที่ ๘ พระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว มีจริง ประการสุดท้ายของสัมมาทิฏฐิ คือ มีความเชื่อว่า สมณะหรือนักบวชที่หมดกิเลสได้มีจริง พูดง่ายๆ เชื่อว่า พระพุทธเจ้ามีจริง เชื่อว่าคนที่ดีสมบูรณ์แบบเป็นพระอรหันต์ มีจริง ถ้ามีความเชื่อมีความเข้าใจอย่างนี้ การที่จะมีกำลังใจ สูงที่จะทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปจนกระทั่งถึงกับประกาศว่า เกิดมาเพื่อสร้างบารมีล่ะก็ เพราะมีความเชื่อมั่นในข้อนี้ เขาจึงจะมีกำลังใจอันยิ่งใหญ่ที่จะเตือนตัวเองว่า ฉันเกิดมา เพื่อมาสร้างบารมี หรือเกิดมาสร้างความดี ความชั่วไม่เอา คน ลักษณะนี้เขาจะต้องมีสัมมาทิฏฐิประการ ที่ 6 เป็นตัวค้ำเลย ถ้าไม่มีประการที่ ๔ ก็ไม่เอา มีโอกาสจะทำความดี มันก็ ไม่ทุ่มเต็มที่ เพราะยังลังเลอยู่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ยังไม่รู้เลย จะเอาแค่ทําเผื่อเหนียวไว้ก่อน ถ้าทำเผื่อเหนียวแล้ว เขาจะไม่ทุ่มเท เมื่อไม่ได้ทุ่มเท ก็ทําแบบกะพร่องกะแพร่ง ทำงานแทนที่จะเอากันเต็มกำลัง ๔๙ มันก็เหลือทําเช้าชามเย็นชาม หนักเข้าๆ ก็เลยเหลือเช้าช้อน เย็นช้อน ปากก็บอกว่าทําเช้าชามเย็นชาม แต่ผลออกมาท่า เช้าช้อนเย็นช้อน ตัวเองก็อยู่ไม่ได้ ครอบครัวก็อยู่ไม่ได้ บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ แต่ว่าถ้ามีความเชื่อว่าสมณะชีพราหมณ์ที่ปราบกิเลส ได้มีจริง พระพุทธเจ้ามีจริง พระอรหันต์มีจริง บุคคลที่ทำ ความดีแล้วได้ดีจริงมีอยู่ ถ้าเราจะทำบ้าง มีความเชื่อมั่น อย่างนี้ การทุ่มเทสร้างความดีก็จะทำเต็มที่ในฐานะที่เป็น นักบริหาร นักปกครอง หรือแม้ที่สุด อาจจะยังไม่เชื่อว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริง แต่เพียงเชื่อว่าทำดีต้องได้ดีจริง แม้เพียงระดับนี้ได้ ก็สามารถไปปลูกฝัง สัมมาทิฏฐิให้กับคนใน บังคับบัญชาของเราได้ แต่ถ้าเมื่อไร มีครบทั้ง ๔ ประการนี้ ก็บอกว่าลอยล่าแล้ว ถึงคราวจะมีโอกาสทําความชั่ว ก็สามารถ ติดเบรคให้กับตัวเองได้เต็มที่ ใครจะรู้หรือไม่รู้ ใครจะเห็น หรือไม่เห็น ใครจะมา เป็นโจทก์เป็นพยานมาชี้ตำหนิอะไร เราไม่สนหรอก ถ้ารู้เป็นความชั่วเป็นไม่เอา ถ้าเป็นความดี ก็ทุ่มเทกันเต็มที่เลย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More