พระอัจฉริยภาพแห่งกษัตริย์ไทย พระอัจฉริยภาพแห่งกษัตริย์ไทย หน้า 33
หน้าที่ 33 / 39

สรุปเนื้อหา

พระอัจฉริยภาพแห่งกษัตริย์ไทย ก็ต้องบอกว่า “ใครน่ะ มาว่ายน้ำอยู่ในทะเลนี่ ทั้งๆ ที่ยัง มองไม่เห็นฝั่งเลย มันมีแต่ตายกับตายอย่างเดียวเท่านั้น จะฝืนว่ายไปทำไม เพราะยังไงก็ตายแน่ๆ” พระมหาชนกได้ยินอย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า ตัวเอง ว่ายน้ำมา ๗ วันแล้ว นอกจากเสียงน้ำ เสียงลมในทะเล แล้ว ก็ไม่เคยได้ยินเสียงใครที่ไหน หรือว่าว่ายน้ำจนหูแว่ว ไป แต่พอมองไปบนท้องฟ้าเห็นเป็นเทพธิดาเหาะอยู่ พอรู้ ถึงต้นเสียงที่มาเท่านั้น พระมหาชนกตอบนางเมขลาเลยว่า อานิสงส์แห่งความเพียร “ดูก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และ เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่เห็นฝั่ง เราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ฯ ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า “เทวดา ข้าตรอง ดูแล้วนะ ในโลกนี้ ถ้าตราบใดคนเรายังมีความเพียร รักษาความเพียรเอาไว้ ไม่เสียหาย

หัวข้อประเด็น

- พระอัจฉริยภาพแห่งกษัตริย์ไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระอัจฉริยภาพแห่งกษัตริย์ไทย ๓๓ ก็ต้องบอกว่า “ใครน่ะ มาว่ายน้ำอยู่ในทะเลนี่ ทั้งๆ ที่ยัง มองไม่เห็นฝั่งเลย มันมีแต่ตายกับตายอย่างเดียวเท่านั้น จะฝืนว่ายไปทำไม เพราะยังไงก็ตายแน่ๆ” พระมหาชนกได้ยินอย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า ตัวเอง ว่ายน้ำมา ๗ วันแล้ว นอกจากเสียงน้ำ เสียงลมในทะเล แล้ว ก็ไม่เคยได้ยินเสียงใครที่ไหน หรือว่าว่ายน้ำจนหูแว่ว ไป แต่พอมองไปบนท้องฟ้าเห็นเป็นเทพธิดาเหาะอยู่ พอรู้ ถึงต้นเสียงที่มาเท่านั้น พระมหาชนกตอบนางเมขลาเลยว่า อานิสงส์แห่งความเพียร “ดูก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และ เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่เห็นฝั่ง เราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ฯ ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า “เทวดา ข้าตรอง ดูแล้วนะ ในโลกนี้ ถ้าตราบใดคนเรายังมีความเพียร รักษาความเพียรเอาไว้ ไม่เสียหาย เพราะว่าความเพียรคือ ความหวัง แล้วความหวังคือกำลังใจ เพราะฉะนั้นคนเรา เมื่อมีความหวัง มีกำลังใจนั้น มันไม่เสียหายนะเทวดา แล้วโอกาสที่จะมีความสำเร็จก็เป็นไปได้” ถ้าพูดแบบนี้ ก็ต้องยกตัวอย่างมาเทียบจึงจะเห็นภาพ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More