ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗๖
...พอมีลูกคนที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เขาก็เริ่มดื่มหนัก บางวันก็ไม่ยอมกลับ
บ้าน หายไป ๒-๓ วัน ที่ทำงานก็เริ่มมีปัญหา มีหนี้สินรุงรัง นิสัยเขาเปลี่ยนไป
เพราะน้ำเมา บางวันเวลาเขาเมามาลูกก็ทำเฉยๆ ไม่ยอมพูดด้วย เขาก็จะเอามีด
ปลายแหลมมาขู่ แล้วพูดว่า “คนพูดด้วย ไม่มีหูหรือไง” แล้วก็เอามีดสับลงไปที่
โต๊ะให้ลูกกลัว บางครั้งก็ชกต่อยประตูหน้าต่างจนพังไปเลย...
าที่การงานและ
ครอบครัว ตั้งแต่แยกทางกันเขาก็ไม่เคยติดต่อและ
ช่วยเหลืออะไรลูก เหมือนตายจากกันไปเลย
แต่งงานกับเขา ตอนนั้นลูกและสามีมีอายุ ๒๒ ปี พาบุตรสาวทั้ง ๒ เข้าวัดด้วย ส่วนสามีเมื่อเลิกกับ
เท่ากัน ปลายปี ๒๕๒๕ เราก็มีลูกด้วยกัน ๑ คน ลูกแล้วเขายิ่งดื่มหนัก ในที่สุดก็ถูกออกจากงาน เขา
พอเริ่มปี ๒๕๒๖ เขาก็เริ่มดื่มเหล้า แต่ก็ยังไม่มาก ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหน้าที่ก
พอมีลูกคนที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เขาก็เริ่มดื่มหนัก
บางวันก็ไม่ยอมกลับบ้าน หายไป ๒-๓ วัน ที่ทำงาน
ก็เริ่มมีปัญหา มีหนี้สินรุงรัง นิสัยเขาเปลี่ยนไป
เพราะน้ำเมา บางวันเวลาเขาเมามาลูกก็ท่าเฉยๆ
ไม่ยอมพูดด้วย เขาก็จะเอามีดปลายแหลมมาขู่ แล้ว
พูดว่า “คนพูดด้วย ไม่มีหูหรือไง” แล้วก็เอามีดสับ
ลงไปที่โต๊ะให้ลูกกลัว บางครั้งก็ชกต่อยประตูหน้าต่าง
จนพังไปเลย พอหายเมาก็กลับไปซ่อมแซมส่วนที่
ตัวเองทำลาย
มีครั้งหนึ่งพอเลิกงานเขาก็จะเตรียมตัวไปเที่ยว
ลูกก็ห้ามและไปยืนขวางตรงบันไดบ้าน เขาเตะลูก
กลิ้งตกบันไดลงไปเลย ลูกจึงค่อย ๆ คลานขึ้นมา
บนบ้านอย่างงงๆ เพราะนึกไม่ถึงว่า สามีจะกล้า
ทำได้ถึงเพียงนี้ จึงไม่ทันระวังตัว เมื่อเหตุการณ์เป็น
อย่างนี้ลูกก็คิดหนัก คิดถึงอนาคตของบุตรสาว
ทั้งสองคนว่าจะเป็นอย่างไร ในที่สุดลูกจึงตัดสินใจ
เลิกกับสามีอย่างเด็ดขาดเมื่อปี ๒๕๒๙ และขอ
เลี้ยงดูบุตรสาวทั้ง ๒ คนด้วยตัวเอง โดยไม่ขอค่า
เลี้ยงดูจากสามีเลย เพราะกลัวเขาจะขอแบ่งบุตร
ไปเลี้ยง ไม่อยากให้บุตรทั้ง ๒ คนแยกจากกัน และ
ก็เชื่อว่าคนที่ยังดื่มสุราอยู่คงเลี้ยงลูกไม่ได้ดี เขายอม
ยกบุตรสาวทั้ง ๒ คนให้กับลูก หลังจากเลิกจาก
สามีแล้ว ลูกก็ได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกาย และ
๒
พ่อของลูก เกิดในสังคมเกษตรกรที่มีฐานะ
พอสมควร พ่อเกิดมาได้ประมาณ ๑ ปี ย่าก็คลอด
ลูกอีก ๑ คน แล้วก็หย่ากับย่า ย่าเลยยกลูกคนเล็ก
ให้คนอื่นเอาไปเลี้ยง ส่วนพ่อก็อยู่กับปู่ ตอนพ่ออายุ
๕-๖ ขวบ ก็เริ่มทำงานหนัก เพราะบ้านของทวด (
ของพ่อ) ไม่ค่อยมีแรงงาน จึงไม่ให้พ่อเรียนหนังสือ
ต้องอยู่บ้าน ออกไปเลี้ยงวัวควายที่ทุ่งนาเป็นประจำ
มีวัวควายที่ต้องเลี้ยงประมาณ ๒๐-๓๐ ตัว ซึ่งเป็น
งานหนักมากสำหรับเด็กอายุ ๕-๖ ขวบ พอพ่ออายุ
๑๐ ขวบ ก็เลยขออนุญาตทวดไปบวชเณรอยู่ ๗ ปี
จนอายุได้ ๑๗ ปี ก็ลาสิกขา พออายุ ๑๙ ปี พ่อ
ก็ได้แต่งงานกับแม่ของลูก พ่อแม่มีฐานะยากจนมาก
เพราะไม่มีมรดกเลย ต้องมาทำงานสร้างฐานะด้วย
กำลังของตัวเอง บางครั้งไม่มีข้าวกิน ต้องเอากล้วย
อ้อย ไปแลกข้าวจากครอบครัวอื่น หรือไปขอข้าว
ก้นบาตรพระมากิน พ่อจึงขยันทำงาน เพื่อสร้างฐานะ
และพ่อก็มีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถส่งลูกเรียน
หนังสือใต้ทุกคน พ่อกับแม่มีบุตรด้วยกัน ๑๒ คน
เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ๒ คน ส่วนอีกคนเสียชีวิต
เมื่อแต่งงานและมีลูกแล้วเพราะถูกรถชน ปัจจุบัน
จึงเหลือ ๙ คน