ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฉบับยุโรป EU
อยู่ใหญ
กุศลกรรมบถ ๑๐
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ.๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ.๙
ภาพประกอบ : กองพุทธศิลป์
เวมานิกเปรตผู้โดดเดี่ยว
“บัณฑิตไม่ควรทําความชั่ว เพราะเห็นแก่ตัวเอง หรือเห็นแก่คนอื่น
ไม่ควรปรารถนาบุตร ทรัพย์ แว่นแคว้น หรือความสำเร็จแก่ตนโดยทางที่ไม่ชอบธรรม
ควรมีศีล มีปัญญา มั่นอยู่ในธรรม” (ขุ.ธ.)
เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ
เชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอดีตหญิงโสเภณี
คนหนึ่งที่ประพฤติผิดศีลแทบทุกข้อ แต่มีบุญ
ที่ได้ทำทานกับพระอรหันต์ไว้บ้าง จึงทำให้
ไปบังเกิดเป็นเวมานิกเปรต เปลือยกายอยู่
โดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทร เรื่องของนางก็มี
อยู่ว่า ครั้งอดีตกาลในกรุงพาราณสี เธอเป็น
หญิงโสเภณีผู้มีรูปงาม น่าดู น่าชม มีผิวพรรณ
งดงามกว่าหญิงโสเภณีคนอื่น ๆ ยิ่งกว่านั้น
เธอยังมีเส้นผมที่ละเอียด ดกดำ อ่อนนุ่ม
ปลายผมตวัดงอน ยามใดที่ชายหนุ่มเจ้าสำราญ
ทั้งหลายเห็นความงามเส้นผมของเธอ ต่างก็
เกิดหลงใหลถวิลหา ทําให้หญิงโสเภณีด้วยกัน
เกิดอิจฉาริษยาในตัวเธอยิ่งนัก
วันหนึ่ง ขณะอาบนํ้าในแม่น้ำคงคา เธอ
สระผมด้วยยาสระผมของเพื่อนผู้ไม่ปรารถนาดี
ต่อเธอ เมื่อเธอ าน้าเพื่อล้างยาสระผมออก
ทันทีที่โผล่พ้นผิวน้าเท่านั้น เส้นผมพร้อมทั้ง
รากผมก็หลุดร่วงทั้งหมด ทำให้ศีรษะของเธอ
เกลี้ยงเกลาเหมือนกะโหลกน้ำเต้าขม เมื่อ
๐๒ อยู่ในบุญ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เส้นผมร่วงหมดก็หมดความงาม เหมือนนกพิราบ
ถูกถอนขนหัว ไม่สามารถประกอบอาชีพโสเภณี
ได้อีกต่อไป เธอจ่าต้องน่าผ้ามาคลุมศีรษะ
แล้วหันมาขายสุราและน้ำมันงาแทนอาชีพเดิม
โดยตั้งร้านอยู่ที่ปากทางเข้าเมือง นอกจาก
จะทําบาปด้วยการขายสุราเมรัยแล้ว เธอยัง
ประพฤติผิดศีลข้ออทินนาทาน คือ จะขโมย
เสื้อผ้าและของมีค่าของคนขี้เมาที่เมาได้ที่
จนหลับสนิท แล้วนำไปขายเป็นประจำ
อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอก็ไม่ได้มืดมน
ไปทุกอย่าง วันหนึ่ง เธอได้เห็นพระอรหันตเถระ
รูปหนึ่งบิณฑบาตผ่านมา จึงนิมนต์ท่านเข้ามา
ในบ้านด้วยความเลื่อมใส พร้อมกับถวายแป้ง
ผสมกับน้ำมันงา หลังจากพระเถระฉันเสร็จแล้ว
ได้ทำการอนุโมทนา ขณะเดียวกันก็แนะนำให้
เธอเลิกอาชีพขายเหล้าเพราะเป็นมิจฉาอาชีวะ
การขายเหล้าเพื่อมอมเมาคนอื่น นอกจากทำให้
ตัวเองได้บาปและจะต้องไปตกนรกแล้ว วิบาก
กรรมที่ตามมายังส่งผลให้เป็นคนด้อยปัญญา
แต่เธอก็ยังเลิกไม่ได้ โดยอ้างเหตุผลว่ายังหา