ข้อความต้นฉบับในหน้า
และองค์พระ
วันนี้ลูกรู้สืกเพลิดเพลินมากในการมอง
องค์พระที่ผุดขึ้นมาแต่ละองค์ ลูกมีความสุขมากๆ
รู้สึกเวลาผ่านไปรวดเร็วจนลืมขยับตัวเลยเจ้าค่ะ
→ แบ้มืดตื้อบิดมิด ก็มีสิทธิ์เช้าถึงธรรม
...หลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้
เมตตาอ่านรายงานผลการปฏิบัติธรรมของลูก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็มีเพื่อนๆ
นักเรียนในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา หลาย
ท่านบอกว่าฟังแล้วเกิดกำลังใจที่จะนั่งสมาธิให้
เข้าถึงองค์พระกัน ลูกดีใจมากค่ะ และเพื่อเป็น
กําลังใจกับเพื่อนๆ ลูกจึงขออนุญาตกราบเรียน
ต้องขอให้ช่วยหิ้วปีกกันเลยเจ้าค่ะ
คืนแรกของการนั่งสมาธิ ยังมืดตื้อมืดมิด
มืดสนิทไม่เห็นอะไรเลย พอคืนที่สองเริ่มรู้จัก
ศูนย์กลางกายอยู่กลางท้อง แต่ไม่รู้ตรงไหนแน่
ในวันที่สาม เห็นองค์พระลางๆ แบบคล้าย
พระพุทธชินราชที่หิ้งพระที่บ้าน พอวันที่สี่ ลูก
ปวดต้นขามากจนนึกอะไรไม่ออก อยากจะลืม
ความเจ็บปวด จึงทำใจว่างๆ เฉยๆ อยู่ๆ ก็เห็น
ดวงดาวสว่างดวงหนึ่ง เหมือนจุดสว่างสีขาว
ปรากฏขึ้น รู้สึกตัวเองกำลังพุ่งไปยังดวงดาวนั้น
อยากรู้ว่าดวงดาวนั้นคืออะไร จึงส่งใจพุ่งไปอย่าง
แรง แล้วดวงดาวนั้นก็หายไป นี่แหละหนอความ
อยาก
ในวันต่อๆ มา ลูกปวดต้นขาเหลือเกินเจ้าค่ะ
ว่าอันที่จริง ลูกนั้นก็เคยผ่านความมืดตื้อมืดมิด รู้สึกเครียดนั่งไม่เห็นอะไรเลย มืดตื้อ มืดมิดมืดสนิท
มืดสนิทมาแล้ว กว่าจะมาถึงความสว่างได้ในวันนี้
เจ้าค่ะ
...ลูกขอเล่าย้อนอดีตเล็กน้อยนะเจ้าค่ะ
ลูกเข้าวัดตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๑ แต่ช่วงนั้น ๒-๓
ปีแรก ลูกจะมาวัดเฉพาะงานบุญใหญ่ ไม่ค่อยได้
ฝึกฝนนั่งสมาธิเลย
จนมาถึงเมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงมีโอกาส
ขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนภูกระดึงกับหมู่คณะ ลูกชวน
พ่อบ้านไปด้วย พ่อบ้านก็ OK ทันทีเลย เพราะ
คิดว่าจะไปเที่ยวภูกระดึง คงไม่ค่อยมีการนั่ง
สมาธิสักเท่าไหร่
แต่เหตุการณ์มิได้เป็นไปอย่างที่คิด มีการ
ฝึกสมาธิที่เข้มข้นมาก สำหรับมือใหม่อย่างลูก
และพ่อบ้าน เป็นการนั่งมาราธอนมากจนลุกไม่ขึ้น
คือนั่งกันวันละถึง 6 ชั่วโมง ทั้งเช้า สาย บ่าย ค่ำ
ไม่มีการออกกำลังกาย และไม่มีเก้าอี้อาวุโสให้นั่ง
เหมือนปัจจุบัน ลูกปวดต้นขามากหลังจากนั่งไป
๓ วัน สำหรับพ่อบ้านแทบไม่ต้องพูดถึง ขนาด
เหมือนเดิม
พอถึงวันที่สิบของการปฏิบัติธรรม หลัง
อาหารกลางวัน เพื่อนๆ ชักชวนไปเที่ยวผาหล่มสัก
นั่งดูพระอาทิตย์ตก โดยมีพระอาจารย์นำไป แรกๆ
ลูกตัดสินใจไม่ไป เพราะเห็นว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว
ต้องเร่งปฏิบัติเอาให้ได้ เสียดายเวลา อยากเร่ง
ตัวเองให้เข้าถึงธรรมะให้ได้
แต่ในที่สุด ก็ได้รับคำแนะนำว่า หาก
เคร่งเครียด ก็จะนั่งไม่ได้ผล ยิ่งเครียดยิ่งฟุ้งซ่าน
คิดห่วงแต่เวลา ลองเปลี่ยนอิริยาบถเดินทำสมาธิ
บ้าง อาจทําให้ผ่อนคลายขึ้น ลูกจึงเปลี่ยนใจไป
ผาหล่มสักในบ่ายนั้น
พวกเราเดินถึงผาหล่มสักประมาณ ๕ โมง
เย็น ใช้เวลาเดินทางราว ๔ ชั่วโมง โดยไม่รู้สึก
เหน็ดเหนื่อย เพราะอากาศและทิวทัศน์สวยงาม
มาก พระอาจารย์พาลัดเลาะไปนั่งที่ผาเงียบสงบ
แห่งหนึ่ง พวกเราได้นั่งสมาธิกัน ขณะนั้นใกล้
เวลาอาทิตย์ลับขอบฟ้า เห็นแสงทองขวามือ ลม
๖๒