ข้อความต้นฉบับในหน้า
99
“” เปิดฉากชีวิตวัยระเริงของเขาด้วยสีสันอัน
เร่าร้อนครบครันด้วยอบายมุข ตั้งแต่เรียนอยู่ ปวช. และ
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามดีกรีความเชื่อที่หยั่งรากลึกสุดขีดว่า
“ลูกผู้ชาย ต้องแสวงหากำไรชีวิตด้วยการ ดื่ม เที่ยว
เกี้ยวสาว และลิ้มลองทุกอย่าง อย่างสุดๆ โดยไม่ยอม
ผูกมัดอะไรกับใครทั้งสิ้นจนกว่าจะตกลงปลงใจกับใคร
สักคนที่รักจริง จนมีครอบครัวไปในที่สุด”
ชิงหากเชื่อว่า ความเชื่อกําหนดการกระทำ ไม่
แปลกที่หลายการกระทํา ถูกท้าทาย ยั่วยุให้กระทำขึ้นโดย
ไม่รู้สึกผิดแม้สักนิดในใจ ทั้งทีความเชื่อเหล่านั้น อาจไม่มี
ประโยชน์กับใคร หรือไม่มีผลดีกับใคร หรือแม้แต่อะไรทั้งสิ้น
แต่น่าเศร้าเหลือเกินที่ความคิดเช่นนี้กำลังแพร่ระบาด
ราวกับเชื้อโรคร้ายในสังคมไทยอย่างน่าเป็นห่วง เช่น
เด็กๆ ส่วนหนึ่งเชื่อว่า การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน
เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนการกินข้าว ไม่เห็นผิดตรงไหน
เท่เสียอีกจนต้องเอามาอวดสถิติกัน
นักเรียนอาชีวะที่ถูกปลูกฝังความเชื่อมายาวนานว่า
การยกพวกตีกันเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ
การรักสนุกของลูกผู้ชาย คือกำาไรของชีวิต แม้แต่
หญิงยุคนี้ก็ไม่น้อยหน้าในเรื่องนี้
และหนึ่งในนั้น ทีเชื่อความคิดเหล่านี้ คือเขา “ ”...!!
สมัยที่ เรียน เขาได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาฟุตบอล
ระดับจังหวัด สังกัดโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง นเริ่มดื่ม
เหล้าเป็น จากการที่เพื่อนๆ ชวนไปฉลองเวลาที่ทีมเล่นชนะ
ประกอบกับความคึกคะนองของวัยที่อยากลอง ทำให้นุ
และเพื่อนถลำเข้าสู่วงการสิงห์ราตรีนี้อย่างเต็มตัวด้วย
จํานวนครั้งความถี่ที่เพิ่มขึ้น ท่าให้พฤติกรรมนี้กลายเป็น
ส่วนหนึ่งในชีวิตพวกเขา ที่ขาดมันได้ยาก
“ครั้งแรกที่ผมไป ก็กล้าๆ กลัวๆ พอมีผู้หญิงมาจับมือ
ผมสั่นไปหมด ตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก แต่พอสักครู่ก็หาย
เพราะสถานที่นั้นบรรยากาศมันพาไป มีทั้งเต้น ทั้งดื่ม
แสงไฟสีหลอกตา เสียงดนตรีเร่งเร้า เหล้า ยา ม่านควันบุหรี่
ทุกอย่างในนั้นมันกระพืออารมณ์ให้กระเจิดกระเจิงไปได้ง่าย
อย ป๒๑
kalyanamitra.org
ครั้งแรกที่ผมไปก็กล้าๆ
กลัวๆ ขอมีผู้หญิงมา
จับมือ ผมสั่นไปหมด
ตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก
แต่พอสักครู่ก็หาย
เพราะสถานที่นั้น
บรรยากาศมันพาไป