ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันหนึ่งพระพุทธองค์ทรงต้องการพักผ่อน จึงตรัสสั่งพระสารีบุตรให้แสดงธรรมแก่
พระภิกษุแทนพระองค์ ทรงรับสั่งให้ปูผ้าสังฆาฏิเป็น ๔ ชั้น แล้วทรงสำเร็จสีหไสยาสน์อยู่
ในบริเวณไม่ไกลนัก พระสารีบุตรได้แสดงธรรมแก่เหล่าพระภิกษุโดยปรารภเหตุความ
แตกแยกของเหล่านักบวชนิครนถ์นี้ เพื่อเสนอแนวทางในการทำสังคายนาพระธรรมคำสอน
ในพระพุทธศาสนาในอนาคต อันจะเป็นการป้องกันความขัดแย้งกันเองในหมู่พุทธสาวก
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
พระสารีบุตรได้กล่าวแสดงธรรมว่า พระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็น
คำสอนที่ไม่มีความขัดแย้งกันเอง เป็นคำสอนที่ตรัสไว้ดีแล้ว ประกาศไว้ดีแล้ว เป็นธรรม
เครื่องน่าออกจากทุกข์ได้ เป็นไปเพื่อความสงบระงับ
ดังนั้น พระภิกษุทั้งหลายพึงสังคายนาด้วยกัน คือสวดด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง หรือ
สวดเป็นแบบเดียวกัน ไม่สวดให้ผิดเพี้ยนแตกต่างจากกัน การทำสังคายนาเช่นนี้จะทำให้
พระพุทธศาสนาตั้งอยู่ได้นานเพื่อความสุขแก่มหาชนเป็นอันมากเพื่อความอนุเคราะห์ชาวโลก
เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
จากนั้นพระสารีบุตรก็ได้แสดงธรรมอันเป็นแนวทางในการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น
๑๐ หมวด โดยรวมหลักธรรมที่มีจำนวนข้อเท่ากันไว้เป็นหมวดเดียวกัน เช่น หลักธรรมที่มี
๑ ข้อ ก็รวมอยู่ในหมวด ๑ หลักธรรมที่มี ๒ ข้อ ก็รวมอยู่ในหมวด ๒ เป็นต้น (ทำนอง
เดียวกับการจัดหมวดหมู่หลักธรรมในหลักสูตรนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก)
เมื่อพระสาร
ารีบุตรแสดงธรรมจบลง พระบรมศาสดาก็เสด็จลุกขึ้น ทรงพอพระทัยการ
แสดงธรรมของพระสารีบุตรเป็นอันมาก จึงตรัสสรรเสริญ เหล่าพระภิกษุสงฆ์ก็ชื่นชมยินดี
ในถ้อยค่าของพระสารีบุตรเป็นอันมาก
จากการศึกษาสังคีติสูตรนี้ ก็ทำให้พบว่า การสร้างพระธรรมวินัยนั้น พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทรงวางแนวทางการทำสังคายนาไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน
๓.๓
พระองค์ทรงให้แนวทางในการขจัดความสงสัยในพระธรรมวินัยไว้ชัดเจน
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใกล้จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน หลังจากทรงปลงอายุสังขาร
ที่ปาวาลเจดีย์แล้ว ก็เสด็จออกจากเมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ไปเมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
เพื่อเสด็จดับขันธปรินิพพานที่สาลวโนทยาน (สวนป่าต้นสาละ) ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว
๓ เดือน
ในระหว่างการเดินทาง ขณะประทับอยู่ที่อานันทเจดีย์เมืองโภคนคร พระองค์ได้รับสั่ง
เรียกประชุมพระภิกษุสงฆ์ แล้วตรัสแสดงธรรมเรื่อง “มหาปเทส ๔ ประการ” เพื่อใช้เป็น
หลักอ้างอิงสำหรับเทียบเคียงคำเทศน์สอนของพระภิกษุรูปอื่น ๆ ว่าถูกต้องตรงตามพระธรรม
วินัยที่ตรัสไว้ดีแล้วหรือไม่ เพราะพระธรรมวินัยนั้นจะเป็นตัวแทนของพระบรมศาสดา ใน
เวลาที่เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว
4 มหาปรินิพพานสูตร, ที.ม. ๑๓/๑๑๓-๑๑๖/๒๙๓-๒๙๕ (มมร.)
๖๙