วันมาฆบูชามหาสมาคม วารสารอยู่ในบุญ ปี 2547 ฉบับที่ 18 เดือนเมษายน หน้า 48
หน้าที่ 48 / 80

สรุปเนื้อหา

วันมาฆบูชามหาสมาคม เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันศุกร์ที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ วันนี้เป็นวันมาฆบูชามหาสมาคม ซึ่งถือ พระธรรม และพระสงฆ์ ไม่มีประมาณ ว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลก ของพระพุทธ ศาสนาและมีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตอัน สว่างไสวของพวกเราทุกๆ คน เราได้มาประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อระลึกนึกถึงพระสัมมา สัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อย้อนประวัติศาสตร์ไป ๒,๕๐๐ กว่าปี ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ ชีพอยู่ พระองค์ได้ทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ให้แก่พระอรหันตขีณาสพ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย และแต่ละรูปล้วนเป็นผู้ที่พระพุทธองค์ได้ ประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้งสิ้น การประชุมในครั้งนั้นเรียกว่า จาตุรงค สัน

หัวข้อประเด็น

- วันมาฆบูชามหาสมาคม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วันมาฆบูชามหาสมาคม เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันศุกร์ที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ วันนี้เป็นวันมาฆบูชามหาสมาคม ซึ่งถือ พระธรรม และพระสงฆ์ ไม่มีประมาณ ว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลก ของพระพุทธ ศาสนาและมีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตอัน สว่างไสวของพวกเราทุกๆ คน เราได้มาประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อระลึกนึกถึงพระสัมมา สัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อย้อนประวัติศาสตร์ไป ๒,๕๐๐ กว่าปี ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ ชีพอยู่ พระองค์ได้ทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ให้แก่พระอรหันตขีณาสพ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย และแต่ละรูปล้วนเป็นผู้ที่พระพุทธองค์ได้ ประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้งสิ้น การประชุมในครั้งนั้นเรียกว่า จาตุรงค สันนิบาต เป็นวาระการประชุมที่พระสัมมา- สัมพุทธเจ้าได้ทรงให้อุดมการณ์ หลักการ และ วิธีการในการปฏิบัติ เพื่อให้พุทธบุตรได้ทําหน้าที่ ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรแก่ชาวโลก โดยกระจาย แยกย้ายกันไปทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา หมุนธรรมจักรให้ไปทั่วโลก ให้ชาวโลกได้รู้จัก ได้ ซาบซึ้ง และได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เพื่อยังสันติสุข อันไพบูลย์ให้บังเกิดขึ้นแก่โลก ในวันนี้ เราจะต้องทำจิตให้เลื่อมใสใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มี พระคุณอย่างไม่มีประมาณ ดังพระบาลีที่ว่า อปฺปมาโณ พุทฺโธ อปฺปมาโณ ธมฺโม อปฺปมาโณ สงฺโฆ แปลว่า พระคุณของพระพุทธเจ้า อยู่ใน แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระ สัพพัญญู ก็ยังไม่อาจพรรณนาพระคุณของ พระพุทธเจ้าด้วยกันได้หมดสิ้น ดังนั้นการที่เรา มาตามระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะทรงมี พระชนม์ชีพอยู่ หรือว่าดับขันธปรินิพพานนาน มาแล้วก็ตาม บุญกุศลอันไม่มีประมาณก็จะ บังเกิดขึ้นกับเรา ในวาระนี้ พระองค์ได้ดับขันธ ปรินิพพานได้ ๒,๕๔๗ ปีแล้ว แต่เรายังมีความ เคารพเลื่อมใสได้สอดส่องใจไปยังพระองค์ แล้ว ก็จะได้พร้อมใจกันจุดมาฆประทีปถวายเป็นพุทธ บูชา เราก็จะได้มหากุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เรามาทบทวนถึงหลักคำสอนของพระองค์ ในวันเพ็ญพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ที่ทรงแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญในการ ปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัว กระทั่งทําให้สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ แล้วก็จะได้นําหลักธรรมนี้ไปถ่ายทอดให้กับผู้มีบุญ ผู้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม ให้ได้เข้าถึง พระรัตนตรัยภายใน และมีเป้าหมายชีวิตมุ่งตรง ต่อหนทางพระนิพพาน พระพุทธองค์ได้ให้อุดมการณ์ของ พระพุทธศาสนาไว้ว่า ขนฺตี ปรม ตโป ตีติกขา ความอดทน เป็นตบะธรรมอย่างยิ่ง นิพพานํ ปรม์ วทนฺติ พุทฺธา พระพุทธเจ้า ทั้งหลายกล่าวว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ อยู่โซป ๔๖ kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More