ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วต้องการอะไร จิตฺต์
ภาวิยติ ต้องการให้จิต
เป็นขึ้น จิตฺต์ ภาวิต
กิม ถม โภติ จิตเป็น
ขึ้นแล้วต้อง การอะไร
โย ราโค โส ปรียติ
ความกำหนัดยินดีอัน
ใดที่มีอยู่ในจิตใจ ความ
กำหนัดยินดีอันนั้นก็
หมดไปด้วยสมถะ ความ
วัดปากน้ำหาได้ไม่ง่ายนัก ทั้งนี้แสดงให้เห็น
ภูมิรู้ของหลวงปู่ว่าการปฏิบัติของท่านมิใช่เป็น
เรื่องนอกตำรา หรือคิดขึ้นมาสอนโดยไม่มี
หลักการ ดังในพระธรรมเทศนาเรื่องหลักการ
สอนสมถวิปัสสนากรรมฐานของท่านที่ได้แสดง
ไว้ดังความตอนหนึ่งว่า
“พระพุทธศาสนาแปลว่าคำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนให้สัตว์โลกทั้งหมด
ละชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ทำความดีด้วยกาย
๓
วาจา ใจ ทำใจให้ใส ข้อนี้แหละเป็นคำสอน
ของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ทั้งอดีตปัจจุบัน
อนาคต ยืนยันกันหมด เหตุนี้ท่านทั้งหลายเมื่อ
ตั้งใจมั่นลงในพระพุทธศาสนาเช่นนี้ ก็เพื่อจะ
ทำใจของตนให้ดีตามประสงค์ในทางพระพุทธ
ศาสนา การที่จะทำใจให้ดีนี้ มีบาลีเป็นตำรับ
ตำราว่า เทวเม ภิกฺขเว วิชชาภาคิยา ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย วิชชามี ๒ อย่าง กตเม เทว ๒
อย่างอะไรบ้าง สมโถ จ สมถะ ความสงบระงับ
อย่าง ๑ วิปสฺสนา จวิปัสสนาความเห็นแจ้งอย่าง
๑ สมโณ ภาวิโต กิมตุถมนุโภติ สมถะเป็นขึ้น
สงบระงับ วิปสฺสนา
ภาวิตา กิมตุถมนูโภติ
วิปัสสนาเป็นขึ้นแล้ว
ต้องการอะไร ปญฺญา ภาวิยติ ต้องการทำปัญญา
ให้เป็นขึ้น ปญฺญา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติปัญญา
เป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร ยา อวิชชา สา
ปรีติ ความไม่รู้จริงอันใดที่มีอยู่ในจิตใจ ความ
ไม่รู้จริงอันนั้นก็หมดไปด้วยความเห็นแจ้ง คือ
วิปัสสนา ทางพระพุทธศาสนามีวิชาทั้งสอง
อย่างนี้ เป็นข้อสำคัญนัก”
นอกจากนี้หลวงปู่ยังกล่าวในเทศนา
บทเดียวกันว่า
“สมถะเป็นวิชาเบื้องต้น พุทธศาสนิก
ชนต้องเอาใจใส่ คือแปลความว่าสงบระงับใจ
เรียกว่า สมถวิปัสสนาเป็นธรรมชั้นสูงกว่าสมถะ
ซึ่งแปลว่าเห็นแจ้ง เป็นธรรมเบื้องสูง เรียกว่า
วิปัสสนา สมถวิปัสสนา ๒ อย่างนี้เป็นธรรมอัน
สุขุมลุ่มลึกในทางพระพุทธศาสนา ผู้พูดนี้
(หมายถึงหลวงปู่วัดปากน้ำ) ได้ศึกษามาตั้งแต่
บวช พอบวชออกจากโบสถ์แล้วได้วันหนึ่ง รุ่ง
ขึ้นอีกวันหนึ่งก็เรียนทีเดียว เรียนสมถะทีเดียว
ไม่ได้หยุดเลย จนกระทั่งถึงบัดนี้ บัดนี้ทั้งเรียน
ด้วย ทั้งสอนด้วย ในฝ่ายสมถวิปัสสนาทั้ง ๒
อยู่ใน ๕๔
kalyanamitra.org