ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘๖
....มนุษย์เรามีกายหยาบซึ่งเป็น
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ นี่คือ นวัตกรรม
สุดยอดทั้งของโลกและใน
ประวัติศาสตร์ทั้งมวล ไม่มีอะไร
เป็นกายหยาบของมนุษย์ เพราะ
ฉะนั้น บัดนี้เราเป็นเจ้าของ
นวัตกรรมชิ้นเลิศที่สุดแล้ว คือ
กายมนุษย์ เรามีตัว ขอให้สวม
หัวใจเข้าไปอีกหน่อย แค่มีตัว
กับหัวใจเราทำได้ทุกอย่าง ....
แต่สู้กันจนเหลือทหารแม้เพียงคนเดียว
เท่านั้นเอง ถ้าหากยังไม่ยอมแพ้ ถามว่า แพ้หรือยัง
คำตอบคือยังไม่แพ้ แล้วยังมีโอกาสพลิกกลับมา
ชนะได้ ตัวอย่างเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อประมาณ
๒,๓๐๐ ปีที่แล้ว ในประเทศอินเดีย มีชายผู้หนึ่งชื่อ
จันทรคุปต์ ต่อมาภายหลังเป็นคนที่สถาปนาอินเดีย
ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์
จันทรคุปต์ คือ พระเจ้าจันทรคุปต์ ตอนที่เขาเริ่ม
ก่อร่างสร้างตัว เขายกทัพไปสู้กับพระราชาเดิมของ
แคว้นมคธ แคว้นใหญ่ในอินเดีย เขาตีมคธได้สำเร็จ
สุดท้ายก็ขยายออกไป แต่ช่วงแรกไปตีมคธ ปรากฏ
ว่าเสียท่า กองทัพแตกยับเยิน หนีเตลิดเปิดเปิง
ตัวเองหลงพลัดไปเหลือแค่คนเดียว กองทัพสลาย
หมดเลย ข้างกายไม่มีทหารเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
อย่าว่าแต่จะไปยึดแผ่นดินเขาเลย ข้าวจะกินยัง
ไม่มีเลย
ไปซุ่มอยู่ที่ชายป่าริมบ้านหลังหนึ่งเห็นคุณยาย
คนหนึ่ง เจ้าของบ้านหลังนั้นกำลังปิ้งขนมเบื้องอยู่
แล้วหลานก็ไปหยิบเอาขนมเบื้องร้อนๆ มา แล้วก็
เคี้ยวกร้วมไปตรงกลางเลย กัดกร่วมไปตรงกลาง
มันร้อนมันก็ลวกปาก เด็กก็ร้องไห้จ้า คุณยายคน
นั้นก็บอกว่า “แกนี่โง่เหมือนจันทรคุปต์เลย" พอ
พูดอย่างนี้ปุ้บ จันทรคุปต์หูผึ้ง หายหิวเลย เดิมจ้อง
จะไปชิงขนมเบื้องของสองยายหลายมากิน จากคน
จะยกทัพไปยึดแผ่นดิน กลายเป็นว่าจะมาชิงเอา
แค่ขนมเบื้องชิ้นเดียวเพื่อแก้ความหิวของตัวเอง
กำลังซุ่มรอจังหวะอยู่ แต่พอฟังคุณยายดูหลานว่า
โง่เหมือนจันทรคุปต์ เท่านั้นเองหูผึ้ง หายหิวเลย
เอ๊ะ...ทำไมว่าเราอย่างนี้ แล้วคุณยายก็เฉลยต่อ บอก
ว่า “แกไม่รู้หรือ ขนมเบื้องมันร้อน ไปกัดกรวมเอา
ตรงกลางมันก็ลวกปากแย่สิ จะกินมันก็ต้องค่อยๆ