การใช้ปัญญาในการตัดสินใจ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2556 ฉบับที่ 123 เดือนมกราคม หน้า 67
หน้าที่ 67 / 96

สรุปเนื้อหา

ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผลและข้อมูล อยู่ด้วยปัญญา ต้องไม่อยู่กับเรื่องที่ ตรึกตรองไม่ได้ เหนือเหตุเหนือผล อย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ " ผู้หญิงคนหนึ่งไปดูดวงมาว่าจะคบกับคนนี้ ได้หรือเปล่า หมอดูฟังธงว่าคบไม่ได้ เขาก็ เชื่อหมอดู อย่างนี้ถูกไหม ไม่ถูก ชีวิตตัวเองตัดสินโดยหมอดู เชื่อหมอดู มากกว่าเชื่อคนที่รู้จักกันมาตั้งนานก็ผิดหลักอยู่แล้ว เรื่องความเชื่อมั่นนี่แปลก เคยมีทหารไทยไปรบใน สงครามเกาหลี ระหว่างรบระเบิดลงตูบกระเด็นไป ที่ริมหนองน้ำ พระหลุดจากคอ ตกใจรีบคว้าใส่ปาก แล้วลุยต่อไป คราวนี้พระเต้นได้ เต้นตุบ ๆ อยู่ใน ปาก เจ้าตัวฮึกเหิมมาก พระแสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว ลุยสะบั้นหั่นแหลก รบเสร็จแล้วเอาพระมาดู ปรากฏ ว่าเป็นลูกกบ ถ้ารู้แต่ต้นว่าเป็นลูกกบสงสัยไม่กล้า นี่คือเรื่องของกำลังใจ ความเข้าใจผิดอย่า

หัวข้อประเด็น

- การใช้ปัญญาในการตัดสินใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผลและข้อมูล อยู่ด้วยปัญญา ต้องไม่อยู่กับเรื่องที่ ตรึกตรองไม่ได้ เหนือเหตุเหนือผล อย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ " ผู้หญิงคนหนึ่งไปดูดวงมาว่าจะคบกับคนนี้ ได้หรือเปล่า หมอดูฟังธงว่าคบไม่ได้ เขาก็ เชื่อหมอดู อย่างนี้ถูกไหม ไม่ถูก ชีวิตตัวเองตัดสินโดยหมอดู เชื่อหมอดู มากกว่าเชื่อคนที่รู้จักกันมาตั้งนานก็ผิดหลักอยู่แล้ว เรื่องความเชื่อมั่นนี่แปลก เคยมีทหารไทยไปรบใน สงครามเกาหลี ระหว่างรบระเบิดลงตูบกระเด็นไป ที่ริมหนองน้ำ พระหลุดจากคอ ตกใจรีบคว้าใส่ปาก แล้วลุยต่อไป คราวนี้พระเต้นได้ เต้นตุบ ๆ อยู่ใน ปาก เจ้าตัวฮึกเหิมมาก พระแสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว ลุยสะบั้นหั่นแหลก รบเสร็จแล้วเอาพระมาดู ปรากฏ ว่าเป็นลูกกบ ถ้ารู้แต่ต้นว่าเป็นลูกกบสงสัยไม่กล้า นี่คือเรื่องของกำลังใจ ความเข้าใจผิดอย่างนี้ก็มี เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราอย่าเอาตรงนี้เป็นสาระ ให้ตัดสินใจด้วยเหตุ ด้วยผล ด้วยข้อมูล ด้วยการ ไตร่ตรองอย่างละเอียดลึกซึ้ง ถ้าอย่างนี้ถือว่าเป็นผู้ มีปัญญา ไม่เชื่อคนง่าย ไม่หลงไปกับกระแสข่าวลือ ถ้าสังคมไหนมีคนอย่างนี้เยอะ สังคมนั้นจะเป็น สังคมที่อุดมด้วยปัญญาและจะมีความเจริญ แต่จะ ได้อย่างนี้ต้องตั้งสติดี ๆ แล้วก็นั่งสมาธิด้วย ใจสงบ เราจะมองเห็นอะไรกระจ่างขึ้น มิฉะนั้นจะ แยกแยะอะไรไม่ออก ภาพมันจะพร่า ถ้าใจนิ่ง ภาพ จะชัด สามารถวินิจฉัยได้ว่าอะไรเป็นอะไร ให้เราพึ่ง ตนเอง เชอมน เชื่อมั่นในเรื่องกรรม องกรรม ไม่ใช่พรหมลิขิต ให้ ทําความดี แล้วทุกอย่างจะดีเอง ๆ พอ ๆ มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คือเรื่องของฮวงจุ้ย ที่ ภาษาจีนกลางเรียกว่าฟงสุย “ฟัง” แปลว่า ลม “จุ้ย” หรือ “สุย” แปลว่า น้ำ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นศาสตร์ ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม และที่เขาบอกว่าบ้านที่ตั้งอยู่ ที่ทางสามแพร่งไม่ดี ก็มีส่วนจริง เพราะรถบนถนน ที่ตั้งฉากกับบ้านจะวิ่งเข้าวิ่งออก คนเดินไปเดินมา มองพุ่งมาที่บ้านตลอด คนอยู่บ้านนี้สุขภาพจิตจะ ไม่ค่อยดี รู้สึกไม่เป็นส่วนตัว ดอยผวาอยู่เรื่อย ที่ทำเนียบขาวสมัยบิล คลินตัน ยังเอาซินแส ฮวงจุ้ยไปจัดออฟฟิศเลย ทำเนียบประธานาธิบดีของ สหรัฐอเมริกาผู้น่าโลกต้องให้ชินแสไปจัดฮวงจุ้ยให้ คือจัดสิ่งแวดล้อม ตกแต่งสวน ตกแต่งโต๊ะ เก้าอี้ สีสัน ฯลฯ ให้สอดคล้องกับอารมณ์ของคน ให้ดูแล้ว สบายใจ ให้ผสมกลมกลืนพอดี ๆ นี้คือศาสตร์ของ ฮวงจุ้ย ไม่ใช่เรื่องของหมอดู ถ้าฮวงจุ้ยไหนไปเอา แนวคิดของหมอดูมาใช้ก็ผิดหลัก แต่ถ้าจัดเพื่อให้ สบายใจก็ทำได้ เช่น เอากระจกมาติดไว้ที่ตึกที่ ทางสามแพร่งเหมือนให้กระแสที่พุ่งเข้ามาสะท้อน ออกไปอะไรทำนองนี้ เพื่อให้คนที่อยู่รู้สึกสบายใจ เพราะฉะนั้นทุกอย่างอยู่ที่เหตุผลและข้อมูล อยู่ด้วย ปัญญา ต้องไม่อยู่กับเรื่องที่ตรึกตรองไม่ได้ เหนือเหตุ เหนือผล อย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ ติดตามชมรายการข้อคิดรอบตัวย้อนหลังได้ที่ www.dmc.tv ๗๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More