ลักษณะของกายมหาบุรุษ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2547 ฉบับที่ 18 เดือนเมษายน หน้า 27
หน้าที่ 27 / 80

สรุปเนื้อหา

กายมหาบุรุษเป็นกายที่สําคัญมาก คือ นอกเหนือจากความงดงามกว่ากายใดๆ ในภพ ๓ แล้ว กายนี้แหละที่จะตรัสรู้โดยชอบได้โดย พระองค์เอง ไม่ต้องมีครู เป็นสยมภู พระ ผู้ตรัสรู้เอง และเป็นกายที่เหมือนๆ กันกับกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ พระองค์ที่มีผ่านมาในอดีต และเหมือนกับ กายของพระพุทธเจ้าที่จะมีต่อไปในอนาคต เพราะเป็นกายเดียวที่จะไปค้นตรงนั้นได้ เป็น กายของผู้ที่จะไปทําหน้าที่ค้นคว้าศึกษาว่า ท่า อย่างไรจึงจะดับทุกข์ได้ ทําอย่างไรจึงจะตอบ คำถามได้ทุกๆ คำถาม ที่เป็นข้อสงสัยของ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งในโลกนี้ โลกอื่น รวม ไปถึงทั้งจักรวาลต่างๆ ต้องเป็นกายนี้เท่านั้น จึงจะเป็นกายบุกเบิกไปเอาความรู้ต่างๆ ที่ พญามารปกป้อง ปกปิดนักหนาไม่ให้ไปรู้ไปเห็น แต่จะกันกายมหาบุรุษนี้ไม่ได้เพราะบารมีท่าน เต็มเปี่

หัวข้อประเด็น

- ลักษณะของกายมหาบุรุษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กายมหาบุรุษเป็นกายที่สําคัญมาก คือ นอกเหนือจากความงดงามกว่ากายใดๆ ในภพ ๓ แล้ว กายนี้แหละที่จะตรัสรู้โดยชอบได้โดย พระองค์เอง ไม่ต้องมีครู เป็นสยมภู พระ ผู้ตรัสรู้เอง และเป็นกายที่เหมือนๆ กันกับกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ พระองค์ที่มีผ่านมาในอดีต และเหมือนกับ กายของพระพุทธเจ้าที่จะมีต่อไปในอนาคต เพราะเป็นกายเดียวที่จะไปค้นตรงนั้นได้ เป็น กายของผู้ที่จะไปทําหน้าที่ค้นคว้าศึกษาว่า ท่า อย่างไรจึงจะดับทุกข์ได้ ทําอย่างไรจึงจะตอบ คำถามได้ทุกๆ คำถาม ที่เป็นข้อสงสัยของ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งในโลกนี้ โลกอื่น รวม ไปถึงทั้งจักรวาลต่างๆ ต้องเป็นกายนี้เท่านั้น จึงจะเป็นกายบุกเบิกไปเอาความรู้ต่างๆ ที่ พญามารปกป้อง ปกปิดนักหนาไม่ให้ไปรู้ไปเห็น แต่จะกันกายมหาบุรุษนี้ไม่ได้เพราะบารมีท่าน เต็มเปี่ยมแล้ว กายมหาบุรุษนี้มีลักษณะเหมือน พระธรรมกาย ต่างแต่ไม่มีเกตุดอกบัวตูม เป็นกายที่ สง่างามมาก มีฤทธิ์ มีเดช และ มีอานุภาพมาก คือเมื่อบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว พระองค์ก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายพระ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งกายโตใหญ่ไป ตามกำลังบารมีของพระองค์ กายพระอรหันต์ หน้าตัก ๒๐ วา สูง ๒๐ วา แต่กายของพระ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าโตใหญ่ไปกว่านั้น ไปตามกำลังบารมี เช่นถ้าพระพุทธเจ้าที่ บำเพ็ญบารมีมา ๒๐ อสงไขยแสนมหากัปก ระดับหนึ่ง ถ้า ๔๐ อสงไขยแสนมหากัปก็โต ใหญ่ขึ้นไปอีก ถ้า ๘๐ อสงไขยแสนมหากัป ยิ่งโตใหญ่ขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นกายนี้จึงเป็น กายที่มีพลานุภาพมากเมื่อมาซ้อนเป็นอันหนึ่ง อยู่ใน 9) อันเดียวกับพระธรรมกายภายใน จะสวมกัน สนิทไม่มีช่องว่างเลยทั้งกายหยาบและกาย ละเอียด ส่วนกายมนุษย์ทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ลักษณะ มหาบุรุษ ตั้งแต่พระปัจเจกพุทธเจ้าลงมา เป็นกายที่มีลักษณะมหาบุรุษไม่ครบ เปรียบ เหมือนตัวถังรถกับเครื่องยนต์ถ้าตัวถังบุบ เวลาสวมกันมันจะหลวมๆ เพราะฉะนั้นจะให้ เร็วแรงตัวถังต้องดี ฮาร์ดแวร์กับซอฟแวร์ มันต้องพอดีกันเป็นอันเดียวกัน ถ้าได้กาย มหาบุรุษพญามารก็จะกันไม่อยู่ สัพพัญ ยุตญาณจึงเกิดขึ้น กายนี้แหละเป็นกายเดียว ที่อยู่ได้ถึง ๑ กัป ถ้าปรารถนา เพราะว่าไป สวมกันได้สนิทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลย กับพระธรรมกายภายในที่ละเอียดลึกซึ้งกัน ไปเรื่อยๆ และกายๆ นี้ ใครจะปรารถนาก็ได้ ใน สมัยที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์ที่ เมืองสังกัสสนคร ใครๆ ที่ได้เห็นพุทธานุภาพ เห็นพระวรกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่าง ก็ปรารถนาจะเป็นอย่างพระพุทธองค์ ต่าง ปรารถนาจะได้กายนี้ แม้ในตำรับตำราก็กล่าว ไว้ว่าแม้แต่มด ซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ยัง ปรารถนา เพราะฉะนั้นกายนี้ไม่ได้ผูกขาด ใครจะปรารถนาก็ได้ แต่ก็มีกฎเกณฑ์ ถ้าหากว่า บารมีเต็มเปี่ยมระดับนี้จึงได้ ถ้าไม่ได้ระดับนี้ก็ ไม่ได้หรือได้บางส่วน ดังนั้นการที่เราตั้งความ ปรารถนาอยากจะได้กายนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเป็นเรื่องที่อาจเอื้อมจนเกินไปก็ไม่ใช่ พระองค์ก็ตั้งความปรารถนาและได้เคยเห็น ก่อนที่พระพุทธองค์จะได้กายมหาบุรุษนี้ กายมหาบุรุษนี้มาก่อนจากพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าพระองค์ก่อนๆ โน้น เมื่อเห็นแล้วก็เกิด kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More