ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓.
๔.
คนที่ทำความดีไว้มากพอ มั่นใจว่าตายแล้วไปดีแน่นอน อย่างนี้ไม่กลัวตาย
คนที่มีความเชื่อมั่นในพระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม
เรื่องบุญและบาป โลกนี้โลกหน้ามีจริง พอมั่นใจอย่างนี้แล้ว รู้เลยว่าชีวิตหลังความตายตนเอง
จะไปสู่ที่ที่ดีกว่าแน่ จะไปกลัวทำไม ก็เลยไม่กลัว
พอรู้หลักอย่างนี้แล้ว ก็นำหลักนี้มาประยุกต์ใช้เวลาไปเยี่ยมไข้ ถ้าเป็นญาติของเราก็ต้อง
พยายามทำให้เขาคลายความยึดมั่นผูกพัน ให้เขาสร้างบุญอยู่เรื่อย ๆ ถ้าเขาไม่สะดวก เราก็ไป
ทำให้ แล้วเอาภาพมาให้ดู ให้เขาระลึกนึกถึงบุญบ่อย ๆ ยิ่งทบทวนบุญก็ยิ่งเพิ่มพูน และให้เขาทำ
สมาธิ สวดมนต์ ให้ใจอยู่กับบุญกุศล เขาก็จะยิ่งเชื่อมั่นในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้ว
ความกลัวต่อมรณภัยก็จะคลายลง และจะเป็นคนไข้ที่น่ารัก
เคยมีคนไข้ท่านหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย นอนร้องโอย ๆ อยู่บนเตียง ญาติพี่น้องที่
เฝ้าอยู่ก็มีแต่ความหดหู สงสารแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขานับถือศาสนาอื่น แต่มีคนรู้จักคนหนึ่งรู้จัก
พระวัดพระธรรมกาย ก็มานิมนต์พระให้ไปเยี่ยมเขา
ๆ
พอพระไปถึงก็พูดคุยกับเขา สอนให้ทำสมาธิ ถ้าเขานึกดวงแก้วองค์พระแล้วไม่สบายใจ ให้
นึกเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาเขาก็ได้ เพื่อเป็นนิมิตในการทำสมาธิ แล้วบอกเขาตรง
ว่า คนเรา
ทุกคนตายแน่นอน ต่างแต่เร็วหรือช้าเท่านั้น บางคนยังแข็งแรงอยู่รถคว่ำตาย ไม่มีโอกาส
เตรียมตัวด้วยซ้ำ แต่คนป่วยยังมีโอกาสเตรียมตัว โชคดีกว่ามาก เพราะฉะนั้นจะตายเร็วตายช้า
ก็ต่างกันไม่กี่ปี ต่างแต่เพียงว่าจะไปแบบแมวหรือราชสีห์ ไปแบบแมวคือร้องครวญครางแล้วก็
จากโลกนี้ไปอย่างผู้แพ้ ไปอย่างราชสีห์คือไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัย มั่นใจในคุณความดีที่ตน
เคยท่าเอาไว้ เมื่อถึงคราวต้องจากโลกนี้ก็จากไปด้วยอาการแห่งผู้ชนะเหมือนราชสีห์
พอพระพูดอย่างนี้เขาก็หยุดร้อง อยากจะเป็นอย่างราชสีห์ แต่ปวดเหลือเกิน ท่านก็เลยบอก
ให้ทำสมาธิ เขาก็พยายามทำ พอใจนิ่งดีแล้ว สัญลักษณ์ศาสนาเดิมหายไป เห็นดวงสว่างขึ้นมา
แทน เขาบอกว่าลืมความเจ็บปวดเลย มีความสุข ใบหน้าเปล่งปลั่งขึ้น จากเดิมร้องโอย ๆ ตอนนี้
ไม่ร้องแล้ว เพราะนึกถึงดวงสว่างแล้วมีความสุข ลืมความเจ็บปวด ญาติ ๆ งงเลยว่าทำไมเปลี่ยนได้
ขนาดนี้ หมอก็งง เพราะหมอรู้ดีว่า มะเร็งระยะสุดท้ายเจ็บปวดทรมานมาก
เขายังกลายมาเป็นคนที่คอยให้กำลังใจญาติ ปลอบใจคนมาเยี่ยม และเปลี่ยนมานับถือ
พระพุทธศาสนาในช่วงท้ายของชีวิต แล้วยังนำความสว่างและศรัทธาที่ถูกต้องมาให้ญาติพี่น้องด้วย
ตอนแรกหมอบอกว่าจะอยู่ได้เดือนหนึ่ง สุดท้ายยืดเวลาได้เป็นปี และจากไปด้วยอาการแห่งผู้ชนะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักการไว้หมดแล้ว ถ้าเราถึงจุดนั้นเมื่อไรไม่มีความกลัวแน่นอน
ถ้าหากจะพยายามยืดชีวิตให้ยาวขึ้นก็มีวัตถุประสงค์ประการเดียว คือเพื่อให้มีเวลาในการสั่งสม
บุญกุศลให้มากขึ้น ถ้ารู้หลักการเราจะพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยความมั่นใจ เพราะรู้ว่า
จะไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่าเดิม เสมือนนักเดินทางที่มีเข็มทิศ รู้ว่าเป้าหมายปลายทางคืออะไร ไม่ใช่เดิน
สะเปะสะปะไปเรื่อย จะตกเหวหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่คือความแตกต่าง
www.kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๙๓
ม