ข้อความต้นฉบับในหน้า
นับแต่ราชธานีสุโขทัยผ่านสมัยอยุธยามาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คัมภีร์ใบลาน
มีความสําคัญมากในการศึกษาพระธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณร วัดเป็นศูนย์กลาง
การศึกษา เป็นสํานักเรียนของกุลบุตร โดยมีพระภิกษุผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลีเป็นครูผู้สอน
ดังที่เมอร์ซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ราชทูตคนหนึ่งในคณะทูตฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
และท่านอธิบายคําสั่งสอน
ซึ่งเข้ามาเจริญพระราชไมตรีในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้กล่าวไว้ว่า
“พระสอนหนังสือให้แก่เยาวชน ดังที่ข้าพเจ้าได้เล่าแล้ว
แก่ราษฎรตามที่เขียนไว้ในหนังสือบาลี”
กาลเวลาล่วงไป... ระบบการศึกษาที่พัฒนาไปได้
เปลี่ยนศูนย์กลางการศึกษาจากวัดมาเป็นโรงเรียน หอไตร
ที่แต่เดิมเคยเป็นห้องสมุดของอารามกลายสภาพเป็น
พิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา ประกอบกับการเล่าเรียน
เขียนอ่านหนังสือเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษรไทยแทนอักษรขอม
และอักษรธรรมที่เคยใช้จารบนแผ่นลานในอดีต ส่งผลให้
คัมภีร์ใบลานที่เคยเป็นแหล่งความรู้ทางสรรพศาสตร์
ของพระภิกษุสงฆ์ถูกลดบทบาทไปโดยปริยาย คัมภีร์
ใบลานหลายฉบับจึงถูกทอดทิ้ง เสื่อมสลาย และสูญหายไป
แม้วัดหลายแห่งจะตระหนักถึงคุณค่าและเก็บคัมภีร์
ใบลานไว้อย่างดี แต่การดูแลที่ไม่ถูกวิธีก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
ที่ทําให้คัมภีร์ใบลานเสื่อมสลายได้เช่นกัน เพราะใบลาน
เป็นอินทรียวัตถุจากพืช ประกอบด้วยส่วนผิวนอกที่เป็น
เสมือน “หนังกำพร้า” มีลักษณะเรียบ มัน ไม่ซับน้ำ และ
ส่วนเนื้อในมีน้ำหล่อเลี้ยงซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำมัน
ธรรมชาติ ทำให้เนื้อเยื่อของใบลานมีคุณสมบัติเหนียว
และยืดหยุ่น แต่เมื่อใบลานเก่าหรือมีอายุมากขึ้น น้ำมัน
ตามธรรมชาติที่เคยมีอยู่ในเนื้อลานจะระเหยไป ทำให้
ใบลานกรอบ แตกหักง่าย ดังนั้นยิ่งเก็บคัมภีร์ใบลานไว้ใน
หีบธรรมหรือกล่องใบลานนานนับปี โดยไม่เปิดออก
ให้อากาศถ่ายเท เนื้อลานจะถูกอบและสูญเสียน้ำมันในตัว
เร็วขึ้น สุดท้ายแผ่นลานจะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งเหมือน
ถูกไฟไหม้
ธันวาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๕๓
www.kalyanamitra.org