การสอนธรรมะและการตัดสินดี-ชั่ว วารสารอยู่ในบุญ ปี 2546 ฉบับที่ 10 เดือนสิงหาคม หน้า 8
หน้าที่ 8 / 76

สรุปเนื้อหา

ธรรมะ หรือนำนั่งสมาธิ จะมีหลายๆ อย่างที่เราเหมือนจะ รู้แต่ไม่รู้หรอก เหมือนเข้าใจแต่ไม่เข้าใจหรอก หรือบางที คิดว่า เข้าใจแล้ว แต่ก็เข้าใจแบบผิวเผิน สมมุติว่า เราไปสอนลูกหลานว่า “ไอ้หนูเอ๊ย ตั้งใจ ทำความดีนะ อย่าทำความชั่ว” แต่ถ้าลูกหลานกลับย้อน ถามว่า “ความดีเป็นอย่างไร ช่วยให้คำจำกัดความมาด้วย” หรือถามว่า “บารมีคืออะไร ทานคืออะไร ธรรมะคืออะไร” เราจะตอบเขาได้ไหม ? คำตอบเหล่านี้มีมากพอในมงคลชีวิต ๓๘ ประการ พอที่จะเป็นพื้นฐานให้เราได้ทําความเข้าใจ โดยเฉพาะท่าน ที่ชักชวนคนใหม่มาวัด ถ้านำเรื่องราวในมงคลชีวิตมาเล่า เป็นการปูพื้นฐานธรรมะให้กับเขา ยิ่งปูพื้นฐานได้แน่นเร็ว เท่าไร การมาวัดของเขาจะได้ประโยชน์เร็วมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเทศน์ จะได้เข้าใจได้ลึกซึ้ง เ

หัวข้อประเด็น

- การสอนธรรมะและการตัดสินดี-ชั่ว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรมะ หรือนำนั่งสมาธิ จะมีหลายๆ อย่างที่เราเหมือนจะ รู้แต่ไม่รู้หรอก เหมือนเข้าใจแต่ไม่เข้าใจหรอก หรือบางที คิดว่า เข้าใจแล้ว แต่ก็เข้าใจแบบผิวเผิน สมมุติว่า เราไปสอนลูกหลานว่า “ไอ้หนูเอ๊ย ตั้งใจ ทำความดีนะ อย่าทำความชั่ว” แต่ถ้าลูกหลานกลับย้อน ถามว่า “ความดีเป็นอย่างไร ช่วยให้คำจำกัดความมาด้วย” หรือถามว่า “บารมีคืออะไร ทานคืออะไร ธรรมะคืออะไร” เราจะตอบเขาได้ไหม ? คำตอบเหล่านี้มีมากพอในมงคลชีวิต ๓๘ ประการ พอที่จะเป็นพื้นฐานให้เราได้ทําความเข้าใจ โดยเฉพาะท่าน ที่ชักชวนคนใหม่มาวัด ถ้านำเรื่องราวในมงคลชีวิตมาเล่า เป็นการปูพื้นฐานธรรมะให้กับเขา ยิ่งปูพื้นฐานได้แน่นเร็ว เท่าไร การมาวัดของเขาจะได้ประโยชน์เร็วมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเทศน์ จะได้เข้าใจได้ลึกซึ้ง เพราะว่าได้ตีกรอบไว้แล้ว พื้นฐานหลักการตัดสินดี – ชั่ว - พื้นฐานที่จะต้องปูขั้นต่อไป คือหลักการตัดสินดี-ชั่ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักการไว้ตามลำาดับ สติปัญญาของผู้ฟัง เพราะว่าวัยต่างกันการเรียนรู้ก็ แตกต่างกัน จะให้เด็กรู้และเข้าใจเหมือนกับผู้ใหญ่คงเป็น ไปไม่ได้ แล้วจะให้รายละเอียดตายตัวนักก็คงไม่ได้ พระองค์จึงให้หลักการตัดสินดี-ชั่ว ไว้ดังนี้ รับ ๑.ตัดสินดี-ชั่วจากผลกระทบที่ทั้งสองฝ่ายได้ วิธีการนี้ สำหรับใช้สอนเด็กอายุ ๗-๑๐ ปี พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงสอนสามเณรราหุลว่า “ทำสิ่งใดร้อนเขา ร้อนเรา อย่าทำ ไม่ดี” คือ ทำแล้วเขาไม่สบายกายไม่สบายใจ แล้วเราก็ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สิ่งนี้อย่าทำ เป็นความชั่ว “ทำสิ่งใดร้อนเขา แต่เย็นเรา อย่าทำ” คือ ทำแล้ว och un ๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More