การประพฤติปฏิบัติของชาวพุทธ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2562 ฉบับที่ 198 เดือนมิถุนายน หน้า 56
หน้าที่ 56 / 68

สรุปเนื้อหา

คำสอนในส่วนนั้น ก็นั่งสมาธิทำใจให้ใส ๆ แล้วก็จะเห็นตรงกันเองโดยอัตโนมัติว่าควรทำ อย่างไร แต่ละคนก็จะไม่มีอะไรมาขัดแย้งกัน แม้เรายังนั่งให้ใจใสเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ แต่ชาวพุทธก็มีหลักในการตัดสิน ที่จะประพฤติปฏิบัติตัวของเรากับเพื่อนร่วมโลก หลักนั้นคือ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วก็ เอาใจเราไปใส่ใจเขา” หรือรู้จักเห็นใจกัน ถ้าทำอย่างนี้ทุกคนก็จะมีความเห็นตรงกันเอง แล้ว จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ก็มีคำถามว่า เมื่อยังมองไม่เห็นใจกันแล้ว จะเอาไปใส่กันได้อย่างไร แม้ไม่เห็นว่าใจ มีลักษณะเป็นอย่างไร แต่เราก็พอจะรู้ว่าความต้องการของใจเป็นอย่างไร ใจทุกคนเหมือนกัน คือ รักสุขเกลียดทุกข์ แม้แต่สัตว์ทั้งหลายเราก็รู้ว่ามันก็รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน ถามว่า เราเห็นใจสัตว์แล้วหรือ ตอบว่าไม่ แต่พอเข้าใจลักษ

หัวข้อประเด็น

- การประพฤติปฏิบัติของชาวพุทธ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำสอนในส่วนนั้น ก็นั่งสมาธิทำใจให้ใส ๆ แล้วก็จะเห็นตรงกันเองโดยอัตโนมัติว่าควรทำ อย่างไร แต่ละคนก็จะไม่มีอะไรมาขัดแย้งกัน แม้เรายังนั่งให้ใจใสเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ แต่ชาวพุทธก็มีหลักในการตัดสิน ที่จะประพฤติปฏิบัติตัวของเรากับเพื่อนร่วมโลก หลักนั้นคือ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วก็ เอาใจเราไปใส่ใจเขา” หรือรู้จักเห็นใจกัน ถ้าทำอย่างนี้ทุกคนก็จะมีความเห็นตรงกันเอง แล้ว จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ก็มีคำถามว่า เมื่อยังมองไม่เห็นใจกันแล้ว จะเอาไปใส่กันได้อย่างไร แม้ไม่เห็นว่าใจ มีลักษณะเป็นอย่างไร แต่เราก็พอจะรู้ว่าความต้องการของใจเป็นอย่างไร ใจทุกคนเหมือนกัน คือ รักสุขเกลียดทุกข์ แม้แต่สัตว์ทั้งหลายเราก็รู้ว่ามันก็รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน ถามว่า เราเห็นใจสัตว์แล้วหรือ ตอบว่าไม่ แต่พอเข้าใจลักษณะอาการที่มันแสดงออกได้ คําว่าเห็นใจกัน ในที่นี้ก็คือ เห็นความปรารถนาของใจกันบ้าง ชาวพุทธใช้หลักนี้คือหลักเห็นใจกันบ้าง หรือหลัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา เอาใจเราไปใส่ ใจเขา หรือจะเรียกว่าหลัก ต่างรักสุข เกลียดทุกข์ เป็นแม่บทในการที่จะหันหน้าเข้าหากัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงฝึกให้เราหมั่นถามใจตัวเองกันเป็นประจํา เมื่อท่าเช่นนี้แล้ว ความเมตตา ปรารถนาที่จะเกิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ยิ่งกว่านี้ชาวพุทธยังมีวิธีแผ่ความปรารถนาดีออกไปยัง บ สรรพสัตว์ทั้งหลาย เรียกว่า “แผ่เมตตา” อีกด้วย เมื่อได้หลักคิดแล้ว ก็หมั่นถามใจตัวเองกันเพื่อหาวิธีปฏิบัติตามหลักนั้นว่าเราควรปฏิบัติ อย่างไรบ้าง ประการแรก ทุกชีวิตรักสุข เกลียดทุกข์ แล้วรักที่สุดในชีวิตคืออะไร ต่างก็ตอบ ว่ารักชีวิตของตัว ใคร ๆ ก็รักชีวิตตัวเอง สรุปว่า ใครก็ไม่ควรฆ่าใคร เพราะต่างคนต่างก็รัก ชีวิตของตน เป็นมาตรฐานเดียวกันของทุกชีวิตในโลก นี้คือข้อที่ ๑ ที่ถือเป็นวินัยของมนุษย์ และเป็นศีลข้อที่ ๑ ของชาวพุทธ ประการต่อไป ชีวิตที่เรารักนั้นอยู่ได้ด้วยอะไร ชีวิตเป็นอยู่ได้อย่างน้อยต้องมีอาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ซึ่งจะได้มาต้องมีทรัพย์สมบัติไปแลกเปลี่ยน ทุกคน จําเป็นต้องมีทรัพย์ กว่าจะได้ทรัพย์มาต้องเหน็ดเหนื่อยใช้ทั้งเรี่ยวแรง ทั้งเวลา ในการหาทรัพย์ และเนื่องจากทรัพย์ได้มาโดยยาก ทรัพย์สมบัติของใครใครก็หวง ดังนั้นใครก็ไม่สมควรจะลัก โกง แย่งชิง ทรัพย์ของใครอื่นมาเป็นของตน นี้คือข้อที่ ๒ ที่เป็นวินัยของมนุษย์ หรือศีลข้อ ๒ ของชาวพุทธ ประการที่ ๓ ถามชาวโลกทั่วไปนอกจากชีวิตของตัวเองแล้วสุดที่รักในชีวิตของคุณคือใคร เขาย่อมตอบว่าภรรยาหรือสามีคู่ครองของตน เพราะฉะนั้น ใคร ๆ ก็ไม่ควรแย่งคู่ครองของ ใครมาครอบครอง นี้ก็เป็นความจริงข้อที่ ๓ หรือศีลข้อที่ ๓ ของชาวพุทธ ๓ ๆ ประการที่ ๔ คนในโลกนี้ไม่เฉพาะแต่สามีภรรยากันเท่านั้น ใครก็ตามในโลกนี้ยังรักกัน ได้ตราบที่ยังจริงใจต่อกัน ถ้าขาดความจริงใจกันแล้วก็รักกันไม่ได้ แม้พี่น้องคลานตามกันมา ๕๔ อยู่ในบุญ มิถุนายน ๒๕๖๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More