ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๐
ช่วงหน้าฝนที่ฝนตกทุกเย็น เมื่อถึงเวลาเข้าสอนโรงเรียนอนุบาลฯ
ท่านเริ่มรู้สึกจะไม่ค่อยสบายและจะเป็นไข้
“วันนี้เข้าสอนไหวไหมครับ?”
“ลองเข้าไปสอนดูก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ไหวก็ค่อยกลับไปพัก
ขณะที่สอนเราได้ยินคำาพูดเหล่านี้จนคุ้นหู
“ได้ยินกันชัดไหม วันนี้หลวงพ่อไม่ค่อยมีเสียง ต้องเปิดเพลงเยอะหน่อย เอาเพลงช่วย
“ลมขึ้น เดี๋ยวก่อน ขอหัวเราะไล่ลมก่อน”
แล้วท่านก็หัวเราะขำ ๆ อาการป่วยที่เริ่มทำท่างอแง “หัวเราะขำส่วนตัวนะ ไม่เกี่ยวกับใคร!
จากแค่ลองเข้าไปสอนดูก่อน ถ้าไม่ไหวก็ค่อยกลับ
สอน ๆ ไป ท่านก็สอนไม่ไหวจริง ๆ
ไม่ ไหวหวั่น” ครับ!
ฝืนสอนจนจบได้ตามปกติเหมือนทุกวัน
ข้ออ้างออกอากาศเหล่านี้เป็นขั้วบวกบวก
อ้างแล้วไม่เสียหาย ยังทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้
ไม่ว่าอุปสรรคใด ๆ จะเกิดขึ้นก็ตาม
เหตุผลที่จะนํามาอ้างใช้สู้กับอุปสรรค
เพื่อให้ประสบ ความสำเร็จ” และไปให้ ถึงจุดหมาย
อยู่ที่ขัว “บวกบวก” เท่านั้น
คำพูดของตลกท่านหนึ่งที่ว่า “ความทุกข์ของเรา ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเสียงหัวเราะของผู้ชม
แต่ความหมายกลับกินใจไม่ได้ตลกเลย เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เมื่อถึงเวลาที่ต้องขึ้นเวทีทุกอย่างที่ค้างอยู่ในใจต้องวางไว้ข้างล่างก่อน แล้วขึ้นไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ครั้งหนึ่ง แอนนา ชวนชื่น เล่าว่า พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
แต่เขาต้องขึ้นไปแสดง
เขาต้องรีบสลัดความทุกข์โศกทิ้งทันที เขาต้องทำให้ได้
แล้วเขาก็เดินขึ้นเวทีทั้งที่น้าตายังไม่ทันแห้ง
แล้วเขาก็ทำได้สำเร็จ ที่หน้าเวทีหัวเราะกันลั่น
เมื่อจบการแสดงเขาเดินลงจากเวที น้ำตาอาบแก้มเหมือนเดิม
"ความทุกข์ของเรา ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเสียงหัวเราะของผู้ชม
เป็นคาถาตอกย้ำาให้เดินหน้าสู้ต่อไป
หรืออย่างวันที่ DMC ไม่มีคำว่า LIVE ขึ้นมุมบนซ้ายมือ
เราเข้าใจตรงกันว่าคุณครูไม่ใหญ่ท่านไม่สบาย ลงสอนไม่ไหว
ในความคิด เราคิดกันว่า ดีเหมือนกันท่านจะได้พัก
ก็เป็นวันที่ท่านได้พักจริง ๆ
พักอย่างหนึ่ง