ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนไทยโชคดีที่เกิดในดินแดนที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนา
ประจำชาติ จึงได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องบุญ และได้ทำบุญตั้งแต่วันเกิด
วันแก่ วันเจ็บ หรือแม้กระทั่งวันตาย ก็ยังได้สร้างบุญงวดสุดท้าย
ของชีวิต
ดำเนินรอยตามปู่ย่าตาทวดด้วยการสืบทอดอายุ
พระพุทธศาสนาไว้เป็นมรดกธรรม เพื่อให้ลูกหลาน
ในภายหน้าได้มีพระพุทธศาสนาไว้สร้างบุญ
เพราะฉะนั้น ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่นี้
หลวงพ่อขอยกเอาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ตรัสกับพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ก่อนจะแยกย้าย
กันออกไปประกาศพระศาสนามาให้พวกเราใช้เป็น
แม่บทในการตรวจสอบความเป็นอายุพระพุทธศาสนา
ของตัวเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Q).
อะนูปะวาโท ไม่ว่าร้ายใคร
พวกเราต้องสำรวจดูว่า ตลอด ๑ ปีที่ผ่านมา
ได้เอาปากไปเป็นหอก เป็นดาบ ไปเชือด ไปเฉือน
ไปทิ่ม ไปแทง ไปทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจบ้าง
หรือไม่
ถ้าพบว่าเราเคยมีเรื่องขุ่นเคืองกับใคร รีบ
ไปขอโทษเขาเสีย จะได้เป็นการอโหสิกรรม อย่าให้
ต้องคาราคาซังข้ามปี หรือว่าข้ามภพข้ามชาติไปเลย
ยิ่งกว่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรง
สอนไว้อีกว่า คนเราถ้าจะให้มีวาจาสิทธิ์ ต้องเป็น
คนที่ทำอย่างไรพูดอย่างนั้น พูดอย่างไรทำอย่างนั้น
พวกเราต้องสำรวจตัวเองดูว่า ๑ ปีที่ผ่านมา เราได้
ฝึกวาจาศักดิ์สิทธิ์ให้แก่คำพูดของตัวเองหรือไม่
๒. อะนุปะมาโต ไม่ทำร้ายใคร
ปัจจุบันพวกเราเข้าวัดกันแล้ว คงไม่ทำร้าย
ใครหรอก แต่ว่าในอดีตที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าวัด
ไปสำรวจดูให้ดีว่า ตนเองเคยไปทำร้ายอะไรใคร
เอาไว้บ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ทำร้าย
ทรัพย์สิน ทำลายเกียรติยศ ทำลายชื่อเสียงก็ตาม
แม้ที่สุดสํารวจดูว่าเราเคยเบี้ยวหนี้เบี้ยวสิน
ใครไว้ ก็รีบเอาไปคืนเขาให้หมด แต่ว่าถ้าตอนนี้
ยังไม่มีเงินจริงๆ ก็ไปให้เขาเห็นหน้าสักหน่อย แล้ว
ขอผ่อนผันให้เขารู้ว่า เราไม่ได้เบี้ยวนะ แต่ว่าตอนนี้
ยังไม่มีเงินที่จะคืนให้จริงๆ
๓.
ปาฏิโมกเข จ สังวโร
ความสำรวมในศีลและมารยาท
ตรงนี้หลวงพ่ออยากจะชี้ให้ดูง่าย ๆ มิฉะนั้น
พวกเราจะไม่เข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องมารยาท
ยกตัวอย่าง บางคนเวลาทำงาน ใครๆ ก็
อยากจะร่วมงานด้วย เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนทำงานเก่ง
แต่พอทำงานเสร็จ เวลาจะกินข้าวร่วมกัน กลับ
ไม่มีใครอยากกินด้วย บอกว่ากินข้าวกับตาคนนี้
ไม่อร่อยเลย เพราะแกเดี๋ยวเสียงดังจับๆ มีความรู้สึก
เหมือนอย่างกับหลุดเข้าไปในคอกหมูอย่างนั้นแหละ