ข้อความต้นฉบับในหน้า
สัมภาษณ์พิเศษ :
กิจการเติบโตและขยาย line (สายการผลิต)
เพิ่มขึ้นถึง ๔ โรงงาน
“เมื่อก่อนนี้ทำงานอาทิตย์ละ ๓ วัน ดูเผินๆ
เหมือนเราทำงานเก่ง เราขยัน ซึ่งถ้าไม่คิด
อะไรก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเรา
สนุกกับงาน พอปัญหาเข้ามาเรารู้สึกท้าทาย
ยิ่งแก้ได้ยิ่งทำให้เราโตขึ้นอีก แต่พอเราถอยออก
มามองตัวเองจริงๆ แล้ว ทำให้เรามีคำถาม
กลับว่า เอ้...มันใช่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ
จริงๆ รึเปล่า ซึ่งถ้าเราจัดการกับงานได้
อย่างมีประสิทธิภาพดีจริงแล้วเนี่ย ทำไมเรา
ต้องทำงานถึง ๗ วันด้วย ซึ่งทำให้เราไม่มีเวลา
ให้ความสําคัญกับชีวิตด้านอื่นๆ เลย”
ซึ่งปกติแล้วธรรมชาติของงานด้านการ
พิมพ์ที่มี line การผลิตที่มาก และมีพนักงาน
ร่วมพันกว่าคน มีการเดินเครื่องจักรตลอด ๒๔
ชม. ขนาดนี้ ไม่ง่ายนักสำหรับนักบริหารที่จะมี
เวลาเหลือสำหรับเรื่องอื่น แต่เธอกลับกล้าให้โอกาสตัวเองโดยจัด
ระบบการจัดการเวลาให้กับชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นผลให้เธอมีชีวิตที่
ประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม จนต้องหันกลับมามอง
คือได้เข้าอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการจัดการเรื่องเวลา ซึ่งได้
แบ่งเวลาให้ความสําคัญชีวิตออกเป็น 5 ส่วน คือ เงิน ธุรกิจ
ครอบครัว การศึกษา สังคม และศาสนา จึงได้นำมาลองใช้ ทำให้
เราพบว่าชีวิตเราดีขึ้นนะ เราไม่ต้องทำงานถึง ๗ วันเหมือนแต่ก่อน
เราก็ได้เนื้องานเหมือนเดิมและดีกว่าเดิม แล้วเราก็มีเวลาให้กับ
ส่วนอื่นมากขึ้น คือเรามีเวลาให้ลูก มีเวลาให้กับครอบครัว มีเวลา
ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มาพัฒนางาน และ
ที่สำคัญ ศาสนา จากเมื่อก่อนแค่ได้
ทําบุญธรรมดาๆ ก็หันมาศึกษาธรรมะ
ซึ่งเอามาใช้ได้มาก....”
ซึ่งถ้าเราจัดการกับงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพดีจริงแล้วเนี่ย ทำไมเราต้อง
ทำงานถึง ๗ วันด้วย
การนำธรรมะมาใช้ เป็นสิ่งที่คนใน
สังคมปัจจุบันหลายคนมองข้ามไป
ถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว และเสียเวลา..
อยู่ ป ๑๒
kalyanamitra.org