ข้อความต้นฉบับในหน้า
PARSITE
อยู่ใหญ่
กุศลกรรมบถ ๑๐
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ.๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ.๙
ภาพประกอบ : กองพุทธศิลป์
กลิ่นศีล กลิ่นธรร
“ดูก่อนจุนทะ ความสะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง คือ บุคคลบางคนในโลกนี้
ละการพูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด เว้นขาดจากค่าหยาบ ละคำเพ้อเจ้อ
ดูก่อนจุนทะ ความสะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง นี้แล
การรู้จักอาบนํ้าชาระล้างร่างกาย
จากความจริง ๔. คนฟังเข้าใจความหมายตาม
ให้สะอาด ปราศจากกลิ่นตัวรบกวนผู้อื่น ที่พูดนั้น
เป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง เป็นความสะอาด
ที่มนุษย์ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์สังคมจึงตระหนัก
ส่วนความสะอาดกายตามหลักอริยวินัยนั้น
ท่านหมายถึงการไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่
ประพฤติผิดในกาม แม้ร่างกายจะเปรอะเปื้อน
ไปด้วยฝุ่นหรือของไม่สะอาด เสื้อผ้าจะสกปรก
หรือผมเผ้ายาวรุงรังเหมือนฤๅษีนักพรต แต่ก็
ถือว่าเป็นผู้มีความสะอาดทางกาย เพราะไม่ได้
ทำบาปด้วยกาย ส่วนความสะอาดทางวาจา
หมายถึง การไม่พูดเท็จ ส่อเสียด คำหยาบ
เพ้อเจ้อ
ถ้าอยากรู้ว่าเรามีความสะอาดในการ
กล่าววาจามากน้อยแค่ไหน พระอรรถกถาจารย์
ได้วินิจฉัยไว้ ดังนี้
องค์ประกอบของการพูดเท็จมี
ประการ คือ ๑. พูดเรื่องไม่จริง ๒. มีจิตคิดจะพูด
ให้ผิดไปจากความจริง ๓. พยายามพูดให้ผิด
นอกจากนี้ ยังมีคำพูดส่อเสียด คือ
บ
การนำความข้างนี้ไปบอกข้างโน้น หรือนำความ
ข้างโน้นมาบอกข้างนี้ ด้วยวัตถุประสงค์จะให้
แตกแยกกัน เช่น ยุยงกลุ่มคนที่รักใคร่ปรองดอง
สมัครสมานสามัคคีให้แตกแยก หรือส่งเสริม
ผู้แตกแยกกันอยู่แล้วให้แตกแยกขึ้นไปอีก ชนิด
สมานกันไม่ติดอีกต่อไป คำพูดประเภทนี้ ภาษา
พระเรียกว่า ปิสุณวาจา
องค์ประกอบของการพูดส่อเสียด มี ๔
ประการ คือ ๑. มีคนอื่นที่ตนจึงทำให้แตกกัน
๒. มีเจตนากล่าวให้คนอื่นแตกกัน ๓. มีความ
พยายามที่จะพูดให้เขาแตกกัน ๔. บุคคลนั้น
รู้ความหมายนั้น และเกิดการแตกกัน หากเขา
ยังไม่แตกแยก กรรมบถก็ยังไม่ขาด แต่ถ้า
แตกกันเมื่อไร จึงจัดว่าเป็นผู้ประพฤติผิดหลัก
กุศลกรรมบถ
พูดคำหยาบหรือผรุสวาจา คือ คำพูด
๐๒ อยู่ในบุญ ตุลาคม ๒๕๕๗