ข้อความต้นฉบับในหน้า
บทความบุญ
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ. ๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ. ๙
อยู่ให
ทำความดี...อย่ายั้งหยุด
จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
“ผู้มีปัญญาทำกุศลคราวละน้อย ๆ เป็นประจำ พึงกำจัดกิเลสของตนได้
เหมือนช่างทองสามารถปัดเป่าสนิมทองออกได้”
ไม่มีความดีใดที่จะดูเกินเลยจนผิดธรรมชาติ
มนุษย์ เพราะตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็ต้อง
ทุ่มเททำดีเรื่อยไป ให้หมั่นทำดีเข้าไว้ ไม่ต้องกลัวใคร
เขาว่า ดีเกินไป เหมือนการก่อเจดีย์จะได้ชื่อว่าสร้าง
เสร็จเมื่อต่อเติมไปถึงยอดปลาย นักไต่เขาพยายาม
ฝ่าอุปสรรคไต่ระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อปักธงชัย
บนยอดเขา แล้วเอาความภาคภูมิใจมาเป็นรางวัล
นักสร้างบารมีก็เช่นกัน จะต้องมุ่งไปสู่ยอดสูงสุดแห่ง
ความดี คือการได้บรรลุมรรคผลนิพพาน
ในขณะเดียวกัน.. คนๆ
หนึ่งเมื่อคิดจะสร้าง
ความดี จำเป็นต้องมีคนนำทาง ผู้นำมีความสำคัญ
มาก ถ้านำไปถูกทาง ทุกชีวิตก็จะถึงจุดหมายได้อย่าง
ปลอดภัย โลกจึงขาดผู้นำบุญไม่ได้ เพราะผู้นำบุญ
คือแสงสว่างที่จะส่องนำทางมหาชนให้หลุดพ้นจาก
มุมมืดไปสู่ความสว่างไสวในชีวิต เหมือนตัวอย่าง
ดังต่อไปนี้
กาลครั้งหนึ่ง...พระบรมศาสดาได้เสด็จไปใน
แคว้นโกศลพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จำนวนมาก แล้ว
ทรงพักการเดินทาง โดยทรงแวะเข้าไปยังป่าไม้สาละ
แห่งหนึ่ง เมื่อเสด็จไปถึงก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ขึ้น
พระอานนท์ที่ตามเสด็จไปด้วยจึงทูลถามถึงสาเหตุ
ที่ทรงแย้มพระโอษฐ์นั้น
พระบรมศาสดาจึงได้ตรัสเล่าย้อนกลับไปใน
สมัยพุทธันดรที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคของพระกัสสปสัมมา
สัมพุทธเจ้าว่าณที่ตรงนี้เคยเป็นเมืองใหญ่เจริญมั่งคั่ง
และมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้มีอุบาสกผู้หนึ่ง
ชื่อว่า "ภเวสีอุบาสก” เขาเป็นผู้น่าหมู่คณะชวนคน
ทำความดี ซึ่งมีบริวาร ๕๐๐ คน แม้เขาจะนับถือ