การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารอยู่ในบุญ ปี 2557 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม หน้า 91
หน้าที่ 91 / 125

สรุปเนื้อหา

เมื่อพระองค์ทรงมีความมั่นพระทัยอย่างนั้นแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า แม้เลือดเนื้อจะ แห้งเหือดหายไป เหลือแต่เอ็นและหนังหุ้มกระดูกก็ตามที ตราบใดที่ยังไม่ทรงบรรลุพระสัมมา สัมโพธิญาณ ก็จะไม่ทรงลุกขึ้นจากที่ประทับคือโพธิบัลลังก์แห่งนี้ จากนั้นพระองค์ก็ทรงนั่งทำสมาธิ อย่างแน่วแน่ ทรงมองเข้าไปในกายที่ยาววา หนาคืบ กว้างศอก เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ ปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม ตลอดคืนยันรุ่ง ๆ ในที่สุดพระองค์ก็ทรงรู้จักตัวเองชัดเจนขึ้นตามลำดับ ๆ จนกระทั่งทรงมองเห็นใจของ พระองค์เอง มองเห็นกิเลสที่เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ที่คอยบีบคั้นบงการใจ มองเห็นธรรมะที่ใช้ ดับกิเลสดับทุกข์ได้คือนิพพาน และมองเห็นกระบวนการที่ธรรมะคือนิพพานนั้นก่าจัดกิเลส ออกจากใจรอบแล้วรอบเล่า จนกระทั่งกิเลสสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ เป็นสมุจเฉท

หัวข้อประเด็น

- การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อพระองค์ทรงมีความมั่นพระทัยอย่างนั้นแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า แม้เลือดเนื้อจะ แห้งเหือดหายไป เหลือแต่เอ็นและหนังหุ้มกระดูกก็ตามที ตราบใดที่ยังไม่ทรงบรรลุพระสัมมา สัมโพธิญาณ ก็จะไม่ทรงลุกขึ้นจากที่ประทับคือโพธิบัลลังก์แห่งนี้ จากนั้นพระองค์ก็ทรงนั่งทำสมาธิ อย่างแน่วแน่ ทรงมองเข้าไปในกายที่ยาววา หนาคืบ กว้างศอก เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ ปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม ตลอดคืนยันรุ่ง ๆ ในที่สุดพระองค์ก็ทรงรู้จักตัวเองชัดเจนขึ้นตามลำดับ ๆ จนกระทั่งทรงมองเห็นใจของ พระองค์เอง มองเห็นกิเลสที่เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ที่คอยบีบคั้นบงการใจ มองเห็นธรรมะที่ใช้ ดับกิเลสดับทุกข์ได้คือนิพพาน และมองเห็นกระบวนการที่ธรรมะคือนิพพานนั้นก่าจัดกิเลส ออกจากใจรอบแล้วรอบเล่า จนกระทั่งกิเลสสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ เป็นสมุจเฉทปทาน ทรงตรัสรู้ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นของวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 หรือวันวิสาขบูชา นนเอง คนทั้งโลกไม่มีใครเห็นใจตัวเอง แต่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชไม่นานก็ทรงเห็นใจของ พระองค์เองได้ แล้วทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนพุทธบริษัททั้ง ๔ ให้พิจารณาเข้าไปข้างในเนือง ๆ เพื่อรู้จัก ตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องไปห่วงเรื่องรู้จักคนอื่น เพราะเมื่อรู้จักตัวเองแล้วก็จะรู้จักคนทั้งโลกเอง การที่หลวงพ่อยกพุทธประวัติขึ้นมาเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก ก็เพราะว่าก่อนที่จะตอบคำถามนี้ เรามีเรื่องพื้นฐานที่จะต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน นั่นคือ คนที่ยังไม่เคยฝึกสมาธิหรือเพิ่งเริ่ม ฝึกสมาธิใหม่ ๆ จะพบปัญหาว่าเขาไม่คุ้นกับการประคองใจให้มองกลับเข้ามาในตัวเอง เพราะเขา ชอบมองออกไปนอกตัวเป็นปกตินิสัย ใจของเขาจึงไปติดอยู่กับเรื่องนอกตัวอยู่ตลอดเวลา นาน ๆ จะดึงใจกลับเข้ามาในตัวได้สักที ทำให้เขามีสมาธิกระท่อนกระแท่น และทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อว่า การฝึกสมาธิเป็นเรื่องที่ดี ๆ ตรงนี้คือความแตกต่างกับคนที่ฝึกสมาธิอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ฝึกสมาธิหยุดใจนิ่ง จนกระทั่งเห็นดวงปฐมมรรคในกลางกายอย่างชัดเจนแล้ว เขาจะมีความสามารถพิเศษประจําตัว เกิดขึ้นมาเป็นปกติวิสัย นั่นคือการมองเข้าไปในตัวเองเป็นปกติ ใจของเขาจึงไม่ไปยึดมั่นถือมั่นอยู่กับ เรื่องนอกตัว คนที่มีปกติมองเข้าไปในตัวหรือหมั่นตรึกดวงธรรมในกลางกาย จะมีนิสัยว่าเวลามองอะไร ก็ตามจะมองจากข้างในเป็นหลัก หรือหากมีเรื่องต้องครุ่นคิดตัดสินใจก็จะไม่ปล่อยใจไปข้างนอก แต่จะทำใจนิ่ง ๆ แล้วพิจารณาจากข้างใน เพราะเมื่อใจบริสุทธิ์ แหล่งความคิดก็บริสุทธิ์ ความคิด ก็จะถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ซึ่งเท่ากับทำให้ค่าพูด การกระทำ การประกอบอาชีพการงาน ถูกต้องตรงตามหนทางแห่งความสาเร็จไปโดยปริยาย เมื่อสมัยที่คุณยายอาจารย์ฯ ยังมีชีวิตอยู่ หลวงพ่อเคยมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่าน คุณยาย ท่านถามให้ได้คิดว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมได้ด้วยการเดินทางตระเวนไปรอบโลก หรือว่าทรงตรัสรู้ธรรมได้ด้วยการมองเข้าไปในตัวของพระองค์เอง? www.kalyanamitra.org ธันวาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๘๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More