ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่กล่าวถึงพระโพธิสัตว์จะมีคำว่า "ธรรมกาย" กำกับไว้เสมอ ซึ่งผู้ตรวจชำระจะแปลควบคู่กัน
เสมอว่า "พระโพธิสัตว์ผู้มีธรรมเป็นกาย” ดังเช่น ข้อความจากชิ้นส่วนภาษาสันสกฤตข้างบนนี้
หากเติมเนื้อความที่แหว่งหายไปเพิ่มเข้ามาจากฉบับภาษาจีนและทิเบตแล้วจะได้ข้อความ
ทั้งหมดว่า
“สารีบุตร กายของพระโพธิสัตว์ผู้มีธรรมเป็นกาย ไม่จำต้องได้รับการหล่อเลี้ยงจากข้าว
และน้ำ เขาไม่ได้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยการบริโภคอาหาร แต่เขาปรับตัวกับเครื่องหล่อเลี้ยง
และรับประทานอาหารด้วยมหากรุณาต่อสรรพสัตว์ อนึ่ง แม้เขาจะบริโภคอาหาร
เขาก็ไม่ได้น่าออกหรือนำเข้าในร่างกาย แต่กระนั้น กำลังของธรรมกาย
ก็มิได้ลดทอนหรือสูญเสีย ไปแต่อย่างใด
โดยผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า "ในข้อความข้างบนนี้ ประเด็นที่ว่า กายของ
พระโพธิสัตว์ไม่ต้องการอาหารหล่อเลี้ยงนั้นอาจตีความได้ ๒ นัย คือ อาจหมายถึงกายเนื้อ
ไม่ต้องการอาหาร หรืออาจหมายถึงกายธรรมไม่ต้องการอาหารหยาบหล่อเลี้ยง แต่โดยตรรกะ
ของการให้เหตุผลมาตามลำดับว่า พระโพธิสัตว์มิได้นำธาตุอาหารออกหรือเข้าสู่ร่างกาย แต่
กระนั้นกำลังของธรรมกายก็มิได้ลดทอนหรือสูญเสียไป ทำให้เข้าใจได้ว่า ข้อความนี้หมายถึง
ธรรมกายไม่ต้องการการหล่อเลี้ยงด้วยอาหารหยาบ ซึ่งเมื่อศึกษาจากฉบับแปลภาษาทิเบต
และภาษาจีนเพิ่มขึ้น ก็ยังพบข้อความอื่น ๆ ในบทเดียวกันที่บ่งบอกว่า โดยนัยของพระสูตรนี้
ต้องการอธิบายว่า กายเนื้อของพระโพธิสัตว์เป็นสิ่งที่เสกสรรปั้นแต่งได้ดังใจ (มีไว้) เพื่อช่วยเหลือ
สรรพสัตว์ ดังนั้นแม้กายเนื้อเองก็ไม่ต้องการอาหารหยาบหล่อเลี้ยงเพราะเป็นเพียงสิ่งที่เนรมิต
ขึ้นมา เป็นลักษณะเฉพาะของแนวคิดมหายานที่เริ่มต้นจากมหาสางมิกะโลโกตตรวาท
บ
ประเด็นที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง ที่เราอาจเห็นได้จากข้อความที่ยกมานี้ก็คือ หลักฐานใน
คัมภีร์พุทธโบราณชิ้นนี้ ได้เข้ามาช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของ “กายธรรม” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กล่าว
คือในหลักการของวิชชาธรรมกายนั้น ธรรมกายหรือกายธรรมเป็นกายที่ประกอบด้วยธรรม
และพระพุทธองค์มีธรรมเป็นกาย (ในกรณีนี้ “พระโพธิสัตว์" ที่กล่าวถึงในคัมภีร์หมายถึงผู้ที่
เข้าถึงและเป็นธรรมกายแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้า) ซึ่งในที่นี้
ประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษและปาฏิหาริย์ต่าง ๆ ของพระโพธิสัตว์ที่กล่าวไว้ในฉบับแปล
ภาษาทิเบตและจีนนั้น ดูคล้ายกับจะช่วยรับรองอยู่กลาย ๆ ว่า "พระโพธิสัตว์" ที่กล่าวถึง
ในที่นี้ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ หากเป็นผู้ที่ได้ผ่านการบำเพ็ญบารมีมาแล้วอย่างยิ่งยวดและ
ต้องอยู่ในฌานเป็นปกติ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็นับได้ว่า การที่ “พระโพธิสัตว์มีธรรมเป็นกาย
3
สอดคล้องกันกับหลักการของวิชชาธรรมกายด้วยโดยปริยาย
* ดูใน : ชนิดา จันทราศรีไศล ร่องรอยวิชชาธรรมกายในคานธาระและเอเชียกลาง, ๒๕๕๗, หน้า ๑๐๘.
4
4 เรื่องเดียวกัน, หน้า ๑๐๙
มิถุนายน ๒๕๖๒ อยู่ในบุญ ๔๕