การใช้ชีวิตของเศรษฐีในสมัยพุทธกาล วารสารอยู่ในบุญ ปี 2546 ฉบับที่ 10 เดือนสิงหาคม หน้า 52
หน้าที่ 52 / 76

สรุปเนื้อหา

...ในสมัยพุทธกาล บิดาและมารดา กระเชิงร่อนเร่ต่อไป ของสองตระกูลคหบดี ซึ่งต่างก็มีลูกฝ่ายละ หนึ่งคนโดยฝ่ายหนึ่งมีลูกชาย อีกฝ่ายมีลูกหญิง วันหนึ่ง พระพุทธองค์และเหล่าพระ ภิกษุได้พบเห็นเข้า พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงสอง เกิดความคิดตรงกันว่า “เรามีเงินทองถึง ๙๐๐ สามีภรรยานี้ว่า ถ้าหากเขาทั้งสองทำความดี ล้าน เมื่อเราตายไปลูกของเราก็คงไม่เดือดร้อน ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต หากครองเรือนจะได้ อย่ากระนั้นเลยให้ลูกเราเรียนศิลปะให้ร้องรำ เป็นถึงมหาเศรษฐีต้นๆ ของเมือง แต่ถ้า ทําเพลง เพื่อความสนุกสนานสร้างชีวิตให้มี ออกบวชก็จะได้บรรลุธรรม แต่บัดนี้ได้เสื่อม ชีวาดีกว่า” เมื่อลูกของแต่ละฝ่ายเรียนร้องรำ แล้วจากโภคะและการบรรลุธรรม ได้แต่ใช้ ทำเพลงจบก็เลยให้แต่งงานเป็นคู่สามีภรรยากัน ชีวิตซบเซาเหมือนนกกระเรียน ที่ซบเซ

หัวข้อประเด็น

- การใช้ชีวิตของเศรษฐีในสมัยพุทธกาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

...ในสมัยพุทธกาล บิดาและมารดา กระเชิงร่อนเร่ต่อไป ของสองตระกูลคหบดี ซึ่งต่างก็มีลูกฝ่ายละ หนึ่งคนโดยฝ่ายหนึ่งมีลูกชาย อีกฝ่ายมีลูกหญิง วันหนึ่ง พระพุทธองค์และเหล่าพระ ภิกษุได้พบเห็นเข้า พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงสอง เกิดความคิดตรงกันว่า “เรามีเงินทองถึง ๙๐๐ สามีภรรยานี้ว่า ถ้าหากเขาทั้งสองทำความดี ล้าน เมื่อเราตายไปลูกของเราก็คงไม่เดือดร้อน ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต หากครองเรือนจะได้ อย่ากระนั้นเลยให้ลูกเราเรียนศิลปะให้ร้องรำ เป็นถึงมหาเศรษฐีต้นๆ ของเมือง แต่ถ้า ทําเพลง เพื่อความสนุกสนานสร้างชีวิตให้มี ออกบวชก็จะได้บรรลุธรรม แต่บัดนี้ได้เสื่อม ชีวาดีกว่า” เมื่อลูกของแต่ละฝ่ายเรียนร้องรำ แล้วจากโภคะและการบรรลุธรรม ได้แต่ใช้ ทำเพลงจบก็เลยให้แต่งงานเป็นคู่สามีภรรยากัน ชีวิตซบเซาเหมือนนกกระเรียน ที่ซบเซาอยู่ใน หารู้ไม่ว่า เปือกตมที่น้ำแห้งขอดและปลาหมดสิ้นแล้ว โลกทั่วไปนั้น หากอยู่ในวง อบายมุขก็เปรียบเหมือน กับแกล้มของอบายมุขทั้ง หลายนั่นเอง ด้วยวิสัยทัศน์ของพ่อ แม่ที่สายตาสั้น ดังกล่าวแล้ว การร้องรำ ปราชญ์ว่าไว้ ทำเพลงที่ เมาปลื้ม ลืมจน เป็นการ เมาตน ลืมตาย ละเล่น เมากาย ลืมแก่ แบบชาว เมาเหล้าเมากระแช่ ลืมอบายลืมนรก ความมืดได้ปกคลุมชีวิตของ เศรษฐีและภรรยา เพราะ ความเมาจากการดื่มสุรา จนในที่สุดจะหาแสงสว่าง แห่งชีวิตให้ตัวเอง แม้สักนิดก็ และมีคนรับใช้เป็นคนพาล ทั้งสองฝ่ายซึ่งเมื่อ ไม่เจอเลย รวมสมบัติกันแล้วมีค่าถึง ๑,๘๐๐ ล้าน เศรษฐี ชีวิตที่เคย หนุ่มดื่มเหล้าติดนํ้าเมา เพราะไปคบค้าสมาคม สุขสบาย กับเหล่านักเลงสุรา ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ก็ลดลงๆ กลับมาย่ำ จนในที่สุดต้องขายบ้าน ขายสมบัติ ทุกสิ่ง ทุกอย่าง เพื่อเอามาดื่มสุราและเลี้ยงเพื่อน เหล่าคนพาล เมื่อสมบัติหมด เพื่อนก็เมิน ได้แต่พา แย่ เพราะ เมาเหล้า เมากระแช่แท้ๆ สุราน้ำเมา... มฤตยูที่มี ส่วนผสมหลักคือความหายนะความฉิบหาย... ภริยาของตนเองไปขอทานขออาหารบ้านโน้น มีลูกห้ามลูก... มีหลานห้ามหลาน อย่าลองได้ บ้านนี้กินประทังชีวิตไปวันๆ และแอบนอนข้าง เป็นยอดดี ชายคาบ้านของผู้อื่นถ้าเขาไล่ก็ต้องหนีกระเซอะ kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More