อำนาจของการปฏิสันถาร สัมมาทิฏฐิ หน้า 20
หน้าที่ 20 / 56

สรุปเนื้อหา

บ กลายเป็นโปสเตอร์ให้กับเรา ใครอย่าได้มาด่าเราว่าเราเลว ท่านผู้นี้จะยืนยันว่า “ไม่จริงละมั้ง ผมเคยไปถึง ที่ทำงาน ของเขานะ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณว่า คุณอย่าเพิ่งไปโจมตี เขาสุ่มสี่สุ่มห้านะ เขาเป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปเจอมา” นี่เป็นเพราะอำนาจของการปฏิสันถารต้อนรับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ถ้าใครรับแขกไม่เป็น หรือเป็น เหมือนกันในระดับหนึ่ง ยังไม่ทุกระดับ ก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วย เพราะถ้าผิดพลาดตรงนี้ ก็เป็นโปสเตอร์เคลื่อนที่ ด่าเราไป ชาติหนึ่งเหมือนกัน คนเรานั้นแปลก เจอกันวันนี้ไม่แน่ว่าตลอดชาตินี้ จะ เจอกันอีกไหม แต่สิ่งใดที่ทำประทับใจ ถ้าถูกใจก็ชมกัน ชาติหนึ่ง ถ้าไม่ถูกใจก็ด่ากันชาติหนึ่ง เรื่องนี้อย่าทำเป็น เล่นไป เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงชี้ให้ นักบริหารนักปกครองว่า ดูให้ดีเรื่องตรงนี

หัวข้อประเด็น

- อำนาจของการปฏิสันถาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๐ ๒๑ บ กลายเป็นโปสเตอร์ให้กับเรา ใครอย่าได้มาด่าเราว่าเราเลว ท่านผู้นี้จะยืนยันว่า “ไม่จริงละมั้ง ผมเคยไปถึง ที่ทำงาน ของเขานะ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณว่า คุณอย่าเพิ่งไปโจมตี เขาสุ่มสี่สุ่มห้านะ เขาเป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปเจอมา” นี่เป็นเพราะอำนาจของการปฏิสันถารต้อนรับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ถ้าใครรับแขกไม่เป็น หรือเป็น เหมือนกันในระดับหนึ่ง ยังไม่ทุกระดับ ก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วย เพราะถ้าผิดพลาดตรงนี้ ก็เป็นโปสเตอร์เคลื่อนที่ ด่าเราไป ชาติหนึ่งเหมือนกัน คนเรานั้นแปลก เจอกันวันนี้ไม่แน่ว่าตลอดชาตินี้ จะ เจอกันอีกไหม แต่สิ่งใดที่ทำประทับใจ ถ้าถูกใจก็ชมกัน ชาติหนึ่ง ถ้าไม่ถูกใจก็ด่ากันชาติหนึ่ง เรื่องนี้อย่าทำเป็น เล่นไป เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงชี้ให้ นักบริหารนักปกครองว่า ดูให้ดีเรื่องตรงนี้ ไม่อย่างนั้นยุ่ง จะสร้างมิตรก็สร้างตรงนี้ ถ้าอยากจะได้คู่แค้นก็ได้ตรงนี้ แหละ อีกแง่มมุมหนึ่งคือ การรู้จักเชื้อเชิญคนดี ถึงแม้เขา ไม่มา เราก็เชิญคนดีมาถึงที่ทำงานของเรา ก็เป็นบุญของ เราอย่างหนึ่ง คือเป็นเครื่องประกันให้เราได้ดีว่า ถ้าไม่ดี ผู้ใหญ่คงมาไม่ถึงบ้านของเราหรอก ยกตัวอย่าง ถ้าในหลวง มีพระกรุณาธิคุณเสด็จมา อย่าว่าแต่ไปบ้านของเราเลย ไป ในเขตอำเภอที่เราอยู่ ก็เป็นความชื่นใจอย่างหนึ่งของไพร่ฟ้า ประชาชน การต้อนรับเชื้อเชิญมีความดีงามในตัวมหาศาล อย่างนี้ ในสมัยพุทธกาล แม้แต่กษัตริย์ เขาก็เที่ยวตามหา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าทรงอยู่ที่ไหน แล้วเชิญเสด็จไป บ้านเมืองของเขาสักครั้งก็ยังดี มีอยู่คราวหนึ่ง กษัตริย์ลิจฉวีมีปัญหาในเมืองมาก ก็ส่งทูตไปขอเชิญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากแคว้นมคธของ พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารจะขัดก็ขัดไม่ได้ จึงต้อง ทรงอาราธนาพระพุทธองค์เสด็จไป แต่วันที่ส่งเสด็จ เนื่องจาก พระพุทธองค์เสด็จทางเรือ พระเจ้าพิมพิสารก็เสด็จไปส่ง พระพุทธองค์ ไปส่งถึงไหน? ส่งถึงฝั่งยังไม่พอ ลุยน้ำลงไป ส่งแค่คอ กษัตริย์มีความเคารพพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก ทางฝั่งโน้น กษัตริย์ก็เสด็จมารับ กษัตริย์ฝั่งโน้นลุยน้ำมา ถึงระดับคอเพื่อรับพระพุทธองค์ เพราะทรงเห็นว่าเป็นบุคคล ที่ประเสริฐจริงๆ แล้วพระองค์ก็ประเสริฐจริง ได้เสด็จไป แก้ไขเรื่องต่างๆ ให้เขาอย่างเรียบร้อย เพราะฉะนั้น เมื่อได้รู้ว่าใครเป็นคนดี มีโอกาส เชื้อเชิญได้ ก็เชื้อเชิญเถอะ เพราะอย่างน้อย ๑) ได้เพิ่มพูนความรู้ และ ๒) เพิ่มพูนเครดิตของเรา แต่ว่ามีข้อแม้ คือต้องต้อนรับให้เป็น ไม่เป็น จะอันตรายหนักเข้าไปอีก ถ้าต้อนรับ มีข้อคิดฝากนิดหนึ่งคือ มีหลายท่านมาถามหลวงพ่อ ว่า “ผมมีลูก อยากให้ลูกมีปฏิภาณ จะฝึกอย่างไร มีบทฝึก
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More