ข้อความต้นฉบับในหน้า
D
ต้องการให้นางได้บุญมากขึ้นกว่านี้ จึงแนะนำ
ให้นางมีโอกาสถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ โดย
ท่านเมตตาพาพระภิกษุอีก ๙ รูป เพื่อให้เป็น
องค์สงฆ์มาฉันที่บ้านด้วย นางได้ถวายภัตตาหาร
แด่พระทุกรูปด้วยจิตเลื่อมใสยิ่งนัก
๗
อุปนิสัยในการถวายทานของทั้งสอง
พี่น้องนั้นแตกต่างกัน คือ พี่สาวมักเลือกถวาย
เฉพาะพระที่ตนศรัทธาหรือคุ้นเคย แต่น้องสาว
ไม่เลือกถวายเฉพาะเจาะจงรูปใด ครั้นละโลกไป
น้องสาวไปเกิดเป็นเทพธิดาในชั้นนิมมานรดี
จึงคิดที่จะอนุเคราะห์พี่สาวโดยลงไปหาที่วิมาน
ของภัททาเทพธิดา พร้อมกับกล่าวเรียกชื่อ
ของอดีตพี่สาวแสนดี ฝ่ายภัททาเทพธิดาเห็น
เทพธิดาผู้แปลกหน้า จึงถามขึ้นว่า “ท่านมีรัศมี
รุ่งเรืองเกินทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ข้าพเจ้าไม่เคย
เห็นท่านมาก่อน ท่านมาจากเทวโลกชั้นไหน
บ
ส่วนพี่สาวได้ไปบังเกิดในชั้นดาวดึงส์ เป็นบริจาริกา
ของท้าวสักกเทวราช
จึงได้เรียกชื่อเดิมของข้าพเจ้าว่าภัททา
สุภัททาเทพธิดาตอบว่า "ฉันชื่อสุภัททา
ในภพครั้งยังเป็นมนุษย์ ฉันเป็นน้องสาวของพี่
ทั้งได้เป็นภรรยาร่วมสามีของพี่ด้วย ครั้นละจาก
ภพมนุษย์แล้ว ก็ได้ไปเกิดในชั้นนิมมานรดี
ภัททาเทพธิดาถามถึงบุพกรรมของน้องสาวว่า
ท่าบุญอะไรถึงได้ไปบังเกิดในชั้นนิมมานรดี
ทั้งยังเป็นผู้สว่างไสวรุ่งเรืองมากเช่นนี้ สุภัททา
เทพธิดาก็เฉลยว่า "เมื่อชาติก่อน ฉันมีใจ
เทพธิดาสุภัททาตรวจตราสมบัติของตน
ในชั้นนิมมานรดีก็พบว่า “สมบัติเหล่านี้ เรา
ได้มาด้วยการอยู่ในโอวาทของพี่สาว แล้วท่าทาน
ด้วยจิตที่มุ่งไปในหมู่สงฆ์” จากนั้นก็ตรวจดู
สมบัติของพี่สาวตน ก็เห็นว่าพี่สาวได้ไปเกิด
เป็นเทพธิดาในชั้นดาวดึงส์ซึ่งต่ำกว่าตน นาง
๐๔ อยู่ในบุญ เมษายน ๒๕๕๘
เลื่อมใสได้ถวายบิณฑบาต ๔ ที่ แด่สงฆ์ผู้เป็น
ทักขิไณยบุคคล ๘ รูป เพราะบุญนั้นฉันจึง
มีวรรณะงามเช่นนี้ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว