ข้อความต้นฉบับในหน้า
สู่สุคติเลย ยิ่งปลื้มมากภาพนั้นยิ่งฝังลึกในใจ ถึงคราวก็จะย้อนกลับมาให้เราเห็น แล้วนำเราไปสู่
สุคติโลกสวรรค์ แต่ละอย่างที่หลวงพ่อนำเราทำก็เพื่อปกป้องเราไม่ให้พลาดไปสู่อบาย เพราะท่าน
รู้ว่า ลูก ๆ รู้ว่าอะไรบุญอะไรกุศลก็จริง แต่ก็ยังทำอะไรไม่ค่อยดีกันบ้างเหมือนกัน เพราะกิเลสยัง
ไม่หมด ฉะนั้นต้องไม่ประมาทในการสั่งสมบุญให้เต็มที่
๓. อาจิณกรรม คือ กรรมที่ท่าเป็นประจํา ถ้าก่อนตายไม่ได้นึกถึงอะไรที่ปลื้มเป็นพิเศษ
และไม่ได้นึกถึงเรื่องร้าย ๆ ที่เสียใจเป็นพิเศษ อาจิณกรรมหรือกรรมที่ทำสม่ำเสมอก็จะให้ผล เช่น
คนไหนหมั่นตักบาตร สวดมนต์ นั่งสมาธิเป็นประจำสม่ำเสมอ แม้ยังไม่ได้บรรลุธรรมก็ตาม
(ถ้าบรรลุธรรมจะเป็นครุกรรม ข้อแรก) แม้ยังมืดตื้อมืดมิด แต่ทำเรื่อย ๆ ใจก็เป็นบุญเป็นกุศล
บุญจะส่งไปสู่สุคติโลกสวรรค์
น้อย
ๆ
ๆ
๔. กตัตตากรรม คือ กรรมเล็ก
บางทีไม่ใช่กรรมชาตินี้ด้วย แต่เป็นกรรมที่มา
จากอดีตชาติ ที่รอส่งผลอยู่ก็มีเหมือนกัน เปรียบเหมือนกับโคแก่ที่มีกำลังน้อย แต่ยืนอยู่ที่ปากคอก
พอเช้ามาประตูคอกเปิด โคแก่ที่อยู่ปากคอกเลยได้ออกไปก่อนโคหนุ่ม ซึ่งมีกำลังเยอะกว่าแต่อยู่
ข้างหลัง
กรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้จะมีกำลังไม่มาก แต่พอไม่มีกรรมอื่นที่มีกำลังมากกว่ามาขวางก็จะ
แสดงผลก่อน มีตัวอย่างหนึ่งในช่วงหลังพุทธกาล พระภิกษุคณะหนึ่งตั้งใจดั้นด้นเดินทางไปบูชา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่เคยไปมาก่อน ท่านจึงหลงทาง
อยู่ในป่า วนไปเวียนมา เผอิญเห็นชาวนาคนหนึ่งกำลังไถนาอยู่ก็ดีใจ แต่ชาวนาคนนี้ตัวใหญ่ ดู
แข็งแรง เขาเอาวัวมาเทียมไถเหล็กทีละ ๔ ตัว แล้วก็ไถนาวนไปเวียนมาตลอด มุ่งมั่นกับการไถนา
มาก ไม่ได้หยุดเลย
น
พระภิกษุเหล่านั้นพูดกับชาวนาว่า “ช่วยบอกทางไปต้นพระศรีมหาโพธิ์ให้หน่อย” แรก ๆ
ชาวนาก็ไม่สนใจ ไถนาไปเรื่อย ๆ พระรู้สึกผิดสังเกต แต่ด้วยความเกรงใจก็รออยู่สักพักจึงพูดซ้ำ
อีกว่า “โยมช่วยบอกเอาบุญเถิด พวกอาตมาหลงทางมา” ชาวนาหันมา แต่ก็ยังไถนาอยู่ ไถไป ๆ
แล้วหันมาพูดว่า "ข้าพเจ้าไถนาอยู่อย่างนี้มาตั้ง ๑ พุทธันดรแล้ว ลำบากกว่าพวกท่านเยอะ
พุทธันดรหนึ่งก็ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อน คือ สมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มาจนกระทั่ง
ถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ นานมาก ๆ เลย
บ
พระภิกษุทั้งหลายตกใจ รู้เลยว่าไม่ใช่มนุษย์ จึงถามว่า “ท่านเป็นใคร? ทำไมถึงไถนานาน
ตั้ง ๑ พุทธันดร?” ชาวนาคนนี้บอกว่า “ข้าพเจ้าเป็นเปรต” “ท่านไปทำกรรมอะไรถึงต้องมาเป็น
อย่างนี้?"
เปรตเล่าให้ฟังว่า พุทธันดรที่แล้วสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เขากำลังไถนา มีเพื่อนมา
ชวนให้ไปเข้าเฝ้าแล้วทำบุญกับพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาบอกว่า "ไม่ไปหรอก เสียเวลาไถนา"
เพื่อนก็คะยั้นคะยอว่า "นี้เป็นโอกาสที่หาได้ยาก พระองค์เป็นเนื้อนาบุญ ไปเอาบุญก่อน แล้วค่อย
ท่าตอนหลังก็ได้" ชาวนาตอบกลับด้วยความเหนื่อยและไม่มีศรัทธาว่า "พระพุทธเจ้าไถนาอย่างเรา
เมษายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๗