ข้อความต้นฉบับในหน้า
พรรณนาคุณอันประเสริฐของบุคคลสาคัญของ
โลกคือ หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (พระ
มงคลเทพมุนี) โดยเฉพาะขณะนี้ เมื่อวันเวลาได้
เวียนมาถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๐ ของทุกปี
ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๐ กันยายน ผู้รักการ
ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต่างรู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ
เพราะเป็นวันคล้ายวันเข้าถึงพระธรรมกาย
ของหลวงปู่เมื่อ ๘๖ ปีมาแล้ว ณ อุโบสถวัด
โบสถ์บน บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี และถัด
ไปเมื่อถึงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ของทุกปี ทุกคนก็
จะระลึกถึงวันเกิดด้วยกายเนื้อของหลวงปู่วัด
ปากนํ้า อันภูมิลาเนาเดิมของท่านคือ อ้าเภอ
สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้นวาระสําคัญ
อันเนื่องด้วยครูผู้เป็นมหาปูชนียาจารย์
กัลยาณมิตรทั้งหลาย ต่างน้อมใจรำลึกถึงท่าน
และมุ่งจะเดิน ตามรอยท่าน ตามเส้นทางแห่ง
พระรัตนตรัย
การจะพรรณนาคุณของมหาปูชนียา-
จารย์ผู้เลิศด้วยเมตตาและมีคุณธรรมอันวิเศษนี้
ย่อมกล่าวได้ไม่สิ้นสุดบุคคลใดมีสติปัญญาเท่าใด
ก็พรรณนาสรรเสริญคุณท่านได้ตามกําลัง
สติปัญญาของตนเท่านั้น แต่พระคุณอันมหาศาล
ของท่านเกินกว่านั้นหลายเท่านัก ด้วยปัญญา
อันน้อยนิดประดุจแสงหิ่งห้อย เมื่อเทียบกับ
ดวงตะวัน จึงได้แต่นอบน้อมใจที่จะศึกษาเรียนรู้
ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของท่าน แม้จะไม่
บรรลุผลในชาตินี้ ก็หวังเพื่อให้เป็นอุปนิสัย
ติดตามไปในปรภพเบื้องหน้า ควรที่เหล่า
กัลยาณมิตรทั้งหลายจะได้เจริญฉันทะ วิริยะ
จิตตะ และวิมังสา ที่จะดำเนินตามแบบอย่าง
ของท่านให้ก้าวหน้าเรื่อยไป อันจะเกิดผลและ
จะรู้ด้วยตัวของเราเองได้ในที่สุด
เพราะธรรมะของหลวงปู่วัดปากนํ้า
ภาษีเจริญ ที่ท่านสอนนั้น มิใช่เป็นเพียงความรู้
ที่สามารถศึกษาด้วยการอ่าน การท่องจำ การ
สังเกต หรือการวิเคราะห์เท่านั้น แต่จะต้อง
ปฏิบัติให้เกิดผลและมีประสบการณ์ด้วยตนเอง
ด้วย ปรากฏว่านักวิชาการสมัยปัจจุบัน อีกทั้ง
นักศึกษาที่ทำการวิจัยเพื่อทำเป็นวิทยานิพนธ์
ระดับบัณฑิตศึกษา ส่วนใหญ่มักจะศึกษาเพียง
การวิเคราะห์ หรือเปรียบเทียบ แล้ววิจารณ์
ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง หากกล่าวอ้างอิงด้วย
หลักฐานในพระไตรปิฎกก็ย่อมควรค่าแก่การ
ศึกษา แต่หากกล่าววิพากย์วิจารณ์และชี้นำ
ด้วยความเห็นของตนก็ย่อมเป็นการเสี่ยงต่อ
ความผิดพลาด เพราะเราแต่ละคนยังไม่สามารถ
จะเอาตัวเองเป็นมาตรฐานและเป็นบรรทัดฐาน
ว่าตัวเราถูกที่สุด จริงที่สุด ดังนั้นอุปนิสัยของ
บัณฑิต จึงเป็นผู้ใคร่ศึกษา เรียนรู้ ทดลองปฏิบัติ
และรับรู้รับฟังผู้รู้ท่านอื่นด้วยความใคร่ครวญ
พินิจพิเคราะห์ อีกทั้งให้เกียรติต่อความเห็น
ของบุคคลอื่นด้วยจิตใจที่ปราศจากอคติหรือ
ความลำเอียงใดๆ
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ หลวงปู่วัด
ปากน้ำได้รับพระราชทานพัดเทียบเปรียญ ซึ่ง
ย่อมเป็นการแสดงว่าท่านมีความรู้ทางด้าน
ปริยัติตลอดจนด้านภาษาบาลีที่เชี่ยวชาญ ดัง
สังเกตได้จากพระธรรมเทศนาของท่านมักจะได้
รับคำยกย่องว่า ท่านจะยกบาลีและอธิบายได้
อย่างพิสดาร อีกทั้งระมัดระวังรักษารูปแบบ
ภาษาเดิมอย่างมิให้คลาดเคลื่อน จากสิ่งที่ยาก
ท่านสามารถนำมาอธิบายให้เห็นจริงในเชิง
ปริยัติและนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแจ่มแจ้ง
ชัดเจน ซึ่งผู้รู้ในสมัยก่อนนั้นกล่าวถึงหลวงปู่
ด้วยความยกย่องว่า พระภิกษุผู้ที่มุ่งทางปฏิบัติ
จะชอบแสดงธรรมในเชิงปริยัติอย่างหลวงปู่
อบไฟ ป๕๓
kalyanamitra.org